คลังเผย ต.ค.นี้ ได้เห็นภาพที่ชัดเจนของการควบรวม แบงก์ไทย-ไอเอฟซีที ล่าสุด 2
สถาบันการเงิน จ้างที่ปรึกษาสำรวจสินทรัพย์ โดยไทยธนาคารจ้าง "ธรรมนิต"
ก่อนส่งแบงก์ชาติประเมินอีกรอบ บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ไอเอฟซีที)
โชว์ผลงานเดือนสิงหาคม 2546 ยอดอนุมัติสินเชื่อกว่า 4,000 ล้านบาท ตอกย้ำถึงความมั่นใจของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่อสถานภาพของการเป็นสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรม
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการควบรวมกิจการของธนาคารไทยธนาคาร
(BT) และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ไอเอฟซีที) ว่า ขณะนี้ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อทำหน้าที่ในการประสานงาน
และวางกรอบแผนงานในการควบรวมกิจการ โดยคณะทำงานชุดนี้ประกอบด้วยตัวแทน 4 ฝ่าย
ได้แก่ ตัวแทนจากกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ธนาคารไทยธนาคาร และไอเอฟซีที
คาดว่าภายในเดือนตุลาคมนี้ก็จะได้เห็นภาพที่ชัดเจนในการควบรวมกิจการ
ล่าสุดสถาบันการเงินทั้ง 2 ได้เริ่มจ้างที่ปรึกษาในการทำการตรวจสอบคุณภาพสินทรัพย์
โดยในส่วนของธนาคารไทยธนาคารได้จ้างบริษัท ธรรมนิติ จำกัดเป็นผู้ดำเนินการ แต่ในส่วนของไอเอฟซีทียังไม่ได้แจ้งราย
ชื่อมา ทั้งนี้เมื่อสถาบันการเงินทั้ง 2 ทำการสำรวจแล้ว ทางธปท.เป็นตัวกลางในการดูแลเรื่องการประเมินราคาสินทรัพย์อีกชั้นหนึ่ง
สำหรับคณะทำงานนั้น ขณะนี้ได้เริ่มหารือถึงอุปสรรคปัญหาในการควบรวมหลายประเด็น
ที่ยังหาทางออกไม่ได้ เช่น ในส่วนของไอเอฟซีที่มีเงินกู้จากเจ้าหนี้หลายประเภท
และที่ผ่านมากระทรวงการคลังค้ำประกันหนี้ดังกล่าว แต่หากมีการควบรวมจะกระทรวงการคลังจะยังคงค้ำประกันหนี้อยู่หรือไม่
จะมีกฎหมายใดรองรับหรือไม่
ในส่วนของธนาคารไทยธนาคาร ยังมีปัญหาเรื่องข้อตกลงการแบ่งผลประโยชน์ (yield matainance)
กับกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ซึ่งจะต้องชำระให้หมดสิ้นภายในปี
2548 แต่เมื่อจะมีการควบรวมกิจการเป็นองค์กรใหม่ก็จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อน