บีอีซีแอลกล่อมแบงก์ปรับลดดอกเบี้ยจ่ายสำเร็จ ส่งผลดอกเบี้ยลดตลอดอายุหนี้กว่า
2.7 พันล้านบาท รวมทั้งให้กู้เงินจำนวน 6 พันล้าน ล้างหนี้บริษัทย่อย ขณะที่แผนการออกหุ้นกู้นั้นขออนุมัติจากผู้ถือ
หุ้นไว้ล่วงหน้าเพื่อใช้ในอนาคต ส่วนข้อพิพาทกทพ.ผิดสัญญาขึ้นค่าทาง ด่วนนั้น ให้ยื่นฟ้องต่ออนุญาโตตุลาการชี้ขาด
นายสุวิช พึ่งเจริญ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ
จำกัด (มหาชน) (BECL) เปิดเผย ว่าที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นบริษัทฯ วานนี้ (3
ก.ย.) รับทราบมติคณะกรรมการ เพื่อรับข้อเสนอธนาคารเจ้าหนี้ในการปรับเงื่อนไขสัญญาสินเชื่อเดิมจำนวน
3.5 หมื่นล้านบาท โดยลดอัตราดอกเบี้ยจากเดิม 5% ลงเหลือ 4% ส่งผลให้ภาระดอก เบี้ยจ่ายของบริษัทตลอดอายุหนี้
10 ปี ลดลงรวม 2,704 ล้านบาท โดย ในปีแรกจะลดลงประมาณ 405 ล้านบาท รวมทั้งผู้ให้กู้ยังผ่อนปรน
เงื่อนไขต่างๆ อาทิ การจ่ายเงินปันผล
ที่ประชุมฯ อนุมัติให้บริษัทชำระคืนเงินกู้ยืมจากธนาคารทั้งหมดของบริษัท
ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยจำนวน 5,000 ล้านบาท โดยทำสินเชื่อเพิ่มเติมอีก
6,000 ล้านบาท ซึ่งเงินที่เหลือจะสำรองเพื่อใช้ในการปรับปรุงระบบทางด่วนให้มีการ
บริหารที่ดีขึ้น ทดแทนกระแสเงินสดที่ได้รับผลกระทบจากการไม่ได้รับอัตราค่าผ่านทางตามสัญญา
โดยบริษัทฯจะกู้ยืมเงินจาก 5 สถาบันการเงิน คือ ธนาคารกรุงเทพ
ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารทหารไทย และธนาคารนครหลวงไทย
นายสุวิช กล่าวว่า ที่ประชุมฯมีมติอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้
ประเภทมีหลักประกันและ/หรือไม่มีหลักประกัน ในวงเงินรวมไม่เกิน 36,000 ล้าน บาท
เสนอขายในประเทศ และ/หรือต่างประเทศให้แก่ประชาชนทั่วไปและผู้ลงทุนประเภทสถาบันทั้งจำนวนหรือบางส่วนก็ได้
โดยหุ้นกู้ดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 10 ปี
ทั้งนี้บริษัทยังไม่มีแผนที่จะออกและเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าว
แต่เป็นการขออนุมัติผู้ถือหุ้นไว้เพื่อใช้ในโอกาสที่เหมาะสมต่อไป
ที่ประชุมฯได้อนุมัติให้บริษัทดำเนินการเพื่อรักษาสิทธิตามสัญญาจากการที่การทางพิเศษ
แห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ปรับค่าผ่านทางเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2546 ไม่เป็นไปตามสัญญา
โดยให้นำเรื่อง เข้าสู่คณะผู้พิจารณาและกระบวนการอนุญาโต ตุลาการ
ทั้งนี้ บริษัทฯยังยึดมั่นในหลักการ การปรับค่าผ่านทางตามสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่
2 ที่กำหนดให้คู่สัญญาปรับขึ้นค่าผ่านทาง โดยคำนวนตามการเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาผู้บริโภคในกรุงเทพฯในช่วงระยะเวลา
5 ปีที่ผ่านมา
หลังจากนั้นให้ปรับโดยการปัดเศษขึ้นมาเป็นจำนวนเต็มช่วงๆ
ละ 5 บาท ซึ่งหากคำนวณไม่ถึง 5 บาทจะปัดเศษขึ้นเป็น 5 บาท โดยในปีนี้ รถยนต์ 4
ล้อเดิม 40 บาท เมื่อคำนวณตัวเลขการเพิ่มของดัชนี ราคาผู้บริโภคแล้วเป็นจำนวน 2.55
บาท ดังนั้นอัตรา ค่าผ่านทางใหม่สำหรับรถยนต์ 4 ล้อ ควรเป็น 45 บาท
นางพะเยาว์ มริตตนะพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานบริหาร
และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน BECL กล่าวว่าขณะนี้บริษัทมีภาระดอกเบี้ย คิดเฉลี่ยประมาณ
5.4% ซึ่งเมื่อบริษัทจะออกหุ้นกู้ ทางเจ้าหนี้ได้มาเจรจาลดดอกเบี้ยให้ เพราะบริษัทเป็น
ลูกหนี้ชั้นดี ซึ่งหากเจ้าหนี้ลดดอกเบี้ยให้อยู่ในอัตรา 4% ก็น่าสนใจที่จะซื้อต่อ
ส่วนการออกหุ้นกู้ 3.6 หมื่น ล้านบาท นี้มีเป้าหมายนำมาใช้ 2 ทาง คือ ชำระหนี้เดิม
หรือลงทุนในโครงการต่างๆ เพิ่มเติม ซึ่งหากรับเงื่อนไขเจ้าหนี้ ภาระดอกเบี้ยลดลง
2,700 ล้าน ตลอดอายุหนี้ โดยปีแรก จะลดภาระได้ 405 ล้านบาท ส่วนรายได้ค่าผ่านทางด่วนหากเป็นไปตามที่บริษัทเสนอจะมีรายได้เพิ่ม
1,000 ล้านบาทต่อปี
ทั้งนี้ ตามที่บริษัทได้ทราบผลจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการปรับอัตราค่าผ่านทางเมื่อวันที่
1 กันยายน 2546 ในกรณีที่ส่วนเพิ่มของอัตราค่าผ่านทางที่คำนวณจากอัตราดัชนีผู้บริโภคไม่
ถึงจำนวน 5 บาท กทพ.ก็ไม่จำเป็นต้องปรับอัตราค่า ผ่านทางตามสัญญานั้น
บริษัทฯขอยืนยันว่า บริษัทฯ ยังยึดมั่นในหลักการ การปรับค่าผ่านทางตามสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่
2 ที่กำหนดให้คู่สัญญาปรับขึ้นค่า ผ่านทาง โดยคำนวณบนพื้นฐานการเพิ่มของดัชนีราคาผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร
ในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา และเมื่อคำนวณได้ตัวเลขของการเพิ่มของดัชนีราคาผู้บริโภคดังกล่าวแล้ว
การปรับให้ปรับโดยการปัดเศษขึ้นเป็นจำนวนเต็มช่วง ๆ ละ 5 บาท ซึ่งหากคำนวณแล้วไม่ถึง
5 บาท จะปัดเศษขึ้นเป็น 5 บาท หากเกิน 5 บาท แต่ไม่ถึง 10 บาท จะปัดเศษขึ้นเป็น
10 บาท แต่ในทุกกรณี บริษัทฯ จะปรับขึ้นได้ไม่เกินครั้งละ 10 บาท
สำหรับ รถ 4 ล้อ ในช่วง 15 ปีแรกของสัญญาฯ ทั้งนี้ตามข้อสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่
2 การ ปรับอัตราค่าผ่านทางสำหรับรถยนต์ 4 ล้อ เดิมราคา 40 บาท เมื่อคำนวณตัวเลขของการเพิ่มของดัชนีราคา
ผู้บริโภคแล้วเป็นจำนวน 2.55 บาท ซึ่งตามสัญญาฯ ให้ปรับโดยการปัดเศษขึ้นเป็นจำนวนเต็มช่วงๆ
ละ 5 บาท ซึ่งอัตราค่าผ่านทางใหม่สำหรับรถยนต์ 4 ล้อ จะปรับเป็น 45 บาท จึงจะเป็นการปรับอัตราค่าผ่านทางที่สอดคล้องตามสัญญาฯ
ดังนั้น เมื่อกทพ.ดำเนินการปรับอัตราค่าผ่านทางไม่เป็นไปตามสัญญาฯ
บริษัทฯในฐานะบริษัทมหาชน ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จึงจำเป็น ต้องรักษาสิทธิโดยการดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในสัญญาฯ
คือนำเรื่องเข้าสู่คณะผู้พิจารณา และกระบวนการอนุญาโตตุลาการต่อไป
สำหรับราคาหุ้น BECL วานนี้ ปิดที่ 21.70 บาท เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น
20 สตางค์ คิดเป็น 0.98% มูลค่าการซื้อขาย 148.49 ล้านบาท