|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |

ท่ามกลางวิกฤติการเงินของโลกที่เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยบ้างแล้ว นอกจากการทยอยปิดตัวลงของกิจการส่งออกจำนวนไม่น้อย เราเริ่มเห็นภาพนักท่องเที่ยวระดับสูงตามเมืองท่องเที่ยวลดลงมากกว่าครึ่งอย่างชัดเจนและส่อเค้าย่ำแย่ลงไปอีกจนถึงสิ้นปี แน่นอนว่าย่อมส่งผลโดยตรงต่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ในหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอดอีกครั้ง
ไม่ว่าเศรษฐกิจโลกจะเป็นเช่นไร ทว่าธนาคารอาคารสงเคราะห์ก็ยังเดินหน้าตามแผนงาน โดยล่าสุดได้เปิดสาขาใหม่ที่หาดเฉวงบนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นสาขาย่อยลำดับที่ 8 โดย ธอส.มีสาขาหลัก สาขาย่อย เคาน์เตอร์การเงินนอกสถานที่ และศูนย์บริการ OSS ทั่วประเทศรวม 139 แห่ง
สำหรับสาขาใหม่นี้ รามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเกาะสมุย ประเดิมเปิดบัญชีในวงเงิน 50 ล้านบาท และได้ให้ความเห็นสอดคล้องกับดำริห์ บุญจริง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่าขณะนี้ภาวะการพัฒนาที่อยู่อาศัยซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการรองรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระดับสูงเกาะสมุยค่อนข้างอิ่มตัว แต่มีข้อวิตกว่าสมุยจะประสบปัญหาการจัดการน้ำ ทั้งแง่การขาดแคลนน้ำจืดและการเกิดภาวะน้ำท่วมซึ่งจะส่งผลต่อการอยู่อาศัยและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยตรง
ส่วนการแก้ปัญหามีการพูดคุยกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องอยู่บ้าง แต่ยังไม่มีนโยบายที่เป็นรูปธรรมและเรียกร้องให้สถาบันการเงินเข้ามามีส่วนร่วมดูแลปัญหาสิ่งแวดล้อมของส่วนรวม โดยการเพิ่มข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมในกฎเกณฑ์การให้สินเชื่อเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บ้าง
ขณะที่ทางธนาคารฯ มองว่ากลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นรายย่อยระดับปานกลางถึงล่างซึ่งไม่ใช่โครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยวโดยตรง และบ้านจัดสรรบนเกาะสมุยที่ผ่านมาก็ไม่มี ส่วนใหญ่เป็นคนพื้นที่ขอกู้สร้างบ้านหรืออาคารพาณิชย์ จึงร่วมแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมได้ไม่ตรงจุดนัก
สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ของธนาคารเปิดเผยว่า วิกฤติคราวนี้ต่างจากปี 2540 ตลาดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหดตัวมากและเริ่มมีคนจากสามจังหวัดภาคใต้มาตั้งรกราก เขาแนะว่า
"วันนี้หัวเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ต้องปรับตัวดังนั้นเราต้องทำสมุยหรือเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ให้รองรับตลาดคนไทยมากขึ้น เพื่อสร้างความหลากหลายเป็นการลดความเสี่ยงทางธุรกิจ โดยต้องเพิ่มการคมนาคมให้นักท่องเที่ยวไทยเข้าถึงได้ง่ายขึ้น"
วันนี้คงถึงเวลาที่เมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ ต้องพัฒนาตลาดใหม่มารองรับด้วยการสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสร้างตลาดเฉพาะที่หลากหลาย นั่นหมายถึงการปรับดีมานด์ให้ตรงกับซัปพลาย เพียงแต่หาจุดสมดุลให้เจอเท่านั้นเอง ซึ่งสมุยก็มีศักยภาพเป็นพื้นที่นำร่องแบบต้องมองอย่าง 360 องศา เพื่อรักษาความเป็นผู้นำตลาดท่องเที่ยวระดับสูงไว้ได้อย่างยั่งยืน
|
|
 |
|
|