Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน17 มีนาคม 2552
KCARเปิดทางพันธมิตรถือหุ้น20-40%เบรกแผนออกหุ้นกู้เหตุศก.ไม่เอื้อ-คาดรายได้สูงกว่าปี51             
 


   
search resources

Leasing
กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส, บมจ.




กรุงไทยคาร์เร้นท์ พร้อมเปิดทางพันธมิตรเข้ามาถือหุ้น 20-40% เพื่อขยายงาน ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด เบรกแผนออกหุ้นกู้ชี้เศรษฐกิจไม่เอื้อ พร้อมทุ่มงบ 1.5 พันล้านบาท ซื้อรถยนต์เพิ่มเติมรองรับการขยายฐานลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ คาดปีนี้รายได้สูงกว่าปี 51 ที่ทำไว้ 1.45 พันล.

นายศักดิธัช จันทรเสรีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน) หรือ KCAR เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมทุ่มงบ 1.5 พันล้านบาท เทียบกับปี 51 ที่มีการซื้อรถยนต์ใหม่ประมาณ 1,500 คัน เพื่อซื้อรถยนต์ใหม่จำนวน 2,000 คัน รองรับการขยายฐานลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ โดยแหล่งเงินทุนมากกว่า 70 % น่าจะมาจากธนาคารพาณิชย์ และที่เหลือมาจากกระแสเงินสดของบริษัท

ทั้งนี้ หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้จะทำให้ในปี 52 จำนวนรถยนต์ทั้งหมดของ KCAR เพิ่มเป็น 8,000 คัน จากจำนวนรถยนต์ในปัจจุบันทั้งหมด 6,000 คัน โดยรถยนต์เหล่านี้จะแบ่งเป็นให้เช่าประมาณ 90% ส่วนอีก 10% จะเป็นรถยนต์ที่บริษัทสำรองไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน

ปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรในต่างประเทศ 1 ราย เพื่อร่วมลงทุนขยายธุรกิจให้เช่ารถยนต์ โดยจะเป็นในลักษณะการเข้ามาถือหุ้นของ KCAR ในอัตราส่วน 20-40 % ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดต่าง ๆ แต่เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี จึงคาดว่าเรื่องดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุปภายในปีนี้

พร้อมกันนี้ บริษัทได้ชะลอแผนการออกหุ้นกู้เพื่อนำเงินมาซื้อรถยนต์เพิ่มเติมออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากมองว่าสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย ส่งผลให้ภาพรวมของตลาดหุ้นกู้มีการแข่งขันสูง ประกอบกับมีบริษัทขนาดใหญ่ เช่น บมจ.ปตท..(PTT)

บมจ.บ้านปู (BANPU) ฯลฯ ได้ทยอยออกหุ้นกู้มาอย่างต่อเนื่อง จึงประเมินว่านักลงทุนส่วนใหญ่คงจะให้ความสนใจกับบริษัทเหล่านี้มากกว่าหุ้นกู้ของ KCAR

นอกจากนี้ บริษัทคาดการณ์ว่ารายได้ในปีนี้จะเติบโตกว่าปี 51 ที่มีรายได้อยู่ที่ 1.45 พันล้านบาท หรือเติบโตมากว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมที่คาดจะขยายตัว 1-5 % ส่วนรายได้จะเติบโตคิดเพียงใดนั้นคงไม่สามารถประเมินได้ ขณะที่ในส่วนของยอดขายปีนี้น่าจะอยู่ที่ 1 พันคัน เทียบกับปี 51 ที่มียอดขาย 950 คัน เพิ่มขึ้น 50 คัน หรือคิดเป็น 5.63% เนื่องจากมีรถยนต์ให้เช่าครบกำหนดอายุ 3 ปีจำนวนกว่า 3 พันคัน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us