|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
คลังหาช่องปิดรูโหว่ภาษีหลุดเป้า เตรียมรื้อฟื้นภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมที่ยกเลิกสมัยรัฐบาลขิงแก่แต่ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ หวังดึงรายได้กลับคืนรัฐปีละกว่า 1.6 หมื่นล้าน พร้อมถก กทช.ประเมินภาษีจากมูลค่าคลื่นความถี่แทน
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สสค.) อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมในการปรับปรุงการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตกิจการโทรคมนาคม จากปัจจุบันที่ลดลงเหลือ 0% โทรศัพท์เคลื่อนที่และโทรศัพท์พื้นฐานโดยในส่วนของโทรศัพท์เคลื่อนที่อาจปรับขึ้นไปเท่าเดิมที่จัดเก็บในอัตรา 10% ของรายได้ และโทรศัพท์พื้นฐานจัดเก็บในอัตรา 2 % ซึ่งรวมเป็นรายได้ของกรมสรรพสามิตปีละประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท
เนื่องจากพบว่าที่ผ่านมาเดิมที่เอกชนผู้ได้รับสัญญาสัมปทานต้องแบ่งส่วนรายได้ให้เจ้าของสัมปทานทั้ง องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) แต่ก็มีกรณีปัญหาของการตีความและฟ้องร้องจนไม่สามารถนำส่งรายได้ให้รัฐวิสาหกิจเจ้าของสัมทานได้ อีกทั้งในส่วนของ ทศท.และกสท.เองก็ไม่ได้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งควรจะจัดส่งเป็นรายเดือน แต่จากภาวะเศรษฐกิจและจากปัญหากับภาคเอกชนในช่วงที่ผ่านมาทำให้ทั้ง 2 แห่งเลื่อนการนำส่งมาตลอด ขณะที่ภาวะปัจจุบันรัฐบาลจำเป็นต้องพึ่งพารายได้จากภาษีและการนำส่งของรัฐวิสาหกิจเพื่อนำไปใช้จ่ายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม หากเป็นนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็สามารถดำเนินการได้ทันทีโดยออกเป็นประกาศของกรมสรรพสามิตและนำเข้าขอมติจากคณะรัฐมนตรี แต่คงขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาและความเหมาะสมด้วย โดยหากเปลี่ยนจากการส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจเป็นภาษีกิจการโทรคมนาคมก็จะช่วยให้กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีได้มากขึ้นด้วย จากปัจจุบันที่ยังต่ำกว่าเป้าหมายและอยู่ระหว่างศึกษาการจัดเก็บภาษีบาปอีกหลายชนิด
ปัญหาการจัดเก็บรายได้จากภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมจากผู้รับสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่เกิดขึ้นในสมัยคณะรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ยกเลิกไป ส่งผลให้รายได้ที่รัฐควรจะได้ปีละ 1.6 หมื่นล้านบาท หายไป กระทรวงการคลังจึงมีแนวคิดที่จะจัดเก็บรายได้จากผู้ประกอบการด้วยการคำนวณจากมูลค่าคลื่นความถี่ ซึ่งกว่า 200 ประเทศทั่วโลกได้จัดเก็บแล้ว และปัจจุบันในประเทศไทยผู้ประกอบการจ่ายในอัตราต่ำมาก เช่น เอไอเอสจ่ายเพียงปีละ 2 ล้านบาท ขณะที่ดีแทคจ่ายปีละ 3 ล้านบาท ซึ่งเรื่องดังกล่าวสอดคล้องกับที่สำนักงานกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)ได้ศึกษา ซึ่งคาดว่าปี 52 จะออกเป็นร่างหลักเกณฑ์ได้
โดยปัจจุบันคลื่นความถี่เป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามาก ซึ่งต้องประเมินมูลค่าที่เหมาะสม ซึ่งหากสามารถจัดเก็บภาษีจากคลื่นความถี่ได้จะเพิ่มรายได้เข้ารัฐกว่าหมื่นล้านบาท
|
|
 |
|
|