|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
โจนส์ แลง ลาซาลล์ เผยเศรษฐกิจโลกตกต่ำอีกระลอก ส่งผลอสังหาฯทั่วโลกยังไม่มีวี่แววฟื้นตัว โดยเฉพาะตลาดอาคารสำนักงานตามเมืองใหญ่ในเอเชียค่าเช่าปรับลดกว่า 20% ขณะที่ราคาอสังหาฯลดต่อเนื่อง โอกาสเหมาะทุนยักษ์ใหญ่ไล่ซื้อของถูกทั่วโลก ล่าสุดกลุ่มทีซีซี แลนด์ของเจ้าสั่วเจริญ ซื้อโรงแรมในออสเตรเลีย 3 แห่ง
บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ จำกัด บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รายงานบทวิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์โลก Global Market Perspective ประจำเดือนมีนาคม 2552 ว่า ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลของประเทศต่างๆ ทั่วโลกพยายามออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เกิดความหวังว่าเศรษฐกิจโลกจะสามารถฟื้นตัวดีขึ้นได้มาก แต่ในความเป็นจริง เศรษฐกิจโลกยังคงไม่มีสัญญาณของการฟื้นตัว ในขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินฝืดและการล้มละลายของสถาบันการเงินต่างๆ กำลังทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น ตราบเท่าที่เศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกยังลงไปไม่ถึงจุดต่ำสุด ตลาดอสังหาริมทรัพย์โลกยังไม่มีแนวโน้มว่าจะฟื้นตัวเช่นกัน
ในส่วนของตลาดอสังหาริมทรัพย์โลก แนวโน้มการฟื้นตัวยังไม่ปรากฏให้เห็น ตลาดสินเชื่อยังคงมีความตึงตัว และตลาดตราสารหนี้ไม่มีความเคลื่อนไหว ทั้งนี้หากสภาพคล่องกับเข้ามาในตลาด เชื่อว่าจะช่วยให้มีเม็ดเงินเข้าในตลาดการซื้อขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะช่วยให้สามารถวิเคราะห์ได้ว่า มูลค่าจริงของอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกในขณะนี้อยู่ที่ระดับใด อย่างไรก็ดีการซื้อขายที่เกิดขึ้นน้อยมากสื่อให้เห็นว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังลงไปไม่ถึงจุดต่ำสุดและมีแนวโน้มว่ามูลค่าอสังหาริมทรัพย์จะปรับตัวลดลงต่อไปอีก
สำหรับผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก เริ่มตั้งแต่ เอเชีย สภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมยังคงตกต่ำลงไปอีก ตลาดอาคารสำนักงานในเมืองที่มีพัฒนาการเต็มที่แล้ว เช่น สิงคโปร์ โตเกียวและฮ่องกง กำลังได้รับผลกระทบอย่างมากเนื่องจากบริษัทการเงินข้ามชาติที่มีอยู่จำนวนมากไม่มีการขยายธุรกิจ ดังนั้นเจ้าของอาคารจึงลดค่าเช่าลง โดยในไตรมาสสุดท้ายปี 51 ค่าเช่าอาคารสำนักงานในทั้งสามเมืองปรับตัวลดลงเฉลี่ย 20% และมีแนวโน้มว่าจะลดลงอีกมากในไตรมาสแรกของปีนี้
เมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจหลักๆ ของจีนและอินเดียกำลังประสบกับปัญหาซัพพลายล้นตลาด และคาดว่าค่าเช่าอาคารสำนักงานจะปรับตัวลดลงมากในปีนี้เช่นกัน ส่วนในกรุงเดลีและเมืองมุมไบของอินเดียคาดว่าจะมีอาคารสำนักงานสร้างเสร็จเพิ่มขึ้นราว 50% ในปีนี้ ขณะที่ปักกิ่งจะมีอาคารสำนักงานสร้างเสร็จเพิ่มขึ้นอีก 23 - 36%
ส่วนการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนในเอเชียยังคงเงียบเหงา เนื่องจากขาดเม็ดเงินลงทุนและมีความเป็นไปได้ที่มูลค่าจะปรับตัวลดลงไปอีก ธนาคารในเกือบทุกประเทศยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ เว้นเฉพาะจีนที่รัฐบาลพยายามผลักดันให้มีการเพิ่มสภาพคล่องและการปล่อยเงินกู้
ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง ทำให้ผลตอบแทนการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่เข้าซื้อโครงการในออสเตรเลียและญี่ปุ่นขณะนี้มีอัตราสูงขึ้น อาทิ เมื่อเร็วนี้ โจนส์ แลง ลาซาลล์ได้เป็นตัวแทนในการเจรจาซื้อขายโครงการศูนย์การค้า เซ็นโทร ริงวูด ในออสเตรเลีย ให้ผลตอบแทนสูงถึง 8.7% ในขณะที่นักลงทุนซื้อศูนย์การค้าในลักษณะใกล้เคียงกันในปี 2550 ได้รับผลตอบแทนเพียง 6.25%
เจ้าสั่วเจริญลุยชอปรร.3แห่ง
ธุรกิจโรงแรม บรรยากาศการลงทุนซื้อขายในเอเชียโดยทั่วไปกำลังปรับตัวดีขึ้น โดยมีนักลงทุนหลายกลุ่มที่เริ่มทบทวนโอกาสการลงทุน เนื่องจากเชื่อว่า ตลาดโรงแรมได้ลงถึงจุดต่ำสุดแล้ว และโรงแรมคุณภาพดีเริ่มมีเสนอขายน้อยลง โดยเมื่อเร็วๆ นี้ มีการซื้อขายโรงแรม 4 แห่งในออสเตรเลีย โดยกลุ่มทีซีซี แลนด์จากประเทศไทยซื้อ 3 แห่ง ได้แก่ โรงแรมโนโวเทล ร็อคฟอร์ด ดาร์ลิง ฮาร์เบอร์ โรงแรมไฮแอท แคนเบอร์รา และโรงแรมไฮแอท รีเจนซี อะดิแลด ที่เหลืออีกหนึ่งโรงแรมคือเวสติน เมลเบอร์น เข้าซื้อโดยบริษัททีเอ เอ็นเตอร์ไพรส์จากมาเลเซีย
อเมริกา ในขณะที่ดัชนีเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลงไปอีกและตลาดสินเชื่อมีภาวะตึงตัวมากขึ้น สถาบันการเงินของสหรัฐฯ เริ่มเผชิญกับหนี้เงินกู้สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่มีประโยชน์ใช้สอยในเชิงพาณิชย์ (อาทิ อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้าและโรงแรม) ที่กำลังจะครบกำหนดชำระจำนวนมหาศาล โดยคาดว่าระหว่างปีนี้ไปจนถึงสิ้นปีหน้า จะมียอดหนี้ครบกำหนดชำระรวมทั้งสิ้นราว 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะนี้ การทำรีไฟแนนซ์เงินกู้หรือการกู้เงินใหม่เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์สามารถทำได้ยากมาก หรือถ้าทำได้ สถาบันการเงินจะกำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดมาก นอกจากนี้ ปัจจัยพื้นฐานในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนตัวลง จะมีผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้รายปัจจุบันของสถาบันการเงินด้วย โดยในขณะนี้ ตลาดอาคารสำนักงานในสหรัฐฯ มีแนวโน้มว่าจะมีอัตราพื้นที่ว่างเหลือเช่าเฉลี่ยสูงถึง 16% ณ สิ้นไตรมาสหนึ่งของปีนี้ และคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 20% ในปี 2553 ซึ่งทำให้การปล่อยสินเชื่อสำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์มีความเข้มงวดสูง
สถาบันการเงินเองไม่ต้องการขายสินทรัพย์ที่ยึดมาจากลูกหนี้ราคาต่ำในช่วงนี้ ดังนั้น เพือหลีกเลี่ยงการถือครองทรัพย์สิน ธนาคารได้เลื่อนกระบวนการยึดทรัพย์และเสนอเงื่อนไขระยะสั้นที่มีความยืดหยุ่นสำหรับลูกหนี้ที่มีปัญหา นอกจากนี้ ยังคาดหวังด้วยว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐฯ อาจสามารถกู้สถานการณ์ให้ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าของสินทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ขยับสูงขึ้นได้ ดังนั้น ในระยะนี้ รายการขายร้อนโดยลูกหนี้ที่มีปัญหาจะยังมีให้เห็นไม่มาก แต่คาดว่าในอีก 18 เดือนข้างหน้า หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นจะมีการขายร้อนให้เห็นเพิ่มมากขึ้น
ยุโรป ผู้ถือหุ้นในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ประเภทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ต่างคัดค้านความพยายามของผู้บริหารกองทุนในการเปิดระดมทุนรอบใหม่ เนื่องจากเมือเร็วๆ นี้ บริษัทอสังหาริมทรัพย์จำนวนหนึ่ง อาทิ แฮมเมอร์สัน, บริติช แลนด์, แลนด์ ซิคิวริตีส์ และเซโกร ได้ออกหุ้นเพิ่มและพบว่าราคาหุ้นปรับตัวลดลง 50%-90% จากราคาซื้อขายเดิม คาดว่าตลอดปี 2552 นี้ จะมีการลงทุนผ่านหุ้นในโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ในยุโรปมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 50,000 ล้านยูโร โดยมีนักลงทุน ทั้งที่เป็นสถาบันและกองทุนประเภทต่างๆ กำลังรอจังหวะที่มีการขายร้อนเกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นโอกาสในการซื้อของดีราคาถูก
สำหรับแนวโน้ม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกยังคงอยู่ในภาวะซบเซาเนื่องจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจยังคงมีความไม่แน่นอน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลของประเทศต่างๆ ประกาศออกมายังไม่ปรากฏผลมากนัก อสังหาริมทรัพย์ในหลายๆ ประเทศอาจมีมูลค่าปรับลดลงไปได้อีกถึง 20% นอกจากนี้ มีความเป็นไปได้ว่า จะมีอสังหาริมทรัพย์ออกมาเสนอขายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการบังคับขายโดยเจ้าหนี้ หรือจากการที่บริษัทต่างๆ ที่มีอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในรายการสินทรัพย์ของบริษัท เริ่มนำอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อีกต่อไป ออกมาเสนอขายเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับบริษัท ในส่วนของนักลงทุน จะเพิ่มความระมัดวังมากยิ่งขึ้นไปอีกในการเลือกลงทุนซื้อโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยการลงทุนซื้อขายส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในตลาดที่มีความโปร่งใสสูงและสภาพเศรษฐกิจในภาพรวมมีความเสี่ยงต่ำ
|
|
 |
|
|