Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน29 สิงหาคม 2546
ต่างชาติสนซื้อหุ้นTMB25%             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารทหารไทย

   
search resources

ธนาคารทหารไทย
กระทรวงการคลัง
บรรษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์การ - BAM
บรรษัทบริหารสินทรัพย์พญาไท - PAM
สุชาติ เชาว์วิศิษฐ
สมหมาย ภาษี
สุภัค ศิวะรักษ์
Banking




ผู้ถือหุ้นแบงก์ทหารไทย อนุมัติเพิ่มทุน 6.4 พันล้านหุ้น หลังผู้ถือหุ้นเดิมยืนยันซื้อ หุ้นเพิ่มทุนตามสิทธิ์ ขณะกระทรวงการคลัง ยังปกปิดแหล่งที่มาของเงินทุนที่ใช้ครั้งนี้กว่า 1 หมื่นล้านบาท "สมหมาย" เผย 4 แผนงาน หลักหลังเพิ่มทุน เร่งแก้ปัญหาหนี้ เอ็นพีแอล พร้อมเปิดทางให้พันธมิตรจากจีน และรายอื่นถือหุ้นในสัดส่วน 25% ขณะที่ความคืบหน้าการควบ"ไทยธนาคารไอเอฟซีที" คลังเรียกทุกฝ่ายหารือด่วนวันนี้

นายสมหมาย ภาษี ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยหลังจากการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่1/2546 ว่าการเพิ่มทุนของธนาคารเพื่อเสริมเงินกองทุนของธนาคารให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และมีเงินเพียงพอต่อการดำเนินกิจการของธนาคาร รวมทั้งรองรับการขยายตัวของธนาคารในอนาคต

ทั้งนี้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติให้ออกหุ้นสามัญใหม่เพื่อเสนอขาย ให้กับผู้ถือหุ้นเดิม ตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นถืออยู่ จำนวน 6.405 พันล้านหุ้น ในอัตราส่วน 5 หุ้นเดิม ต่อ 8 หุ้นใหม่ ในราคาหุ้นละ 3.50 บาท เปิดจองหุ้นวันที่ 10-16 กันยายนนี้ ซึ่งได้รับการยืนยันซื้อหุ้นเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นเดิมเรียบร้อยแล้ว

ปัจจุบันโครงสร้างผู้ถือหุ้นของธนาคารทหาร ไทย ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง 49% กองทัพ 16% กลุ่มบริษัทไทยประกันชีวิต 3% และกลุ่มชินคอร์ป 3% รวมทั้งหมด 70% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ส่วนที่เหลือจะเป็นของรายย่อย 30% หรือคิดเป็นจำนวนรายประมาณ 4 หมื่นราย

คลังยังไม่เปิดเผยแหล่งเงินทุน

ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าขณะนี้ได้เซ็นอนุมัติให้กระทรวงการคลัง เข้าไปซื้อหุ้นเพิ่มทุนในธนาคารทหารไทยเรียบร้อยแล้ว ตามสัดส่วนที่กระทรวงการคลังถือจำนวนประมาณ 49% คิด เป็นวงเงินประมาณหมื่นกว่าล้านบาท โดยแหล่งที่มาของเงินทุนที่จะนำไปซื้อหุ้นแบงก์ทหารไทยยังไม่สามารถเปิดเผยได้

สำหรับประเด็นการเพิ่มศักยภาพการดำเนิน การนั้น นายสมหมาย กล่าวว่าธนาคารจะเร่งแก้ปัญหาหนี้ที่ไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะช่วงนี้เศรษฐกิจ กำลังดีธนาคารต่างๆ เร่งแก้หนี้เสีย เพราะไม่อยากเสียโอกาสอันดีนี้ แต่ว่าการแก้เร็วและไม่ดูตาม้าตาเรือก็จะทำให้ได้ไม่คุ้มเสียเป็นการแก้หนี้เสียที่ไม่มีประสิทธิภาพส่งผลทำให้ธนาคารได้กำไรน้อยลง

ปัจจุบันหนี้เสียของธนาคารมีอยู่ 40,000 ล้านบาท ธนาคารได้ตั้งสำรองต่อหนี้เสียร้อยละ 20 และหลังเพิ่มทุนทำให้ตัวเลขการตั้งสำรองสูงกว่าร้อยละ 60 ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดไว้

"การแก้หนี้เสียที่มีอยู่ค่อนข้างสูง หากเกิดการสูญเสียน้อยกว่าที่คาดไว้ผู้ถือหุ้นก็จะได้กำไร เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ความคืบหน้าของการเจรจาขายบริษัทบริหารสินทรัพย์พญาไทขณะนี้บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ ได้เสนอราคาซื้อที่ 2.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงที่สุดจาก ผู้สนใจที่เสนอมา 5 ราย"

เน้นบริหารงานหลัก4ด้าน

ส่วนนโยบายในการบริหารงานหลัก ธนาคารได้แบ่งออกเป็น 4 แนวทาง คือ 1. การเพิ่มทุนและทำการแก้ไขปัญหาหนี้เสีย 2. การปรับโครงสร้างในการบริหารจัดการให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ จัดแผนกต่างๆ ใหม่ โดยอาจจ้าง ชาวต่างชาติเข้ามาร่วมงานด้วย 3. การปรับตำแหน่งของธนาคารใหม่ โดยจะเป็นธนาคารอันดับที่ 6-7 เป็นธนาคารขนาดกลางที่กะทัดรัด เน้นการบริการแก่ลูกค้ารายย่อยปรับปรุงการทำงานให้รวดเร็วคล่องตัว ซึ่งทำค่อนข้างยากแต่หากแนวคิดผู้บริหารตรงกันก็จะทำได้ง่าย และ 4. การปรับเปลี่ยนตราสัญลักษณ์ของธนาคารใหม่

ด้านนายสุภัค ศิวะรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ธนาคารคาดว่า จะมีกำไรปีนี้ประมาณ 2.5 พันล้าบาท จากสิ้นไตรมาส 2 มีกำไร 1.5 พันล้านบาท และในปี 2547 ธนาคารจะมีกำไรเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการประหยัดภาระดอกเบี้ยจากการไถ่ถอนซูเปอร์ แคปส์และหุ้นกู้ด้อยสิทธิถึง 2 พันล้านบาท หรือ ร้อยละ12.5 ต่อปี

ส่วนพนักงานกว่า 6,000 คนนั้น ทางธนาคารต้องรอให้มีการปรับปรุงโครงสร้างเสร็จก่อนจึงจะมีการพิจารณาเพิ่มลดอีกครั้งหนึ่ง แต่ธนาคารเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงานในการเพิ่มรายได้ให้กับธนาคารมากขึ้น ปัจจุบันพนักงานทำรายได้ให้กับธนาคาร เฉลี่ยต่อคน 3-4 แสนบาท แต่หลังจากปรับโครงสร้างเสร็จแล้วจะเพิ่มเป็น 1 ล้านบาท

สรุปขายหุ้นให้พันธมิตรสิ้นปีนี้

นายสมหมาย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีผู้ที่สนใจเข้ามาขอซื้อหุ้นของธนาคารจำนวน 2 ราย โดยเป็นสถาบันที่ดำเนินธุรกิจธนาคารพาณิชย์ทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเจรจากับกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือ หุ้นใหญ่ในสัดส่วน 49% ซึ่งคาดว่าจะสามารรถสรุปข้อตกลงภายในสิ้นปีนี้

ส่วนนโยบายของคลังไม่ต้องการที่จะดำเนิน ธุรกิจ หรือบริหารธนาคารพาณิชย์ เป็นเพียงการ เข้ามาดูแลให้สถาบันการเงินมีความเข้มแข็ง ดังนั้นเมื่อมีพันธมิตรที่สนใจเข้ามาซื้อหุ้น กระทรวง การคลังก็พร้อมที่จะขายให้ หากมีนโยบายการดำเนินธุรกิจใกล้เคียงกัน โดยในเบื้องต้นเจรจาที่จะขายหุ้นให้กับพันธมิตรจำนวน 25%

หลังจากการเพิ่มทุนดังกล่าว ธนาคารมีเป้าหมายที่จะเพิ่มกำไรจากเดิมที่มีกำไรจากการดำเนินงาน 2.3-2.5 พันล้านบาท และต้องหักภาระดอกเบี้ยของซูเปอร์แคปส์ประมาณ 2 พันล้านบาท ดังนั้นมีการเพิ่มทุนแล้ว ในปี 2547 ธนาคารต้องเป้าที่จะมีกำไรเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกประมาณ 2 พันล้านบาท เนื่องจากมีการแก้ไขปัญหาหนี้เอ็นพีแอล และภาระดอกเบี้ยซูเปอร์ แคปส์ลดลง

พร้อมกันนี้ ธนาคารได้ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (อาร์โออี) ประมาณ 20% จากเดิมที่อยู่ในระดับ 0% และมีผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (อาร์โอเอ) ประมาณ 1.5% ซึ่งจะสูงกว่าระบบที่ขณะนี้อาร์โอเออยู่ที่ระดับ 1% รวมทั้งตั้งเป้าสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ พนักงานลดลงเหลือ 45% จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 75% ซึ่งสัดส่วนของระบบอยู่ที่ระดับ 43-45%

ระดมตัวแทนหารือรวมBT-IFCT

นายสมหมาย กล่าวถึง ความคืบหน้าในการ ควบรวมกิจการของธนาคารไทยธนาคาร (BT) กับบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือไอเอฟซีที ว่าในวันนี้ (29 ส.ค.) กระทรวงการคลัง จะเชิญประธานบริหารและผู้บริหารของ ทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่า การธปท. เข้ามาหารือร่วมกันเป็นนัดแรก โดยคาดว่าจะสามารถสรุปกรอบการดำเนินการได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us