|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |

บุญทักษ์ หวังเจริญ และสุภัค ศิวะรักษ์ เป็นนักการธนาคารที่คร่ำหวอดในธุรกิจการเงินมากว่า 20 ปี ทำให้ไอเอ็นจี กรุ๊ป และกลุ่ม CIMB เลือกเขาทั้งสองให้มานั่งในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อให้ภาพของธนาคารยังคงความเป็นไทย
เขาทั้งสองมีอายุ 52 ปีเท่ากัน และมีเส้นทางธุรกิจที่ละม้ายคล้ายคลึงกัน เป็นนักการธนาคารมายาวนาน แม้จะเปลี่ยนงานใหม่ก็ยังอยู่ในวงการธนาคารเช่นเดิม บุญทักษ์เลือกเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารในธนาคารทหารไทย ในขณะที่สุภัคเลือกไทยธนาคาร
ความท้าทายของทั้งสองคน คือบริหารงานภายใต้ธนาคารที่มีต่างชาติถือหุ้นใหญ่ และเป็นผู้กำหนดยุทธศาสตร์หลัก
สุภัครับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 มีนาคม เขามีภารกิจหลักที่ต้องเร่งดำเนินการ คือกำหนดบทบาทหน้าที่ของไทยธนาคาร เพื่อเข้าสู่ตลาดการแข่งขันทางด้านการเงิน ขยายกลุ่มลูกค้าองค์กรให้มากขึ้น เชื่อมโยงการทำงานของบริษัท และพัฒนาระบบธุรกิจให้คล่องตัวสูง
อีกบทบาทหนึ่งที่กลายเป็นหน้าที่ใหม่ของสุภัค คือการนำพาให้ธนาคารกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม CIMB จากประเทศมาเลเซีย ที่มีเครือข่ายธนาคารอยู่ในภูมิภาคอาเซียน โดยทำหน้าที่เกื้อหนุนกันและกัน ขณะเดียวกันไทยธนาคารก็ต้องยึดพื้นที่ในตลาดไทยให้ได้อย่างเหนียวแน่น
ในส่วนของบุญทักษ์ ในฐานะแม่ทัพธนาคารทหารไทย ที่เพิ่งเปิดตัวผู้บริหารใหม่ เพื่อทำหน้าที่เป็นทัพหน้าจำนวน 6 คนไปเมื่อต้นเดือนเมษายน ก็จะเร่งดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ โดยจะใช้ศักยภาพความเป็นผู้นำของคณะผู้บริหารระดับสูง ทำหน้าที่ชี้นำและสร้างแรงจูงใจให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานได้ โดยการทำงานจะเน้นให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
ทั้งบุญทักษ์และสุภัค แม้จะมีประสบการณ์ในธนาคารมายาวนาน แต่ครั้งนี้เขาทั้งสองต้องเปลี่ยนกระบวนการคิด ระบบการทำงานที่เปลี่ยนไป พัฒนาไปสู่ความเป็นระดับสากล ในเวลาเดียวกัน ก็ต้องไม่ทิ้งวิถีการทำงานแบบไทย เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าคนไทย นับว่าเป็นการทำงานภายใต้แรงกดดันจากผู้ถือหุ้นโดยเฉพาะผู้ถือหุ้นใหญ่
ก่อนหน้านี้บุญทักษ์มีประสบการณ์ร่วมงานกับธนาคารกสิกรไทยมานาน 17 ปี ตั้งแต่ปี 2524 เริ่มจากฝ่ายกิจการต่างประเทศ รวมทั้งรับผิดชอบกำกับดูแลสายงานบรรษัทธุรกิจ สายงานธุรกิจลูกค้าและผู้ประกอบการ สายงานตลาดทุน และรับตำแหน่งสูงสุดเป็นรองกรรมการผู้จัดการ
ด้านการศึกษา จบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศและการเงิน จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และปริญญาตรีวิศวะเคมี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สุภัคเคยเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารทหารไทย และบุญทักษ์ได้เข้ามาแทนที่ เขาทำงานให้กับธนาคารทหารไทยร่วม 18 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2533 จนถึงกลางปี 2551 แต่หลังจากที่ไอเอ็นจี กรุ๊ปเข้ามาถือหุ้นใหญ่ได้มีนโยบายเปลี่ยนผู้บริหาร ทำให้สุภัคต้องลาออกไป
แม้สุภัคจะลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย แต่เขายังมีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทหารไทย จำกัด มีตำแหน่งเป็นกรรมการ, กรรมการบริหาร, ประธานคณะกรรมการบริหารค่าตอบแทน ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank)
ด้านการศึกษา สุภัคจบปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์และวรรณคดีอังกฤษ จาก Georgetown University ปริญญาโทความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จาก Tufts University และปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์ จาก Pennsylvania University ในสหรัฐอเมริกา ทั้ง 3 ใบ
ความรู้และประสบการณ์ของบุญทักษ์และสุภัค จะช่วยให้เขาเรียนรู้ระบบการบริหารงานต่างชาติในระดับมาตรฐานสากลได้หรือไม่ เป็นสิ่งท้าทายฝีมือของทั้งสองคนเป็นอย่างยิ่ง
|
|
 |
|
|