|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
เคทีซีปลื้ม 2 เดือนแรกธุรกิจยังสดใส ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรรวมเพิ่มขึ้น 7% ขณะที่ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเฉลี่ยต่อบัตรลดลงเพราะลูกค้าระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้น แต่เชื่อว่าในเดือน เม.ย.-พ.ค.ยอดใช้จ่ายจะกลับมาตามฤดูกาลท่องเที่ยว รับมียอดการปฏิเสธการให้สินเชื่อเพิ่มเป็นเกือบ 60% เพราะหวั่นความเสี่ยงเพิ่มและคุณสมบัติผู้กู้ไม่เข้าเกณฑ์ ส่วนการแข่งขันปีนี้เงียบเหงาเพราะทุกค่ายเน้นเซฟต้นทุน
นายธวัชชัย ธิติศักดิ์สกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส สายงานธุรกิจบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยว่า การทำธุรกิจในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีโดยมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรรวมเติบโตขึ้น 7% หรือ 14,300 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 13,000 ล้านบาท ส่วนยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเฉลี่ยต่อบัตรต่อเดือนนั้นมีการปรับตัวลงจาก 4,900 บาท เหลือ 4,300 บาท
ทั้งนี้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเฉลี่ยที่ลดลงนั้นส่วนหนึ่งประชาชนมีการใช้จ่ายที่ระมัดระวังมากขึ้น รวมถึงราคาสินค้าลดลงและราคาน้ำมันที่มีการปรับตัวลดลงค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมา
อีกทั้งโดยปกติในช่วงเวลานี้ยอดการใช้จ่ายจะมีการลดลงอยู่แล้ว แต่จะมีเพิ่มขึ้นมาประมาณในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม เนื่องจากเป็นฤดูการท่องเที่ยวและมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ประกอบกับเป็นช่วงเปิดเทอม ซึ่งเชื่อว่าการใช้จ่ายจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง
นอกจากนี้ จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวนั้นทำให้ความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ของลูกค้ามีเพิ่มขึ้น บริษัทยอมรับว่ายอดการปฏิเสธการอนุมัติสินเชื่อบัตรเครดิตที่ช่วงที่ผ่านมามีเพิ่มขึ้นบ้าง จากปกติจะอยู่ที่ประมาณ 50% เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 60% เนื่องจากบริษัทต้องพิจารณาถึงความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ที่สมัครเข้ามา และผู้ที่ถูกปฏิเสธส่วนใหญ่นั้นจะเป็นผู้ที่มีหนี้สินจากแหล่งอื่นอยู่แล้ว อีกทั้งมีรายได้สุทธิต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันทางบริษัทได้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในลูกค้าที่อยู่ในธุรกิจส่งออก ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เพราะอาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
"ที่ผ่านมาเราไม่ได้หยุดปล่อยสินเชื่อ เพราะตัวเลขสินเชื่อยังมีการเติบโตอยู่ เพียงแต่เราต้องเพิ่มความระมัดระวังในการอนุมัติบัตรมากขึ้น โดยในปีนี้เราไม่เน้นขยายฐานลูกค้าบัตรเครดิต โดยหลักเกณฑ์การคัดเลือกลูกค้าจะต้องมีรายได้ดี มีความมั่นคง และความเสี่ยงต่ำ โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลัก ได้แก่ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือ กลุ่มวิชาชีพที่มั่นคง เช่น แพทย์" นายธวัชชัยกล่าว
สำหรับการแข่งขันของระบบธุรกิจบัตรเครดิตในปีนี้นั้น มองว่าไม่น่าจะรุนแรงเท่ากับปีที่ผ่านมาทั้งในด้านการส่งเสริมการขายที่คาดว่าจะลดลง เพราะทุกบริษัทพยายามลดต้นทุน ส่วนเคทีซีเองก็คงจะไม่เน้นการส่งเสริมการขายเช่นกัน โดยยอดการทำการตลาดของเคทีซีในปีนี้ปรับลดลง 50% ซึ่งเคทีซีจะเน้นเฉพาะสิทธิประโยชน์แคมเปญต่างๆ ที่จะให้กับลูกค้าบัตรเครดิต อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเคทีซีมีฐานบัตรครดิตทั้งหมด 1.64 ล้านใบ โดยแบ่งเป็นบัตรเครดิตประเภท ไทเทเนียมจำนวนเกือบ 1 ล้านใบ บัตรแพลตินัม 2.7 แสนใบ บัตรเพชรอีก 800 ใบ ส่วนที่เหลือเป็นบัตรทองและบัตรเงิน
ส่วนเรื่องรายได้ขั้นต่ำของลูกค้าที่จะสมัครบัตรเครดิตกับเคทีซีนั้นขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะปรับเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำเพิ่มขึ้น แต่จะเน้นเจาะลูกค้าระดับบนมากขึ้น ส่วนลูกค้าระดับล่างที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจก็ยังคงมีการปล่อยสินเชื่อให้ตามปกติ และหากไตรมาส 3 ของปีนี้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจมีความชัดเจนขึ้นเคทีซีก็พร้อมที่จะบุกตลาดลูกค้าระดับบนเพิ่มขึ้นด้วย
|
|
 |
|
|