Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา เมษายน 2552
มนตร์เสน่ห์...ดูไบ             
โดย นภาพร ไชยขันแก้ว
 

   
related stories

DESTINATION ความท้าทายของการท่องเที่ยวไทย
จุดขายระดับภูมิภาคภายใต้กรอบ IMT-GT
KOREA SPARKLING
Yokoso Japan
Incredible India เหลือเชื่อจริงๆ!! อินเดีย

   
search resources

Tourism




"ตะลุยทะเลทราย ชอปกระจายที่ดูไบ" ประโยคโฆษณาสั้นๆ ของบริษัททัวร์นำเที่ยว สามารถดึงดูดให้ผู้คนหลายต่อหลายคนที่เห็นข้อความเกิดความสนใจไม่น้อย

ยิ่งตื่นเต้นเร้าใจมากขึ้นเมื่อรู้ว่า Louis Vuiton ราคาถูกกว่าเมืองไทย 3 พันบาท และมีสินค้าจากห้างดังจากอเมริกา Harrey Nichols ที่รวมสินค้าแบรนด์ดัง รองเท้า กระเป๋า ยี่ห้อ Jimmy Choo, Gucci, Coach, Balenciaga, Venetta รอท่าให้นักชอปไปเยือน

แต่ด้วยความร้อนของอากาศในดูไบ โดยเฉพาะฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงเดือนกันยายน รวมระยะเวลา 5 เดือน บางเดือนมีอุณหภูมิมากกว่า 50 ํC อาจทำให้นักท่องเที่ยวครุ่นคิดไม่น้อย

ดูไบแก้ปัญหาอากาศร้อนด้วยการสร้างโรงแรมและห้างสรรพสินค้าที่มีขนาดใหญ่ติดแอร์คอนดิชั่นตลอดวัน นักชอปจึงสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมภายในห้างได้ตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องออกมาผจญกับภาวะอากาศด้านนอก

และเวลาที่เปิด-ปิดให้บริการที่เริ่มตั้งแต่ 9.00 นาฬิกาไปจนถึงตี 1 หรือเปิดให้บริการร่วม 16 ชั่วโมงทำให้นักชอปเพลิดเพลินและมีเวลามากขึ้น

จึงไม่น่าแปลกใจที่ทำให้ดูไบกลายเป็นสวรรค์ของนักชอปจากทั่วโลกไปแล้วในวันนี้

นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและสันทนาการ การบริการสามารถสร้างรายได้ให้กับดูไบ ร้อยละ 74 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ

ดูไบเป็น 1 ใน 7 รัฐของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates: UAE) ที่ตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออกกลาง ติดกับอ่าวโอมานและอ่าวเปอร์เซียระหว่างโอมานกับซาอุดีอาระเบีย

แม้ว่ายูเออีจะส่งออกน้ำมันที่สร้างรายได้หลักให้กับประเทศ แต่ดูไบเป็นรัฐที่มีน้ำมันไม่มากและได้หยุดการผลิตไปตั้งแต่ปี 2506

ดูไบจึงหันมาพัฒนาส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การเงินและการลงทุน เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับตัวเองโดยสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาของดูไบ (Dubai Strategic Plan 2015) มีระยะเวลา 8 ปี 2550-2558

การจัดกิจกรรมของดูไบมีตลอดทั้งปีเพื่อรองรับการท่องเที่ยว การประชุมระดับนานาชาติรวมถึงการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี รวมไปถึงการแข่งขันกีฬาระดับโลก อาทิ ฟุตบอล กอล์ฟ

ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของดูไบเริ่มจากกิจกรรมหลักประจำทุกปีเรียกว่า Dubai Summer Surprise: DSS ที่จัดขึ้นในไตรมาสแรกเพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้ามาซื้อสินค้าและท่องเที่ยว

และจัดงานใหญ่อีกครั้งเรียกว่า Ramadan Sale เป็นเทศกาลชอปปิ้งที่เกิดขึ้นอีกครั้งหลังพิธีถือศีลอด ในปีนี้จะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมถึงปลายเดือนกันยายน

การเลือกจัดกิจกรรมหลังพิธี Ramadan Sale เพราะเดือนสิงหาคมและเดือนกันยายนเป็นเดือนที่อยู่ในช่วงฤดูร้อนที่มีอุณหภูมิประมาณ 32-48 ํC ทำให้นักท่องเที่ยวมาน้อยกว่าเดือนอื่นๆ

Ramadan Sale จึงเป็นการจัดรายการครั้งใหญ่ที่ลดราคาสินค้ามากที่สุด เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามา

ส่วนในช่วงกลางปีนี้จะมีงานอาทิ Dubai Fashion Week และ Arabian Travel Market

กิจกรรมการท่องเที่ยวที่มีตลอดทั้งปีช่วยส่งผลให้กิจการโรงแรมคึกคักและเป็นอีกแรงดึงดูดหนึ่งที่สร้างความน่าสนใจให้กับดูไบ

เพราะโรงแรมที่ดูไบมีการออกแบบที่หรูหราอลังการ รูปทรงแปลกตาที่แตกต่างจากโรงแรมที่มีอยู่ในโลกปัจจุบัน

โรงแรมระดับ 7 ดาวที่ผุดขึ้นบนผืนทะเลทรายอย่างเช่น โรงแรม BURJ AL ARAB รูปทรงเรือใบที่มีความสูง 321 เมตร มีการตกแต่งภายในอย่างหรูหรา

หรือโครงการ The Palm ที่เป็นทั้งโรงแรม แหล่งชอปปิ้ง ที่อาศัยที่ถมทะเลทราย เป็นเกาะเล็กๆ รวมถึง 301 เกาะ รูปร่างของเกาะที่มองจากด้านบนจะเห็นเป็นรูปต้นปาล์มอินทผลัม

และแม้ว่าดูไบจะเป็นเขตเมืองร้อน ก็ยังสามารถเนรมิตหิมะให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสสัมผัส

บรรยากาศหนาวเหน็บที่มีหิมะได้ถูกสร้างขึ้นภายในโรงแรม KEMPINSKI เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวที่รวมห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดและใหม่ที่สุดในดูไบ

จุดเด่นของโรงแรมแห่งนี้คือ ภาพลานสกีขนาดใหญ่ (SKI PARK) ที่จำลองมาจากลานสกีในสวิตเซอร์แลนด์ เป็นสกีโดมขนาดใหญ่มีกระเช้าลอยฟ้านำผู้เล่นขึ้นสู่ยอดเขาที่สามารถสไลด์สกีลงมา

ดูไบได้สร้างสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้

นอกจากจะสร้างแหล่งชอปปิ้งที่เต็มไปด้วยสินค้าแบรนด์ดังจากทั่วโลก ดูไบไม่ได้ละทิ้งสินค้าที่แสดงให้เห็นถึงสัญลักษณ์ของอาหรับที่มีทั้งพรม หรือแม้แต่ผลไม้ที่เลื่องชื่ออย่างเช่น อินทผลัม

การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในท้องทะเลทรายเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ได้รับความนิยมโดยเฉพาะนั่งรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ไปตามเนินทรายที่เรียกว่าดูน หรือแม้กระทั่งขับรถ 3 ล้อ นั่งบนหลังอูฐชมพระ อาทิตย์ตกสัมผัสกลิ่นอายชีวิตบนผืนทรายของชาวอาหรับเมื่อครั้งในอดีต

เป็นการผจญภัยอีกรูปแบบหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง

ผู้คนเริ่มหลั่งไหลเข้ามาเพิ่มมากขึ้นต่างก็มีเป้าหมายที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป ท่องเที่ยว ดื่ม กิน และทำงาน

สายการบินที่บินตรงไปดูไบมีทั้งหมด 19 เที่ยวต่อสัปดาห์ สายการบินไทยมีเที่ยวบินเปิดให้บริการ 11 เที่ยวต่อสัปดาห์และเพิ่มอีก 2 เที่ยวบินในเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม

การเดินทางที่สะดวกและใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมงจากเกือบทั่วทุกมุมโลกที่ทำให้นักท่องเที่ยวไม่เกิดอาการเมื่อยล้าจนเกินไปก็เป็นอีกแรงจูงใจหนึ่งที่ตัดสินใจไปท่องเที่ยวดูไบ

ทว่านักท่องเที่ยวยังต้องพึ่งพาบริษัทนำเที่ยวเพราะระบบขนส่งภายในเมืองดูไบยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโดยเฉพาะรถไฟฟ้าที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่างๆ

ประชาชนอาหรับนิยมใช้รถส่วนตัวราคาแพงเป็นยานพาหนะ จึงไม่สามารถคาดเดาได้ว่าหากระบบขนส่งมวลชนสมบูรณ์แล้วพฤติกรรมการใช้ยานพาหนะจะเปลี่ยนไปหรือไม่

แม้ว่านักท่องเที่ยวจากหลายประเทศจะหลั่งไหลเข้ามาดูไบ แต่พลเมืองจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ได้เดินทางมาไทยเป็นอันดับสองของภูมิภาคตะวัน ออกกลางรองจากอิสราเอลที่มีถึงกว่า 8 หมื่นราย

นอกจากจะมาท่องเที่ยวในไทยแล้ว ชาวอาหรับยังเข้ามาตรวจสุขภาพและรักษาพยาบาลเนื่องจากค่ารักษาถูกกว่าในยุโรป

และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็เป็นประเทศที่ได้รับความนิยมจากคนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวเป็นอันดับหนึ่งในตะวันออกกลาง

แม้ว่าดูไบจะเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมากจากท้องทะเลทรายที่เวิ้งว้างกลายเป็นเมืองใหญ่ที่คลาคล่ำไปด้วยตึกสูงทันสมัย

ดูไบในวันนี้กำลังแข่งขันกับอีกหลายๆ เมืองในโลกที่พยายามสร้างตัวเองให้มีจุดขายเพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเยือน

เสน่ห์ของดูไบจะเย้ายวนเพียงใด เวลาจะเป็นเครื่องช่วยพิสูจน์   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us