Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน23 มีนาคม 2552
คลังปลุกผีภาษีโทรคมนาคม หวังรายได้ปีละ1.6หมื่นล้าน             
 


   
www resources

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

   
search resources

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
Telecommunications
Auditor and Taxation




คลังหาช่องปิดรูโหว่ภาษีหลุดเป้า เตรียมรื้อฟื้นภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมที่ยกเลิกสมัยรัฐบาลขิงแก่แต่ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ หวังดึงรายได้กลับคืนรัฐปีละกว่า 1.6 หมื่นล้าน พร้อมถก กทช.ประเมินภาษีจากมูลค่าคลื่นความถี่แทน

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สสค.) อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมในการปรับปรุงการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตกิจการโทรคมนาคม จากปัจจุบันที่ลดลงเหลือ 0% โทรศัพท์เคลื่อนที่และโทรศัพท์พื้นฐานโดยในส่วนของโทรศัพท์เคลื่อนที่อาจปรับขึ้นไปเท่าเดิมที่จัดเก็บในอัตรา 10% ของรายได้ และโทรศัพท์พื้นฐานจัดเก็บในอัตรา 2 % ซึ่งรวมเป็นรายได้ของกรมสรรพสามิตปีละประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท

เนื่องจากพบว่าที่ผ่านมาเดิมที่เอกชนผู้ได้รับสัญญาสัมปทานต้องแบ่งส่วนรายได้ให้เจ้าของสัมปทานทั้ง องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) แต่ก็มีกรณีปัญหาของการตีความและฟ้องร้องจนไม่สามารถนำส่งรายได้ให้รัฐวิสาหกิจเจ้าของสัมทานได้ อีกทั้งในส่วนของ ทศท.และกสท.เองก็ไม่ได้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งควรจะจัดส่งเป็นรายเดือน แต่จากภาวะเศรษฐกิจและจากปัญหากับภาคเอกชนในช่วงที่ผ่านมาทำให้ทั้ง 2 แห่งเลื่อนการนำส่งมาตลอด ขณะที่ภาวะปัจจุบันรัฐบาลจำเป็นต้องพึ่งพารายได้จากภาษีและการนำส่งของรัฐวิสาหกิจเพื่อนำไปใช้จ่ายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม หากเป็นนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็สามารถดำเนินการได้ทันทีโดยออกเป็นประกาศของกรมสรรพสามิตและนำเข้าขอมติจากคณะรัฐมนตรี แต่คงขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาและความเหมาะสมด้วย โดยหากเปลี่ยนจากการส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจเป็นภาษีกิจการโทรคมนาคมก็จะช่วยให้กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีได้มากขึ้นด้วย จากปัจจุบันที่ยังต่ำกว่าเป้าหมายและอยู่ระหว่างศึกษาการจัดเก็บภาษีบาปอีกหลายชนิด

ปัญหาการจัดเก็บรายได้จากภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมจากผู้รับสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่เกิดขึ้นในสมัยคณะรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ยกเลิกไป ส่งผลให้รายได้ที่รัฐควรจะได้ปีละ 1.6 หมื่นล้านบาท หายไป กระทรวงการคลังจึงมีแนวคิดที่จะจัดเก็บรายได้จากผู้ประกอบการด้วยการคำนวณจากมูลค่าคลื่นความถี่ ซึ่งกว่า 200 ประเทศทั่วโลกได้จัดเก็บแล้ว และปัจจุบันในประเทศไทยผู้ประกอบการจ่ายในอัตราต่ำมาก เช่น เอไอเอสจ่ายเพียงปีละ 2 ล้านบาท ขณะที่ดีแทคจ่ายปีละ 3 ล้านบาท ซึ่งเรื่องดังกล่าวสอดคล้องกับที่สำนักงานกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)ได้ศึกษา ซึ่งคาดว่าปี 52 จะออกเป็นร่างหลักเกณฑ์ได้

โดยปัจจุบันคลื่นความถี่เป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามาก ซึ่งต้องประเมินมูลค่าที่เหมาะสม ซึ่งหากสามารถจัดเก็บภาษีจากคลื่นความถี่ได้จะเพิ่มรายได้เข้ารัฐกว่าหมื่นล้านบาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us