Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา เมษายน 2552
พาทัวร์ทำเนียบขาว (ตอนจบ)             
โดย มานิตา เข็มทอง
 





ชั้นต่อไปเป็นชั้นที่สอง หรือ Second floor เป็นชั้นส่วนตัวของครอบครัวหมายเลขหนึ่ง มีจำนวนห้องมากถึง 16 ห้องนอน 6 ห้องอาบน้ำ และ 1 ห้องสุขา เริ่มจากห้องนอนรับแขกลินคอล์น สวีท (Lincoln Suite) (24) ตั้งชื่อตามประธานาธิบดี Abraham Lincoln ซึ่งในสมัยนั้นเขาใช้ห้องนี้เป็นห้องทำงานส่วนตัว การตกแต่งห้องนี้เป็นในสไตล์วิกทอเรียน เฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นเป็นของเก่าดั้งเดิม ตั้งแต่สมัยลินคอล์น แต่มีการเปลี่ยนผ้าเบาะให้ใหม่ขึ้น มีเตียงนอนลินคอล์น ซึ่ง Mary Todd Lincoln อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเป็นผู้สั่งซื้อประมาณปี 1861 เป็นเตียงขนาดกว้าง 6 ฟุต ยาว 8 ฟุต ทำจากโรสวู้ด ตกแต่งด้วยไม้แกะสลักรูปเถาองุ่น และนก มีหัวเตียงที่ใหญ่โตสวยงาม ที่นอนดั้งเดิมเป็นที่นอนขนม้า ต่อมาสมัย Barbara Bush ได้เปลี่ยนใหม่ เดิมเตียงนอนนี้อยู่ในห้องนอนรับแขก Prince of Wales ซึ่งปัจจุบันปรับเปลี่ยนเป็นห้องรับประทานอาหารส่วนตัว Willie Lincoln บุตรชายของประธานาธิบดีลินคอล์นเสียชีวิตบนเตียงนอนนี้ด้วยวัยเพียง 11 ปี ภายในห้อง Prince of Wales เมื่อปี 1862 เมื่อเตียงถูกย้ายออกมาตั้งในห้องลินคอล์น สวีต มีเสียงร่ำลือว่ามี "ผี" ปรากฏให้เห็นในห้องนี้ นอกจากนั้น บนโต๊ะทำงานยังมีภาพฮอโลกราฟสุนทรพจน์ Gettysburg ที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ของ Abraham Lincoln วางแสดงอยู่

ติดกับห้องลินคอล์น สวีต เป็นห้อง Treaty Room (25) เคยใช้เป็นห้องประชุมคณะรัฐมนตรีในช่วงปี 1865-1902 ที่เรียกว่าห้อง Treaty เนื่องจากหลายรัฐบาลเคยใช้ห้องนี้ลงนามสนธิสัญญาสำคัญหลายฉบับด้วยกัน เช่น รัฐบาล William McKinley ลงนามในพิธีสารสงบศึกกับรัฐบาลสเปน เมื่อปี 1898 ซึ่งสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และสเปนได้ลงนามสำเร็จในปี 1902 ของรัฐบาล Johnson ต่อมารัฐบาลอื่นได้ใช้เป็นห้องทำงานและพักผ่อนส่วนตัวของประธานาธิบดี เฟอร์นิเจอร์หลักในห้องนี้ประกอบด้วยโต๊ะทำงานไม้ชิ้นประวัติศาสตร์ เรียกว่า โต๊ะ Treaty กระจกเงาบานใหญ่กรอบหรูคลาสสิกกลางห้องติดอยู่เหนือแท่นเตาผิง

ถัดมาเป็นห้องสีเหลืองทรงรี หรือ Yellow Oval Room (26) เป็นห้องที่รับรองแขกต่างประเทศก่อนเลี้ยงรับรองอาหารกลางวันหรืออาหารค่ำ ลอร่า บุช ใช้ห้องนี้รับรองแขกสุภาพสตรีอยู่บ่อยครั้ง ห้องนี้ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์หลุยส์ที่ 16 ของฝรั่งเศส ในโทนสีเหลือง โดย Jacqueline Kennedy เป็นเจ้าของไอเดีย ห้องนี้มีประตูออกสู่ระเบียง Truman ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ ซึ่งเป็นการต่อเติมในสมัยของ Harry Truman เมื่อปี 1948

ถัดมาเป็นห้อง President Study หรือ Living Room (27) ห้องนี้เคยใช้เป็นห้องทำงานแบบสบายๆ ห้องนั่งเล่นและห้องนอนของประธานาธิบดีหลายคน รวมทั้งเคนเนดี้ ห้องนี้ติดกับ Master Bedroom (28) เป็นห้องนอนของประธานาธิบดี Abraham Lincoln ต่อมาในสมัย Kennedy ใช้เป็นห้องนอนของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง Jacqueline Kennedy โดยเตียงนอนเป็นเพียงเตียงเดี่ยว 2 เตียงต่อติดกัน

ถัดจากห้องนอนนี้เป็นห้องแต่งตัวหรือ Dressing Room (29) Betty Ford และ Lady Bird Johnson เคยใช้ห้องนี้เป็นห้องทำงานส่วนตัวด้วย และห้องโถงด้านตะวันตกในส่วนกลางของอาคาร คือห้อง West Sitting Hall (30) เป็นห้องนั่งเล่นส่วนตัวของครอบครัวหมายเลขหนึ่ง ภายในห้องมีหน้าต่าง บานใหญ่โค้งมนมองเห็นทิวทัศน์ด้านตะวันตก ถัดจากนั้นเป็นห้องครัว (31) ซึ่งอยู่สุดมุมด้านตะวันตกเฉียงเหนือของอาคาร ในอดีตเคยเป็นห้องนอนของ Ethel Roosevelt และ Margaret Truman

ห้องรับประทานอาหารส่วนตัว หรือ Family Residence Dining Room (32) ซึ่งในอดีตเคยใช้เป็นห้องนอน และสมัยลินคอล์นเรียกห้องนี้ว่า "Prince of Wales Room" เนื่องจากเจ้าฟ้าชายแห่งเวลส์ทรงพำนักอยู่ในห้องนี้สมัยรัฐบาล Buchanan เมื่อปี 1860 จากนั้นในปี 1961 สมัยเคนเนดี้ได้เปลี่ยนห้องนี้เป็นห้องรับประทานอาหาร ถัดจากนั้นเป็นห้องที่สามารถใช้เป็นห้องนอนอีก 2-3 ห้องมีห้องเสื้อผ้าและห้องทำผมในตัว (33)

ส่วนห้องที่อยู่มุมตะวันออกเฉียงเหนือคือ ห้องควีน สวีต หรือ Queen Suite (34) เป็นห้องนอนรับแขกราชวงศ์ต่างประเทศ ถัดมาส่วนกลางด้านตะวันออกเป็นห้องนั่งเล่น หรือ East Sitting Hall (35) มีหน้าต่างบานใหญ่ทรงโค้งมองเห็นทิวทัศน์ด้านตะวันออก ภายในห้องประดับประดาด้วยเฟอร์นิเจอร์โบราณล้ำค่า ส่วนสุดท้ายของชั้นนี้คือ โถงกลาง Central Hall หรือ Main Corridor (36)

ชั้นที่ 3 ของอาคารทำเนียบขาว สามารถเรียกได้ว่าเป็นชั้นใต้หลังคา เพราะเป็นชั้นบนสุดของอาคาร ประกอบด้วยห้องนอนอีกหลายห้อง รวมทั้งห้องนั่งเล่น ห้องเกม ห้องดนตรี ห้องออกกำลังกาย ห้องทำงาน ห้องน้ำ ห้องซักรีด ห้องครัวของแม่บ้าน ห้องเก็บของ และ ห้องแปดเหลี่ยม เป็นห้องกระจกใหญ่ มีดาดฟ้าล้อมด้านนอก

การเข้าชมทำเนียบขาวของบุคคลทั่วไปนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมเข้าชมก็ตาม ทำเนียบขาวเปิดให้เข้าชมเป็นหมู่คณะตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยจะต้องทำเรื่องขออนุญาตเข้าชมสถานที่ผ่านทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรล่วงหน้าสูงสุดไม่เกิน 6 เดือน โดยการเข้าชมเป็นในรูปแบบของ self-guide ทัวร์ เริ่มตั้งแต่เวลา 7:30-12:30 น. ทุกวันอังคาร-เสาร์ ยกเว้นวันหยุดราชการ หรือเหตุจำเป็นทางการอื่นๆ ผู้เข้าเยี่ยมชมต้องแต่งกายสุภาพ และการตรวจตรารักษาความปลอดภัยเข้มงวดมาก เพราะถือเป็นสถานที่พำนักของประธานาธิบดีและครอบครัวหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม มีอีกทางเลือกหนึ่งคือการทัวร์ทำเนียบขาวออนไลน์ ณ www.whitehouse.gov และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.whitehousemuseum.org แม้จะไม่ได้เห็นสถานที่จริง แต่ก็สามารถเข้าชมได้ทุกวันตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ตามสะดวก ทั้งเป็นการประหยัดเวลาการเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us