Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน25 กุมภาพันธ์ 2552
พิษศก.ฟาดอัญมณีขั้นวิกฤติ             
 


   
search resources

Jewelry and Gold




สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ ระบุพิษเศรษฐกิจกระทบอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับวิกฤตหนักรอบ 40 ปี ราคาทองคำผันผวนหนัก แต่กำลังซื้อคนลดลง ตลาดส่งออกหลักหดตัว แนะผู้ประกอบการประคองตัว มั่นใจทั้งปีตลาดทองคำส่งออกยังสดใส ลุยจัดงานประชุมวิชาการนานาชาติอัญมณีและเครื่องประดับ หวังระดมสมองรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ

นายวิชัย อัศรัสกร นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ กล่าวถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยว่า ตัวเลขการส่งออกของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ (รวมทั้งทองคำแท่ง)ของไทยในปีที่ผ่านมามูลค่า 2.7 แสนล้านบาท เติบโต 48.04% แต่คาดว่าปัญหาเศรษฐกิจโลกที่กำลังเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบถึงตลาดอัญมณีไทยในปี 2552 เนื่องจากได้รับความผันผวนของราคาวัตถุดิบทองคำ ส่งผลให้ราคาทองคำขึ้น 17,000 บาท และผลพวงจากกำลังซื้อที่ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดส่งออกหลัก เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และยุโรป ทำให้ปัญหาด้านการเงินของลูกค้าอัญมณีและเครื่องประดับชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยด้านลบที่ถือเป็นวิกฤตหนักในรอบ 4 ทศวรรษ หรือรอบ 40 ปี สำหรับธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ

“ผลกระทบอีกส่วนหนึ่ง คือ นโยบายของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน ลดการนำเข้าสินค้าและหันมากระตุ้นการบริโภคสินค้าที่ผลิตในประเทศเป็นหลัก ซึ่งจะส่งผลทำให้ยอดการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในตลาดอเมริกาลดลงไปอีกหลายเปอร์เซ็นต์”

ทั้งนี้การทำตลาดประเทศไทยต้องปรับตัว โดยเน้นตลาดส่งออกใหม่ อาทิ ตะวันออกกกลาง จีน อินเดีย ยุโรปตะวันออก และลาตินอเมริกา เนื่องจากเป็นตลาดที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมากนัก ซึ่งการส่งออกไปยังตลาดดังกล่าว จะตัวช่วยให้ยอดการส่งออกของไทย ปี 2552 เป็นไปตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตามในช่วงเวลานี้ ผู้ประกอบการต้องประคองตัวเอง เพื่อความอยู่รอดไปก่อน ซึ่งขณะนี้ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับได้รับผลกระทบทุกประเทศ แต่ไทยถือว่าได้รับผลกระทบน้อยมาก ดังนั้นทำอย่างไรที่จะฟื้นตัวได้เร็วกว่าผู้ประกอบการรายอื่นๆ

สำหรับการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ สร้างรายได้เป็นอันดับ 3 จากการส่งออกของประเทศไทย โดยสถานการณ์ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ชะลอตัว และคาดว่าไตรมาส 2 ทยอยปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยากต่อการคาดเดาเนื่องจากมีปัจจัยที่เป็นตัวแปรรอบด้าน ส่วนปีนี้ในช่วงไตรมาสแรก กลุ่มเพชร พลอย มีอัตราการเติบโต 20% เพราะได้รับอานิสงส์ทองคำขึ้นราคา แต่ทั้งปีคาดว่าจะไม่มีอัตราการเติบโต ส่วนการส่งออกทองคำทั้งปี คาดว่ามีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าราคาทองคำจะผันผวนก็ตาม

ล่าสุดสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้เตรียมการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติด้านอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 2 หรือ The 2nd INTERNATIONAL GEM & JEWELRY CONFERENCE (GIT 2008) ภายในงานจัดสัมมนา “อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยในวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหม่” ทั้งนี้เพื่อให้เกิดเวทีการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ มีการเผยแพร่และแลกเปลี่ยน และนำไปขยายขีดความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมและรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจ โดยงานดังกล่าวจัดขึ้น ในวันที่ 9–10 มีนาคม นี้ ที่ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ และจังหวัดกาญจนบุรี โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุม 400-500 ราย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us