|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
เปิดแผนรุกอีสเทิร์นไวร์ใต้กำมือทีมบริหารใหม่ เร่งปูฐานสร้างความแกร่ง เตรียมงบ 500 ล้านบาทจับมือพันธมิตรขยายลงทุนต่อยอดธุรกิจเดิม ทั้งลวด-พลังงาน ปรับกลยุทธ์รุกตลาดงานราชการเพิ่ม รับมือเอกชนลงทุนหด
หลังจากที่เซียนหุ้นขาใหญ่นาม “ชนะชัย ลีนะบรรจง” เข้าไปผงาดเป็นประธานกรรมการของอีเอ็มซี บริษัทรับเหมารายกลางได้สำเร็จ พร้อมล้างบ้านปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ในปี 2550 เพื่อหวังพิสูจน์ฝีมือวิศวกรนักบริหาร และลบภาพมือปั่นหุ้นนักเก็งกำไรที่หลายคนปรามาส ในช่วงปลายปีชนะชัยก็รุกคืบต่อเนื่องจนเข้าไปถือหุ้นใหญ่ 7% ในอีสเทิร์นไวร์หรือ EWC ได้สำเร็จอีกแห่ง แต่คราวนี้ได้ส่งน้องชาย “วุฒิชัย ลีนะบรรจง” เข้าไปนั่งในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารแทน ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังจมดิ่ง ซึ่งน่าจะเป็นบทพิสูจน์ชั้นดีของคู่พี่น้องวิศวกรถึงฝีมือความเป็นนักบริหารว่าเป็น “ของจริง” หรือแค่ “ราคาคุย”
แบ็กกราวด์ของ EWC ที่เกี่ยวข้องกับวัสดุก่อสร้างและพลังงาน สามารถต่อยอดกับธุรกิจรับเหมาก่อสร้างได้ในอนาคตเป็นสิ่งที่ทำให้ชนะชัยสนใจ แม้วุฒิชัยจะออกตัวว่า “ตอนนี้มีแค่การพูดคุยเรื่องทิศทางราคาเหล็กเท่านั้น ทั้งสองบริษัทยังไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันทางธุรกิจ” โดย EWC เป็นบริษัทโฮลดิ้ง ถือหุ้นใน 3 บริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรีส์ จำกัด (RWI) ถือหุ้น 99.99% ผลิตลวดเหล็กแรงดึงสูง และลวดเชื่อมไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 2.บริษัท เอื้อวิทยา จำกัด (มหาชน) (UWC) ถือหุ้น 90.98% ผลิตโครงสร้างเหล็กสังกะสีสำหรับเสาไฟฟ้าแรงสูง เสาโทรคมนาคมและสถานีไฟฟ้าย่อย บริการชุบสังกะสี จำหน่ายผลิตภัณฑ์กำลังส่งคุณภาพสูง ลูกค้าส่วนใหญ่ คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ 3.บริษัท เอ็นเนซอล จำกัด (ENS) ถือหุ้น 80.08% ดำเนินงานโรงไฟฟ้าผลิตร่วม 2 วงจร ขายกระแสไฟฟ้าและพลังงานความร้อน (ท่อแก็ส) ให้โรงงานอุตสาหกรรม
หลังจากทีมบริหารใหม่เข้ามาบริหารงานในบริษัทเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา มีการปรับกลยุทธ์ ปูพื้นฐานสร้างความแข็งแกร่งของบริษัท ทำให้ปี 2551 ที่เศรษฐกิจเริ่มหดตัวก็ยังสามารถรักษาการเติบโตของรายได้ โดยมีรายได้ 2,107 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 2,250 ล้านบาท โดยจะมีการปรับกลยุทธ์ การขยายธุรกิจใหม่ เพื่อต่อยอดธุรกิจเดิม ภายใต้งบลงทุน 500 ล้านบาท เช่น RWI จะปรับกลยุทธ์ด้านการขาย เพิ่มทีมงาน เพื่อเจาะกลุ่มโครงการราชการมากขึ้น หลังจากงานภาคเอกชนหดตัวลง จากเดิมเน้นเฉพาะการขายปลีก หรือขายให้กับโรงงานผู้ผลิตเสาเข็ม พื้นสำเร็จรูป โดยจะปรับมาขายตรงกลุ่มผู้รับเหมาที่รับงานราชการเพิ่มขึ้น เป็นเตรียมพร้อมรองรับเมกะโปรเจกต์ในอนาคต ซึ่งในระยะหลังผู้รับเหมาจะใช้วิธีสั่งซื้อกับซัปพลายเออร์ผู้ผลิตวัตถุดิบโดยตรง เพื่อล็อคราคา ก่อนส่งวัตถุดิบให้โรงงานผลิตตามออร์เดอร์ โดยเป็นวิธีหนึ่งในการบริหารจัดการต้นทุนของผู้รับเหมา รวมทั้งอยู่ระหว่างศึกษาลู่ทางการลงทุนเพิ่ม เพื่อต่อยอดธุรกิจเดิม โดยสนใจจะเข้าไปลงทุนกับเจ้าของโรงงานขนาดเล็กที่ผลิตงานในกลุ่มเสาเข็ม พื้นสำเร็จรูป เชื่อมโลหะ ผลิตเหล็กโครงสร้าง เพื่อขยายธุรกิจให้ครบวงจร
ส่วน ENS มีแผนจะขยายฐานลูกค้าเพิ่มจากเดิมที่มีลูกค้าเพียงรายเดียว คือ โรงงานกระเบื้องโสสุโก้ จ.สระบุรี ในเครือซิเมนต์ไทย ซึ่งปีนี้ได้ลดกำลังการผลิตลงครึ่งหนึ่ง ทำให้ยอดขายของบริษัทฯ ลดลง คาดว่าน่าจะได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าใหม่เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นพลังงานทางเลือกที่มีราคาต่ำกว่าทั่วไป 10% สอดคล้องกับปัจจุบันที่โรงงานต่างมีนโยบายเร่งลดต้นทุนการผลิต เพื่อความอยู่รอดในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ
|
|
 |
|
|