|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ตลาดหลักทรัพย์ฯ แจงผลหารือร่วม 3 สมาคม เล็งคลอดสินค้าใหม่ๆ ดึงลูกค้าเงินฝากแบงก์ พร้อมปันฝุ่นโครงการให้พนักงานบจ.ลงทุนหุ้นบริษัทของตนเอง ขณะเดียวกันหนุนบล.เป็นมาร์เกตเมกเกอร์สร้างสภาพคล่องหุ้นไทย ประเดิมหุ้นไอพีโอก่อน หวังสร้างความน่าสนใจนักลงทุนเทรดหุ้นและเพิ่มมูลค่าการซื้อขาย ด้าน “กัมปนาท” นายกสมาคมบล. รับลูก เตรียมหารือกับสมาชิกวางกรอบเพิ่มสภาพคล่องตลาดหุ้น
นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผย ภายหลังการหารือร่วมกับกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์ (บล,) สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) และสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ว่า การหารือครั้งนี้เป็นการหามาตรการกระตุ้นมูลค่าการซื้อขายให้มากขึ้นจากปัจจุบันมูลค่าการซื้อขายปรับตัวลดลง ซึ่งการหารือจะเน้นในเรื่องการสร้างความน่าสนใจหรือโอกาสให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น
“ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ตัวแทนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือ โดยมีนายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นประธานในการประชุมที่จะสร้างสภาพคล่องการซื้อขายในตลาดหุ้นไทย ซึ่งสภาพคล่องมีความสำคัญในการลงทุนตลาดหุ้นไทย”นางภัทรียา กล่าว
สำหรับกลุ่มนักลงทุนที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องการให้เข้ามาลงทุน คือ กลุ่มลูกค้าฐานเงินฝากของสถาบันการเงิน โดยให้ทางสมาคมบลจ.ไปหารือว่าจะออกสินค้า ตราสาร ที่มีความเสี่ยงต่ำและตรงกับความต้องการลงทุนของกลุ่มนักลงทุนฐานเงินฝาก เพื่อเป็นแรงจูงใจในการเข้ามาลงทุนจากผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากจากดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลง
ส่วนการจัดตั้งกองทุนแมทชิ่งฟันด์ ที่ตลาดหลักทรัพย์ได้อนุมัติวงเงินจัดตั้งไปแล้วนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทำงานร่วมกับสมาคมบลจ.ผลักดันให้มีการระดมทุนเงินจากนักลงทุนเข้ามาลงทุนในหุ้นดังกล่าวมากขึ้น
นางภัทรียา กล่าวว่า พนักงานของบริษัทจดทะเบียนยังเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายนอกจากลูกค้าเงินฝาก โดยจะนำโครงการให้พนักงานบจ.เข้ามาลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ทำงานอยู่ จากเดิมที่ติดปัญหาในเรื่องภาษีการลงทุน ซึ่งทางสมาคมโบรกเกอร์จะมีการทำงานร่วมกับสมาคมบจ.ในการดำเนินการโครงการดังกล่าว ซึ่งจะสามารถเพิ่มฐานลูกค้าจากโครงการนี้ได้อีกกว่า 1 แสนราย
ด้านการเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้นนั้น นางภัทรียา กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะให้มีผู้ดูแลสภาพคล่อง (มาร์เกตเมคเกอร์) ในตลาดหุ้น โดยจะเริ่มดูและสภาพคล่องให้กับหุ้นที่เสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ก่อน หลังจากนั้นจะเข้ามาดูและสภาพคล่องการซื้อขายให้กับหุ้นที่มีการซื้อขายต่ำ โดยเรื่องนี้ยังมีข้อติดขัดอยู่ จึงได้มอบหมายให้สมาคมบล. นำกลับไปหารือกับบริษัทสมาชิกเพื่อนดำเนินการดังกล่าว
พร้อมกันนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเสนอให้กระทรวงพาณิชย์ผลักดันเรื่องการแก้ไขเกณฑ์การซื้อหุ้นคืน โดยให้สามารถขายคืนหุ้น และสามารถเพิ่มทุนลดลงทุนโดยไม่จำกัดระยะเวลา เพื่อสนับสนุนให้บจ.มีการซื้อหุ้นคืนมากขึ้น จากปัจจุบันเกณฑ์กำหนดให้บจ.ซื้อหุ้นคืนจะสามารถเพิ่มทุน หรือขายหุ้นออกมาได้หลังครบระยะเวลาโครงการซื้อหุ้นคืนเท่านั้น ทำให้บจ.มีปัญหาระหว่างซื้อหุ้นคืนต้องการที่จะเพิ่มทุนเพื่อระดมทุนเงินทุนใหม่ไม่ได้ ทำให้มีบจ.ซื้อหุ้นคืนน้อยแม้ราคาหุ้นจะมีการปรับตัวลดลงมาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีมากแล้ว
ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเพิ่มสินค้าใหม่ในตราสารอนุพันธ์มากขึ้น หลังจากพบว่าในปีที่ผ่านมาการซื้อขายในตลาดอนุพันธ์มีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 60% และหากมีสินค้าใหม่ๆเข้ามามากขึ้นจะทำให้มีมูลค่าการซื้อขายในตลาดอนุพันธ์มากขึ้น โดยสินค้าต่อไปจะมีการออกคือ ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และฟิวเจอร์ที่อ้างดองดอกเบี้ย เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้กับนักลงทุนมากขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะขอความร่วมมือจากสมาคมนักวิเคราะห์ให้ออกบทวิเคราะห์หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีมากขึ้น เพื่อให้นักลงทุนทราบข้อมูลและเข้ามาลงทุน จากปัจจุบันนั้นมีหุ้นที่ไม่ได้อยู่ในSET 50 จำนวนมากให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 10% หากนักวิเคราะห์มีการนำหุ้นดังกล่าวมาแนะนำจะสร้างความน่าสนใจให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนมากขึ้น
“ตลาดหลักทรัพย์ฯจะทบทวนประมาณการมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยจากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 1.3-1.8 หมื่นล้านบาทต่อวัน แต่จะต้องรอพิจารณามูลค่าการซื้อขายในไตรมาสแรกปี 52 ก่อน” นางภัทรียา กล่าว
นายกัมปนาท โลหเจริญวนิช กรรมการอำนวยการ บล. ทรีนีตี้ จำกัด ในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ กล่าวว่า มูลค่าการซื้อขายหุ้นที่ลดลงเกิดจากนักลงทุนขาดความเชื่อมั่นตลาดหุ้นไทย หลังจากนักลงทุนต่างประเทศเทขายหุ้นออกมาอย่างต่อเนื่อง จากวิกฤตการเงินที่เกิดขึ้นทั่วโลก จึงจำเป็นที่จะต้องให้กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศและรายย่อยเข้ามาลงทุนมากขึ้น
“สมาคมบล. ได้รับเรื่องที่จะให้บล.เข้ามาทำหน้าที่เป็นมาร์เกตเมคเกอร์ในการเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้น เพื่อสร้างความน่าสนใจเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น โดยสมาคมโบรกเกอร์จะหารือกับบริษัทสมาชิกถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับ หากเข้ามาทำหน้าที่เป็นมาร์เกตเมคเกอร์ เช่น ประโยชน์ด้านค่าธรรมเนียมการซื้อขาย หรือประโยชน์อื่นๆ ที่ต้องการได้รับการสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์ฯ”
พร้อมกันนี้ สมาคมจะนำเสนอให้คณะกรรมการพัฒนาตลาดหุ้นไทยช่วยผลักดันการยกเว้นภาษีกำไรจากการขายหุ้นให้แก่บริษัทจดทะเบียนที่จะเข้าไปลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ เพื่อช่วยเพิ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น
“มาตรการดังกล่าวนั้นเป็นมาตรการระยะสั้นที่หวังผลในระยะยาว โดยทางตลาดหลักทรัพย์ฯ และสมาคมโบรกเกอร์ และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะหารือและประเมินผลร่วมกันทุกๆ 3 เดือน รวมถึงพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีมาตรการอื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่”
|
|
 |
|
|