ไม่มีใครคาดคิดว่า สัมปทานให้บริการโทรศัพท์มือถือจากคลื่นความถี่ Microwave
ซึ่งค้นพบ มาแล้วตั้งแต่สงครามโลกครั้ง ที่สอง จะมีค่ามากมายเมื่อประยุกต์ใช้อย่างถูกจังหวะ
และเวลา
ทักษิณ ชินวัตร เห็นช่องนี้จะโดยเข้าใจลึกซึ้งหรือไม่ก็ตามในระยะบุกเบิก
แต่ได้สร้างโอกาสธุรกิจให้เขามากมาย ยิ่งกว่าสัมปทานอื่นๆ ที่เขาได้มาในช่วงเดียวกัน
ปี 2533 AIS บริษัทในกลุ่มชินคอร์ป ได้สัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ และลงทุนสร้างเครือข่ายอย่าง
ช้าๆ และต่อเนื่อง เปิดบริการโทรศัพท์อีกระบบหนึ่งคู่กับบริการโทรศัพท์พื้นฐานขององค์การโทรศัพท์ฯ
ทั้ง เสริม และแข่งขันกัน 1 ปีจากนั้น กลุ่มยูคอมจะเดินตาม และได้รับสัมปทานโทรศัพท์มือถือ
จากการสื่อสารฯ ภายใต้ TAC
การเติบโตของธุรกิจนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม รายได้ของการประกอบการ
ยังไม่สูงเท่า กับผลตอบแทนการเข้าตลาดหุ้นไทยของ AIS ในปี 2535 และ UCOM-TAC
ในปี 2537-8 นับเป็นผลตอบแทนเข้าตลาดหุ้น ที่มากที่สุดรายหนึ่ง ในบรรดากิจการที่เข้าตลาดหุ้นกันมากมายในขณะนั้น
การขยายตัวธุรกิจนี้เติบโตกับการเติบโตของสังคมเมืองหลวง และหัวเมือง พร้อมกับกระแสการวางเครือข่ายสื่อสารทั่วโลก
ในยุคการค้าเสรีดำเนินไปอย่างเข้มข้นมากขึ้น
เครือข่ายสื่อสารมีความหมายมากมายในการดำรงชีวิตของผู้คนยุคใหม่
จากนั้น ไม่ถึง 10 ปี ธุรกิจของ โทรศัพท์มือถือก็กลายเป็นธุรกิจใหญ่ที่สุดในธุรกิจสื่อสาร
รายได้ทั้ง AIS และ TAC รวมกันมีมากกว่า 50,000 ล้านบาท มากกว่ารายได้ขององค์การโทรศัพท์ฯ
ที่สำคัญกว่านี้ Application ของธุรกิจนี้มีความยืดหยุ่น และพลิกแพลงอย่างมาก
ในปี 2544 จากนี้ไป หลังจากผ่านมรสุมครั้งใหญ่มาอย่างราบรื่น
มันเป็นภาพของสังคม ที่มีบุคลิก อย่างโดดเด่น และมีสีสันอย่างมาก ซึ่งเป็นเรื่องน่าติดตามอย่างเร้าใจ