Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน4 กันยายน 2546
BECLกล่อมแบงก์ลดดอกเบี้ยเซฟ2.7พันล้านตลอดอายุหนี้             
 


   
search resources

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
ทางด่วนกรุงเทพ, บมจ.
พะเยาว์ มริตตนะพร
สุวิช พึ่งเจริญ
Transportation




บีอีซีแอลกล่อมแบงก์ปรับลดดอกเบี้ยจ่ายสำเร็จ ส่งผลดอกเบี้ยลดตลอดอายุหนี้กว่า 2.7 พันล้านบาท รวมทั้งให้กู้เงินจำนวน 6 พันล้าน ล้างหนี้บริษัทย่อย ขณะที่แผนการออกหุ้นกู้นั้นขออนุมัติจากผู้ถือ หุ้นไว้ล่วงหน้าเพื่อใช้ในอนาคต ส่วนข้อพิพาทกทพ.ผิดสัญญาขึ้นค่าทาง ด่วนนั้น ให้ยื่นฟ้องต่ออนุญาโตตุลาการชี้ขาด

นายสุวิช พึ่งเจริญ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BECL) เปิดเผย ว่าที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นบริษัทฯ วานนี้ (3 ก.ย.) รับทราบมติคณะกรรมการ เพื่อรับข้อเสนอธนาคารเจ้าหนี้ในการปรับเงื่อนไขสัญญาสินเชื่อเดิมจำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท โดยลดอัตราดอกเบี้ยจากเดิม 5% ลงเหลือ 4% ส่งผลให้ภาระดอก เบี้ยจ่ายของบริษัทตลอดอายุหนี้ 10 ปี ลดลงรวม 2,704 ล้านบาท โดย ในปีแรกจะลดลงประมาณ 405 ล้านบาท รวมทั้งผู้ให้กู้ยังผ่อนปรน เงื่อนไขต่างๆ อาทิ การจ่ายเงินปันผล

ที่ประชุมฯ อนุมัติให้บริษัทชำระคืนเงินกู้ยืมจากธนาคารทั้งหมดของบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยจำนวน 5,000 ล้านบาท โดยทำสินเชื่อเพิ่มเติมอีก 6,000 ล้านบาท ซึ่งเงินที่เหลือจะสำรองเพื่อใช้ในการปรับปรุงระบบทางด่วนให้มีการ บริหารที่ดีขึ้น ทดแทนกระแสเงินสดที่ได้รับผลกระทบจากการไม่ได้รับอัตราค่าผ่านทางตามสัญญา

โดยบริษัทฯจะกู้ยืมเงินจาก 5 สถาบันการเงิน คือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารทหารไทย และธนาคารนครหลวงไทย

นายสุวิช กล่าวว่า ที่ประชุมฯมีมติอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ ประเภทมีหลักประกันและ/หรือไม่มีหลักประกัน ในวงเงินรวมไม่เกิน 36,000 ล้าน บาท เสนอขายในประเทศ และ/หรือต่างประเทศให้แก่ประชาชนทั่วไปและผู้ลงทุนประเภทสถาบันทั้งจำนวนหรือบางส่วนก็ได้ โดยหุ้นกู้ดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 10 ปี

ทั้งนี้บริษัทยังไม่มีแผนที่จะออกและเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าว แต่เป็นการขออนุมัติผู้ถือหุ้นไว้เพื่อใช้ในโอกาสที่เหมาะสมต่อไป

ที่ประชุมฯได้อนุมัติให้บริษัทดำเนินการเพื่อรักษาสิทธิตามสัญญาจากการที่การทางพิเศษ แห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ปรับค่าผ่านทางเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2546 ไม่เป็นไปตามสัญญา โดยให้นำเรื่อง เข้าสู่คณะผู้พิจารณาและกระบวนการอนุญาโต ตุลาการ

ทั้งนี้ บริษัทฯยังยึดมั่นในหลักการ การปรับค่าผ่านทางตามสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 ที่กำหนดให้คู่สัญญาปรับขึ้นค่าผ่านทาง โดยคำนวนตามการเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาผู้บริโภคในกรุงเทพฯในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา

หลังจากนั้นให้ปรับโดยการปัดเศษขึ้นมาเป็นจำนวนเต็มช่วงๆ ละ 5 บาท ซึ่งหากคำนวณไม่ถึง 5 บาทจะปัดเศษขึ้นเป็น 5 บาท โดยในปีนี้ รถยนต์ 4 ล้อเดิม 40 บาท เมื่อคำนวณตัวเลขการเพิ่มของดัชนี ราคาผู้บริโภคแล้วเป็นจำนวน 2.55 บาท ดังนั้นอัตรา ค่าผ่านทางใหม่สำหรับรถยนต์ 4 ล้อ ควรเป็น 45 บาท

นางพะเยาว์ มริตตนะพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานบริหาร และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน BECL กล่าวว่าขณะนี้บริษัทมีภาระดอกเบี้ย คิดเฉลี่ยประมาณ 5.4% ซึ่งเมื่อบริษัทจะออกหุ้นกู้ ทางเจ้าหนี้ได้มาเจรจาลดดอกเบี้ยให้ เพราะบริษัทเป็น ลูกหนี้ชั้นดี ซึ่งหากเจ้าหนี้ลดดอกเบี้ยให้อยู่ในอัตรา 4% ก็น่าสนใจที่จะซื้อต่อ ส่วนการออกหุ้นกู้ 3.6 หมื่น ล้านบาท นี้มีเป้าหมายนำมาใช้ 2 ทาง คือ ชำระหนี้เดิม หรือลงทุนในโครงการต่างๆ เพิ่มเติม ซึ่งหากรับเงื่อนไขเจ้าหนี้ ภาระดอกเบี้ยลดลง 2,700 ล้าน ตลอดอายุหนี้ โดยปีแรก จะลดภาระได้ 405 ล้านบาท ส่วนรายได้ค่าผ่านทางด่วนหากเป็นไปตามที่บริษัทเสนอจะมีรายได้เพิ่ม 1,000 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ ตามที่บริษัทได้ทราบผลจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการปรับอัตราค่าผ่านทางเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2546 ในกรณีที่ส่วนเพิ่มของอัตราค่าผ่านทางที่คำนวณจากอัตราดัชนีผู้บริโภคไม่ ถึงจำนวน 5 บาท กทพ.ก็ไม่จำเป็นต้องปรับอัตราค่า ผ่านทางตามสัญญานั้น

บริษัทฯขอยืนยันว่า บริษัทฯ ยังยึดมั่นในหลักการ การปรับค่าผ่านทางตามสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 ที่กำหนดให้คู่สัญญาปรับขึ้นค่า ผ่านทาง โดยคำนวณบนพื้นฐานการเพิ่มของดัชนีราคาผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร ในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา และเมื่อคำนวณได้ตัวเลขของการเพิ่มของดัชนีราคาผู้บริโภคดังกล่าวแล้ว การปรับให้ปรับโดยการปัดเศษขึ้นเป็นจำนวนเต็มช่วง ๆ ละ 5 บาท ซึ่งหากคำนวณแล้วไม่ถึง 5 บาท จะปัดเศษขึ้นเป็น 5 บาท หากเกิน 5 บาท แต่ไม่ถึง 10 บาท จะปัดเศษขึ้นเป็น 10 บาท แต่ในทุกกรณี บริษัทฯ จะปรับขึ้นได้ไม่เกินครั้งละ 10 บาท

สำหรับ รถ 4 ล้อ ในช่วง 15 ปีแรกของสัญญาฯ ทั้งนี้ตามข้อสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 การ ปรับอัตราค่าผ่านทางสำหรับรถยนต์ 4 ล้อ เดิมราคา 40 บาท เมื่อคำนวณตัวเลขของการเพิ่มของดัชนีราคา ผู้บริโภคแล้วเป็นจำนวน 2.55 บาท ซึ่งตามสัญญาฯ ให้ปรับโดยการปัดเศษขึ้นเป็นจำนวนเต็มช่วงๆ ละ 5 บาท ซึ่งอัตราค่าผ่านทางใหม่สำหรับรถยนต์ 4 ล้อ จะปรับเป็น 45 บาท จึงจะเป็นการปรับอัตราค่าผ่านทางที่สอดคล้องตามสัญญาฯ

ดังนั้น เมื่อกทพ.ดำเนินการปรับอัตราค่าผ่านทางไม่เป็นไปตามสัญญาฯ บริษัทฯในฐานะบริษัทมหาชน ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จึงจำเป็น ต้องรักษาสิทธิโดยการดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในสัญญาฯ คือนำเรื่องเข้าสู่คณะผู้พิจารณา และกระบวนการอนุญาโตตุลาการต่อไป

สำหรับราคาหุ้น BECL วานนี้ ปิดที่ 21.70 บาท เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น 20 สตางค์ คิดเป็น 0.98% มูลค่าการซื้อขาย 148.49 ล้านบาท

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us