|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
“ไทยยิบซัม” เปลี่ยนแบรนด์สู่ “ยิปรอค” ตามนโยบายการทำตลาดด้วยแบรนด์เดียวทั่วโลกของบริษัทแม่ หวังขึ้นตำแหน่งยิปซั่มอันดับ 1 ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ทรงตัว เจาะช่องว่างตลาดขายระบบผนัง ตั้งทีมงานเฉพาะรุกตลาดโครงการบ้านจัดสรร
หลังจากกลุ่มเซนต์ โกเบน ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ของโลกจากฝรั่งเศสเข้ามาซื้อกิจการกลุ่มบีพีบี ประเทศอังกฤษ ผู้ผลิตแผ่นยิปซั่มที่มีการลงทุนกระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของไทยยิบซัมในประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ทิศทางการทำตลาดส่วนหนึ่งของไทยยิปซั่มต้องเป็นไปตามนโยบายของบริษัทแม่ด้วย โดยล่าสุดบริษัทแม่มีนโยบายจะเปลี่ยนแบรนด์ของแผ่นยิปซั่มที่กลุ่มบีพีบีเคยทำตลาดในแต่ละกลุ่มประเทศ และมีหลากหลายถึง 4 แบรนด์ มาใช้แบรนด์ “ยิปรอค (Gyproc)” เพียงแบรนด์เดียว เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและตอกย้ำภาพลักษณ์เดียวกันทั่วโลก ภายใต้สโลแกน “ผู้นำนวัตกรรมระบบผนังและฝ้าเพดาน” ทำให้ไทยยิบซัมต้องเปลี่ยนชื่อตาม และมีหน้าที่จะต้องเร่งสร้างแบรนด์ใหม่ให้ติดตลาดในเมืองไทยให้ได้โดยเร็วที่สุด แม้ในภาวะนี้เศรษฐกิจจะไม่เอื้ออำนวย ทำให้มีงบการทำตลาดน้อยกว่าทุกปีก็ตาม
วลิต จิยะวรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซัม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าจะเน้นสร้างแบรนด์แบบค่อยเป็นค่อยไป ใช้ช่องทางต้นทุนต่ำที่เจาะตรงถึงกลุ่มเป้าหมายมากกว่าการสื่อสารแบบแมส แต่จะยังพ่วงสโลแกนต่อท้ายว่า “ยิปรอค จากไทยยิบซัม” ไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้ตลาดเชื่อมโยงแบรนด์เก่ากับแบรนด์ใหม่ได้ โดยจะขยายการใช้แบรนด์ยิปรอคให้ครอบคลุมทุกหมวดสินค้าของบริษัทฯ ได้แก่ แผ่นยิปซั่มและอุปกรณ์เสริมงาน, แผ่นฝ้าเพดานและโครงคร่าวเหล็กที-บาร์ และปูนฉาบตกแต่งภายใน
ภาพรวมเศรษฐกิจที่ถดถอย ซึ่งมีผลต่อตลาดก่อสร้างใหม่ ทำให้ไทยยิบซัมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ว่าจะทรงตัวอยู่ที่ 3,000 ล้านบาทเท่ากับปีที่แล้วเท่านั้น ส่วนหนึ่งมาจากตลาดส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก คาดว่าปีนี้จะมียอดส่งออกต่ำกว่า 30 ล้าน ตร.ม. ซึ่งเป็นยอดส่งออกของปีที่แล้ว ทำให้ไทยยิบซัมต้องหันมาเจาะช่องว่างตลาดในกลุ่มสินค้าระบบผนังเพิ่ม จากเดิมที่มียอดขายจากระบบเพดานเป็นหลัก ซึ่งในตลาดมีการนำแผ่นยิปซั่มมาใช้ทำผนังน้อยมาก เพียงไม่ถึง 5% ส่วนใหญ่ยังใช้ระบบก่ออิฐฉาบปูนแบบเดิม จึงถือเป็นช่องว่างการตลาดที่น่าสนใจ และมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก
วลิตกล่าวว่า จะเร่งขยายตลาดรุกกลุ่มที่อยู่อาศัยเพิ่ม โดยได้ตั้งทีม Residential Development เป็นทีมงานที่เข้าไปเจาะกลุ่มโครงการบ้านจัดสรรโดยเฉพาะ ให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้าแก่ดีเวลลอปเปอร์ควบคู่ไปกับนักออกแบบ ซึ่งพบว่าดีเวลลอปเปอร์ตอบรับสินค้าเป็นอย่างดี เพราะมีฟังก์ชั่นที่สามารถตอบสนองความต้องการได้ เช่น ระบบกันความร้อน ระบบกันกระแทก ระบบกันไฟ ระบบกันเสียง แต่ผู้ซื้อบ้านอาจยังไม่มั่นใจคุณสมบัติความแข็งแรงของแผ่นยิปซัมที่จะนำมาใช้งานเป็นผนัง ซึ่งต้องใช้เวลาปรับความเข้าใจของตลาดในระยะยาว
|
|
 |
|
|