|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
เซ็นทาราจับมือทุนนอกสยายปีกธุรกิจโรงแรม เปิดบัดเจ็ทโฮเทล หวังมีสินค้าครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ตอยสนองพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป ประเดิมปีแรกผุด 20 แห่งทั่วประเทศเริ่มปี 2554 พร้อมแตกไลน์ เซ็นทาราลงจับระดับ 3-4 ดาว อัดเงินลงทุนรวมทั้งกรุ๊ปกว่า 3 พันล้าน ลงทุนทั้งธุรกิจโรงแรมและอาหารทั้งในและต่างประเทศ
นายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางโรงแรมเตรียมร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติ เปิดเป็นบริษัทรับบริหารจัดการไปพร้อมกับการรุกธุรกิจโรงแรมในระดับ 2 ดาว หรือโรงแรมราคาประหยัด(บัดเจ็ท โฮเทล) เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวซึ่งขณะนี้ได้เปลี่ยนพฤติกรรมในการเลือกพักโรงแรมที่ราคาประหยัดลง แต่เน้นเรื่องของความสะอาด และโลเกชั่นที่สะดวกสบาย อีกทั้งยังทำให้กลุ่มโรงแรมในเครือเซ็นทรัล มีสินค้าครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างการตั้งชื่อแบรนด์ให้กับโรงแรมใหม่ รวมถึงการวางแผนด้านการบริหารจัดการโดยจะสรุปให้ทันปีนี้ ก่อนเริ่มแผนงานก่อสร้างในต้นปีหน้า โดยช่วงแรกคาดว่ากลุ่มเซ็นทรัลจะลงทุนเอง เพื่อสร้างแบรนด์ให้ได้รับรู้ในวงกว้าง ก่อนขยายออกสู่บริการรับบริหารจัดการ
“ประมาณปี 2554 จะเริ่มเปิดให้บริการโรงแรมภายใต้แบรนด์ใหม่นี้ประมาณ 20 แห่งทั่วประเทศไทย ซึ่งจะมีทั้งลงทุนก่อสร้างใหม่ การเทคโอเวอร์โรงแรมเก่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความเหมาะสม”
ทั้งนี้ เบื้องต้นตั้งไว้ว่า โรงแรมระดับ 2 ดาวนี้รูปแบบการให้บริการจะคล้ายกับเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ คล้ายกับโรงแรม ไอบิส ของกลุ่มแอคคอร์ สถานที่ก็ต้องตั้งในย่านเมือง แหล่งชุมชน หรือแหล่งท่องเที่ยว ที่เดินทางได้สะดวก
นายสุทธิเกียรติ กล่าวอีกว่า กลุ่มเซ็นทารา อยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องการแตกแบรนด์เซ็นทารา ลงสู่ระดับ 3 ดาว 4 ดาว จากปัจจุบันมีระดับ 5-6 ดาวเพื่อเจาะลูกค้าเฉพาะกลุ่มจากผลกระทบวิกฤตเศรษฐกิจโลก โดยมองวิกฤตเป็นโอกาสให้บริษัทสามารถขยายการลงทุนได้ เช่นการเทคโอเวอร์โรงแรมที่เจ้าของต้องการขายกิจการ หรือการใช้แบรนด์เซ็นทาราที่แข็งแกร่งนี้รุกตลาดรับบริหารจัดการให้แก่โรงแรมท้องถิ่น
ด้านแผนการลงทุน ปีนี้บริษัทตั้งงบประมาณไว้ที่ 3,200 ล้านบาท แบ่งเป็นลงทุนในธุรกิจโรงแรม 2,900 ล้านบาท โดยจะรับบริหารจัดการโรงแรมอีก 8 แห่งทั้งในและต่างประเทศ ในหลายโลเกชั่น เช่น เกาะสมุย เกาะพงัน อุดรธานี ขอนแก่น และที่เกาะมัลดีฟ เป็นต้น
นอกจากนั้นเตรียมเปิด เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา ในเดือน มิ.ย.นี้ และโรงแรมเซ็นทารา บีช รีสอร์ท ภูเก็ต ในกลางปี 2553 อีก 360 ล้านบาท ลงทุนในธุรกิจอาหาร ซึ่งปีนี้บริษัทได้เซ็นสัญญากับบริษัทในประเทศญี่ปุ่น เตรียมนำเข้าเบเกอรีแบรนด์ Beard papa’s ลงทุนเปิดเป็นเอาท์เลต 4 สาขา จับกลุ่มลูกค้าระดับบน ส่วนอีกหนึ่งแบรนด์อยู่ระหว่างการเจรจา
ส่วนงบที่เหลือ หรือประมาณ 800 ล้านบาท จะใช้รีโนเวทห้องพักในโรงแรมเซ็นทารา โซฟิเทล ลาดพร้าว คาดว่าจะใช้เวลานาน 2 ปี เพราะจะทยอยปรับปรุงที่ละชั้น
ทั้งนี้ในส่วนของธุรกิจโรงแรมตั้งเป้าอัตราเติบโตปีนี้ 10% กลุ่มอาหารโต 9% โดยรายได้รวมในปี 2551 มีจำนวนเงินรวม 8,170 ล้านบาท ผลประกอบการกำไรเติบโต 9% คิดเป็นเม็ดเงิน 434 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2550 ที่มีกำไร 397 ล้านบาท อยู่ 41 ล้านบาท
|
|
 |
|
|