Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา พฤษภาคม 2552
Mekhong Stream             
 


   
search resources

International




จีน
สป.จีนเตรียมตั้งกองทุนความร่วมมือการลงทุน 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังเตรียมเสนอปล่อยกู้ 15,000 เหรียญสหรัฐ ให้แก่กลุ่มชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป้าหมายของการจัดตั้งกองทุนจีนครั้งนี้ มุ่งส่งเสริมการลงทุนภาคโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงระหว่างจีนกับกลุ่มชาติสมาชิกอาเซียน 10 ชาติ สำหรับแผนเสนอสินเชื่อนั้น จะปล่อยระหว่างช่วง 3-5 ปี โดยปีนี้จีนได้ลงนามข้อตกลงสวอปเงินตราต่างประเทศกับอินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ฮ่องกง และมาเลเซีย เพื่อช่วยกระเตื้องอัตราแลกเปลี่ยน และช่วยเหลือการลงทุนและการค้าระดับทวิภาคี

นอกไปจากนี้จีนยังมีแผนช่วยเหลือ 270 ล้านหยวน (39.5 ล้านเหรียญสหรัฐ) สำหรับช่วยเหลือประเทศกัมพูชา ลาว และพม่า และยังบริจาคข้าว 3 แสนตัน ให้แก่คลังสำรองข้าวฉุกเฉินเอเชียตะวันออกอีกด้วย เพื่อช่วยส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหาร


พม่า
พล.อ.เต็งเส่ง นายกรัฐมนตรีพม่า กล่าวระหว่างปราศรัยต่อที่ประชุมสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมพม่า เมื่อต้นเดือนเมษายน ว่าปีงบประมาณ 2551-2552 ที่เพิ่งผ่านไป ดุลการค้าของประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 2,500 ล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าการค้ากับต่างประเทศก็เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่ม 4% จาก 9,800 ล้านดอลลาร์ ในปีงบประมาณ 2550-2551 โดยมูลค่าส่งออกในปีงบประมาณที่สิ้นสุดลงนี้เพิ่มขึ้นกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนการนำเข้าเพิ่มขึ้นเพียง 465 ล้านดอลลาร์ สินค้าออกของพม่าส่วนใหญ่ยังเป็นวัตถุดิบ สินค้าการเกษตร และสินค้าปฐมภูมิต่างๆ แต่รายได้หลักยังคงมาจากการจำหน่ายก๊าซธรรมชาติให้แก่ไทย

กระทรวงพาณิชย์พม่าเปิดเผยเมื่อปลายเดือนมีนาคมว่า 11 เดือนแรกของปีงบประมาณเดียวกันนี้ การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านมีมูลค่าถึง 1,200 ล้านดอลลาร์ โดยจีนเป็นคู่ค้าใหญ่ที่สุด คิดเป็นประมาณ 70% ของทั้งหมด


ลาว
ธนาคารลาวพัฒนา ซึ่งเป็นธนาคารของทางการ สปป.ลาว และธนาคารการเกษตรของรัฐบาลจีน สาขามณฑลหยุนหนัน ได้เซ็นความตกลงระหว่างกันเมื่อปลายเดือนมีนาคม เพื่อสนับสนุนการค้าขายตามถนนสาย R3a ซึ่งเชื่อมระหว่างแขวงบ่อแก้ว แขวงหลวงน้ำทาของลาว กับเมืองโม่หานของจีน ข้อตกลงดังกล่าวมี 3 ฉบับ ประกอบด้วย การจัดตั้งผู้แทน การเปิดบัญชีร่วมกัน และการชำระราคาสินค้าผ่านแดนด้วยระบบออนไลน์

ก่อนหน้านี้ธนาคารของทางการลาวได้มีความตกลงคล้ายกันนี้กับธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย เพื่อชำระค่าสินค้าตามด่านชายแดนที่ด่านช่องเม็ก อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ด่านมิตรภาพมุกดาหาร-สะหวันนะเขต และที่ชายแดนด้านเมืองท่าแขก-นครพนม รวมทั้งเมื่อต้นเดือนมีนาคม ธนาคารพงสะหวันของลาว ซึ่งเอกชนถือหุ้น 100% ได้เซ็นความตกลงกับธนาคารเพื่อการเกษตรและพัฒนาชนบทเวียดนาม เกี่ยวกับการชำระสินค้าที่ผ่านด่านชายแดนหลักของ 2 ประเทศ


กัมพูชา
หนังสือพิมพ์รัศมีกัมพูชาได้สำรวจความนิยมสินค้าของคนกัมพูชา เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พบว่าในปี 2551 ชาวกัมพูชาซื้อสินค้าเวียดนามเป็นมูลค่า 988 ล้านดอลลาร์ สินค้าจีน 784 ล้านดอลลาร์ และสินค้าไทยเป็นอันดับ 3 มูลค่า 674 ล้านดอลลาร์

เวียดนามส่งสินค้าไปกัมพูชาหลายรายการ ทั้งยารักษาโรค เครื่องสำอาง เสื้อผ้าสำเร็จรูป สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ อาหารปรุงแต่ง ผลไม้ แม้กระทั่งผักสด ผลการสำรวจครั้งนี้ถือเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่สินค้าเวียดนามครองตลาดในกัมพูชา

ผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจในกัมพูชากล่าวว่าเวียดนามมีความได้เปรียบตรงที่การคมนาคมสะดวก สินค้าเวียดนามจึงมีโอกาสสูงที่จะครองตลาดต่อไปถ้าหากผลิตสินค้าหลากหลายยิ่งขึ้น ส่วนประเทศไทยซึ่งความสัมพันธ์กับกัมพูชาเสื่อมลงหลังเกิดความตึงเครียดที่ชายแดนด้านเขาพระวิหาร ทำให้เกิดขบวนการต่อต้านสินค้าไทยขึ้น แต่สินค้าบางชนิดก็ยังได้รับความนิยมในตลาด


เวียดนาม
ทางการเวียดนามได้ออกใบอนุญาตแก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 4 ราย เพื่อให้บริการระบบ 3G โดยมีอายุสัญญา 15 ปี ประกอบด้วยโมบิโฟน (MobiPhone) กับวินาโฟน (Vinaphone) ซึ่งมีเจ้าของเดียวกันคือรัฐวิสาหกิจไปรษณีย์และโทรคมนาคม รายที่ 3 คือ เวียตเทล (Viettel) ของกองทัพประชาชน รายที่ 4 เป็นการรวมกลุ่มกันระหว่างฮานอยเทเลคอมกับอีวีเอ็นเทเลคอม (EVN Telecom) ซึ่งรายหลังนี้เป็นของรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าเวียดนาม ทั้ง 4 ราย ให้คำมั่นกับทางการว่าจะลงทุนรายละไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาระบบและขยายเครือข่ายภายใน 3 ปี

ปัจจุบันเวียดนามมีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งสิ้น 6 ราย มีผู้ใช้โทรศัพท์รวมกันกว่า 70 ล้านคน โดยเวียตเทลเป็นอันดับ 1 มีจำนวนผู้ใช้ 26 ล้านคน เท่าๆ กับโมบิเทล อันดับ 3 ได้แก่ วินาโฟนซึ่งมีผู้ใช้บริการราว 20 ล้านคน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us