ครม.ไฟเขียวการบินไทย (THAI) ขายหุ้นเพิ่มทุน 300 ล้านหุ้น แต่คลังยังคงถือหุ้นอย่างน้อย
50% พร้อมออกหุ้น 1 หมื่นล้านบาทรีไฟแนนซ์หนี้เงิน กู้ต่างประเทศเพื่อลดต้นทุนการเงิน
ถือเป็นการออกหุ้นกู้งวดแรกของสายการบินแห่งชาติ จากวงเงินรวม 40,000 ล้านบาท "ดีดี
การบินไทย" ระบุหุ้นกู้ได้เรตติ้ง AA- จากทริสแล้ว เชื่อนักลงทุนสถาบัน-รายย่อย
สนใจ คาดขายได้เดือนหน้า ขณะที่ ครม. ไฟเขียวคลังแปลงหนี้เป็นทุน การเคหะ-การทางฯ
วงเงินรวม 1.81 หมื่นล้านบาท หวังแก้ปัญหาภาวะหนี้ และช่วยเหลือทั้ง 2 องค์กรให้มีเงินทุนมากขึ้น
น.ต.ศิธา ทิวารี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ ประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้
(16 ก.ย.) มีมติเห็นชอบแผนขายหุ้นเพิ่มทุนบริษัท การบินไทย (THAI) ตามที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ
(กนร.) เสนอ ที่ให้จำหน่ายหุ้นเพิ่มทุน 300 ล้านหุ้น โดยขายนักลงทุนทั่วไป 285 ล้านหุ้น
และแบ่งขายพนักงาน 15 ล้านหุ้น ซึ่งคาดว่าจะขายทันปลายปีนี้
คลังยังถือการบินไทยเกิน 50%
ยังเห็นชอบข้อเสนอคณะกรรมการระดมทุน ที่กำหนดการให้ภาครัฐยังคงถือหุ้นบริษัท
การบินไทย เกิน 50% และเห็นชอบยกเว้นการบินไทยไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบวิธีการรัฐวิสาหกิจทั่วไป
ยกเว้นกรณีก่อหนี้ต่างประเทศ ที่ยังคงต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การก่อหนี้ต่างประเทศ
พ.ศ. 2528 และการทำงบลงทุนที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบวิธีการจัดทำงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ
พ.ศ. 2542
ครม.ยังเห็นชอบคณะกรรมการระดมทุนมีอำนาจจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุนการบินไทย 300 ล้านหุ้น
และสามารถกำหนดสัดส่วนจำหน่ายให้นักลงทุนไทย และต่างประเทศ รวมถึงราคา ช่วงราคา
โดยจะกำหนดราคาภายใน 2-3 วันก่อนจะจำหน่าย และมอบให้คณะกรรมการระดมทุน นำกรณีตัวอย่าง
จำหน่ายหุ้นปตท.เป็นแบบดำเนินการด้วย
ไฟเขียวออกหุ้นกู้หมื่นล้านบาท
นายกนก อภิรดี ประธานกรรมการ บมจ. การบินไทย (THAI) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้
(16 ก.ย.) เห็นชอบการบินไทยออกหุ้นกู้ 10,000 ล้านบาท เป็นสกุลเงินบาท การออกหุ้นกู้นี้
เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้เงินกู้ต่างประเทศที่ต้นทุนการเงินสูง จะส่งผลบริษัทประหยัดเงินได้มาก
เช่น การรีไฟแนนซ์ทุกๆ หมื่นล้านบาท จะประหยัดเงินได้ หลายร้อยล้านบาท ส่วนจะรีไฟแนนซ์เงินกู้ใด
ต้องพิจารณาเป็นตัวๆ โดยต้องดูว่าตัวใดดอกเบี้ยสูงจะ รีไฟแนนซ์อันดับต้นๆ
การออกหุ้นกู้ของการบินไทยได้รับฉันทามติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นบริษัทแล้ว
ซึ่งทำให้บริษัทมีสิทธิจะออกหุ้นกู้ได้ประมาณ 40,000 ล้านบาท ใน 5 ปี งวดนี้ ออกหุ้นกู้
10,000 ล้านบาท ถือเป็น 1 ใน 4 ส่วน 4 หุ้นกู้ที่จะออกทั้งหมด ธนาคารกสิกร ไทยจะจำหน่ายหุ้นกู้ดังกล่าว
นายกนกกล่าวว่าหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดเรตติ้งจากบริษัท ทริสเรทติ้ง AA-
ซึ่งมีเพียง 6 องค์กร จาก 16 องค์กรที่ผ่านมา ที่ได้อันดับความน่าเชื่อถือระดับนี้
การได้รับการจัดอันดับครั้งนี้ จะทำให้ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนสถาบัน และรายย่อย
มากขึ้น การออกหุ้นกู้จะมี 2 แบบ คือ ออกหุ้นกู้กรอบ 5 ปี และ 7 ปี โดยหุ้นกู้ที่จะออกกรอบ
5 ปี จะมุ่งขายนักลงทุนสถาบัน ส่วน 7 ปี จะขายผู้ออมและนักลงทุนทั่วไป ซึ่งคาดว่าจะขายได้เดือนหน้า
กรอบที่ทริส เรทติ้งกำหนดศึกษาเพื่อปรับอันดับครั้งนี้ คือ 1. ด้านศักยภาพการแข่งขัน
ซึ่งที่ผ่านมาการบินไทยผลประกอบการดี และกำไรตลอด 38 ปี 2. ความรวดเร็วแก้ไขปัญหาช่วงเกิดวิกฤติ
โดยช่วงที่ผ่านมา การบินไทยแก้ไขปัญหาผ่านมาถึง 3 วิกฤติ คือ ช่วงเหตุระเบิดที่บาหลี
อินโดนีเซีย สงครามมะกัน-อิรักรอบ 2 และปัญหาระบาดโรคหวัดมรณะ (ซาร์ส) ซึ่งถือว่าการบินไทยสามารถตอบโต้
รวมถึง แก้ไขปัญหาได้ดีเป็นพิเศษ 3. การวัดความแข็งแกร่ง การบินไทย โดยรัฐสนับสนุนการดำเนินงานของการ
บินไทยอย่างดี และบริษัทเป็นกลุ่มพันธมิตร สตาร์อัลลิอันซ์ (Star Alliance) ซึ่งถือเป็นกลุ่มพันธมิตร
ด้านการบินที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆ ของโลก การออกหุ้นกู้ในภาวะดอกเบี้ยต่ำจะส่งผลต้นทุนดำเนินการลดลงแน่นอน
คลังแปลงหนี้เคหะฯ-การทางฯ เป็นทุน
ทางด้านนางพรรณี สถาวโรดม ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะเปิดเผยหลังประชุม
คณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (16 ก.ย.) ว่าครม.มีมติอนุมัติเห็นชอบกระทรวงการคลังเสนอแปลงหนี้การเคหะแห่งชาติ
(กคช.) และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) รวมประมาณ 18,000 ล้านบาท เป็นทุน โดยเป็นของการทางพิเศษฯ
14,000 ล้านบาท และการเคหะฯ 4,100 ล้านบาท เป็นผลให้สัดส่วนหนี้ ต่อสินทรัพย์ลดลงจากเดิม
ที่การทางพิเศษฯมีอยู่ 2.95 เท่า เหลือ 1.9 เท่า และการเคหะฯลดลงจากเดิม 7.56 เท่า
เหลือ 2.99 เท่า โดยจะส่งผลให้รัฐบาลมีสัดส่วน ถือหุ้นทั้ง 2 องค์กรมากขึ้นด้วย
"การแปลงหนี้ในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ นายกรัฐมนตรี ที่เคยไปตรวจเยี่ยมรัฐวิสาหกิจหลาย
แห่งที่มีความก้าวหน้า แต่พบว่ากิจการขาดเงินทุน ดังนั้นการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ไม่มีภาระผูกพัน
ส่งผลให้รัฐวิสาหกิจมีสัดส่วนหนี้ต่อสินทรัพย์ลดลง มีความคล่องตัวในการบริหารเพิ่มมากขึ้น"
นางพรรณี กล่าว
การแก้ปัญหาหนี้สินของรัฐวิสาหกิจต้องมาจาก เงินงบประมาณสนับสนุนของรัฐ โดยมีภาระผูกพันว่าต้องใช้คืน
แต่การดำเนินการดังกล่าว จะทำให้ไม่มีภาระผูกพัน และส่งผลดีต่อรัฐวิสาหกิจ