Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน11 กุมภาพันธ์ 2552
ธอส.ลั่นปล่อยกู้บัญชีดำ             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารอาคารสงเคราะห์

   
search resources

ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ขรรค์ ประจวบเหมาะ
Loan




บิ๊ก ธอส.ประกาศพร้อมปล่อยสินเชื่อบ้านลูกหนี้แบล็กลิสต์-ติดเครดิตบูโรประเภทหนี้บัตรเครดิต-รถยนต์ ชี้ข้อดีเครดิตบูโรช่วยแบงก์สกรีนลูกค้า ป้องกันเอ็นพีแอลลาม เผยผลการดำเนินงานปี 51 ธอส.ผลประกอบการเจ๋ง ปล่อยสินเชื่อใหม่ 8.18 หมื่นล้าน เฉพาะกำไร 3.3 พันล้าน ปี 52 เดินหน้าปล่อยกู้ 7.3 หมื่นล้าน เน้นบริหารความเสี่ยง พร้อมสอดส่องโครงการบ้านเอื้ออาทร

ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจไทยค่อนข้างเปราะบาง ทำให้รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องพยายามเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ ผ่านช่องทางการใช้งบประมาณในการกระตุ้น ขณะเดียวกันก็คาดหวังว่างบประมาณที่รัฐบาลของแต่ละประเทศที่ทุ่มลงไปเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ จะเป็นแรงหนุนที่ช่วยพยุงให้เศรษฐกิจไทย และภูมิภาคเอเชียเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน

ดังนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบสินเชื่อของไทยในตอนนี้ คือภาคสถาบันการเงินค่อนข้างระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ เนื่องจากเกรงว่าจะกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) โดยเฉพาะตลาดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ที่มีแนวโน้มถูกปฎิเสธสินเชื่อมากสูงขึ้น ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสูงถึง 30% ทำให้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งปรับฐานรายได้ของผู้กู้บ้าน การให้เจ้าของโครงการกำหนดวงเงินดาวน์เพิ่มขึ้น เป็นต้น

นอกจากนี้ ปัญหาของผู้ที่จะกู้ซื้อบ้านแล้วไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อนั้น การตรวจเช็ก"เครดิต บูโร" ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ธนาคารพาณิชย์อ้างว่า ผู้กู้มีปัญหาเรื่องเครดิต (แบล็กลิสต์) ที่ยังคงถูกบันทึกอยู่ในบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด

ธอส.ปล่อยกู้ลูกค้าติดแบล็กลิสต์

นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า กรณีปัญหาการเป็นหนี้เสียและติดอยู่ในบัญชีรายชื่อเครดิตบูโร ในบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ทำให้สถาบันการเงินใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ปล่อยสินเชื่อให้ แม้ว่าผู้กู้จะชำระคืนเป็นเวลาหลายปีแล้วก็ตาม ซึ่งปัจจุบันหากมีประวัติหนี้เสีย หรือชำระหนี้ล้าช้าจะถูกบันทึกไว้เป็นเวลา 3 ปี โดยในระหว่างนี้สถาบันการเงินจะไม่ปล่อยสินเชื่อให้เลย ทำให้หลายฝ่ายต่างออกมาเรียกร้องให้บริษัทข้อมูลเครติดแห่งชาติฯ ลดการบันทึกประวัติให้เหลือ 2 ปี

สำหรับ ธอส.จะพิจารณาปล่อยสินเชื่อจากความสามารถในการผ่อนชำระของลูกค้าในปัจจุบันเป็นหลัก แม้ว่าจะมีรายชื่อติดอยู่ในแบล็กลิสต์ในช่วงเวลา 3 ปีก็ตาม แต่จะให้เฉพาะผู้ที่ติดแบล็กลิสต์บัตรเครดิตหรือยนต์เท่านั้น ส่วนผู้ที่เคยติดแบล็กลิสต์สินเชื่อที่อยู่อาศัย จะไม่ปล่อยให้เด็ดขาด

ส่วนกรณีที่คาดว่าจะมีลูกค้าของธนาคารตกงานจนไม่มีรายได้เพียงพอในการผ่อนชำระหนี้นั้น ธอส.ได้เตรียมมาตรการไว้รองรับ ด้วยการลดดอกเบี้ย หรือยืดระยะเวลาผ่อนชำระ จนกว่าลูกค้าจะมีรายได้เข้าสู่ภาวะปกติ หรือมีงานใหม่ทำ นอกจากนี้ ยังเฝ้าติดตามลูกค้าที่ทำงานในอุตสาหกรรมที่เสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้าง แม้ขณะนี้จะมีจำนวนไม่มาก เพราะผู้ที่ถูกเลิกจ้างส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างรายวัน แต่ลูกค้าของธนาคารส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างรายเดือน และบริษัทส่วนใหญ่เข้าร่วมโครงการสวัสดิการหักค่าผ่อนชำระจากบัญชีเงินเดือน

อาจตั้งสำรองเพิ่มหากหนี้เสียไหลกลับ

กรรมการผู้จัดการ กล่าวถึงผลการดำเนินงานของธอส.ประจำปี 51 (ก่อนการรับรองงบการเงินจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน)ว่า สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ 123,880 ราย เป็นเงิน 81,804 ล้านบาท คิดเป็นวงเงินสินเชื่อเฉลี่ยต่อราย เท่ากับ 660,000 บาท จากเป้าสินเชื่อทั้งปี 80,000 ล้านบาท ส่วนในปี 2550 ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ 94,083 ล้านบาท จำนวน 171,282 ราย มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานทั้งสิ้น 3,306 ล้านบาท ลดลง 10.25% เมื่อเทียบกับกำไรในช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 3,683 ล้านบาท

"การที่ธอส.ปล่อยสินเชื่อได้ลดลง ส่วนหนึ่งเกิดจากธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ลงมาแข่งขันในตลาดนี้มากขึ้น อีกทั้งยังแข่งกันในเรื่องราคา หรือลดดอกเบี้ยอีกด้วย ทำให้ ธอส.ถูกแย่งส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อไปพอสมควร นอกจากนี้ กำไรส่วนหนึ่งยังนำไปตั้งสำรองหนี้เสียตามมาตรฐานทางบัญชี IAS 39 ซึ่งปัจจุบัน ธอส.ได้ตั้งสำรองไปแล้ว 95% ส่วนในปีนี้จะต้องดูว่ามีหนี้เสียไหลเข้ามาเพิ่มหรือไม่ ถ้ามีเราก็ต้องตั้งสำรองเพิ่มจาก 95% แต่จะมากแค่ไหน คงต้องพิจารณายอดหนี้ค้างชำระ เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นหนี้เสียเข้ามาสมทบ"

ส่วนยอดสินเชื่อคงค้างทั้งสิ้น 617,305 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.24% เงินฝาก 515,149 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.61% โดยมีสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) 62,919 ล้านบาท คิดเป็น 10.56% ของยอดสินเชื่อรวม ขณะที่ทรัพย์สินรอการขาย (NPA) คงเหลือสุทธิตามงบการเงิน จำนวน 9,813 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมสามารถจำหน่าย NPA ได้ทั้งสิ้น 1,951 ล้านบาท สินทรัพย์รวมประมาณ 663,773 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.34 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับนโยบายการดำเนินงานในปี 52 ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ 73,000 ล้านบาท เป้าหมายกำไรตั้งไว้ที่ 3,600 ล้านบาท ตามอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศในปีนี้ อย่างไรก็ตาม หากมียอดขอสินเชื่อเพิ่มมากขึ้น ธอส.ก็พร้อมจะปล่อยสินเชื่อให้ โดยทุกเดือน ธนาคารฯจะมียอดชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนนี้สามารถนำไปปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ นอกเหนือจากสภาพคล่องของธนาคารที่มีอยู่รวมกว่า 70,000 ล้านบาท

นายขรรค์กล่าวว่า ในส่วนของการทำงานในปีนี้ จะเน้นหนักใน 3 เรื่องใหญ่ คือ 1. การบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วย ความเสี่ยงจากการดำเนินงาน ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย และความเสี่ยงในตลาด 2. บริหารค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับดอกเบี้ยรับที่เป็นรายได้หลักของธนาคาร และ 3. การทำตัวให้ใกล้ชิดกับลูกค้า

สอดส่องโครงการบ้านเอื้อฯ

ส่วนการปล่อยสินเชื่อในโครงการต่างๆ อาทิ 1.โครงการบ้านเอื้ออาทร จะทำการปรับปรุงและแก้ไขให้ดีขึ้น ซึ่งในปีนี้จะมีหลายโครงการที่เสร็จเข้ามา 2.โครงการธอส.-กบข. ครั้งที่ 6 จะเริ่มเร็วขึ้นในเดือนมี.ค.นี้ จากปีที่แล้วเริ่มเดือนพ.ค. เพราะต้องการเน้นลูกค้ากลุ่มข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจที่มีรายได้มั่นคง

3.โครงการบ้านประหยัดพลังงาน 4.โครงการบ้านหลักแรกจากเดิมที่เคยออกระยะ 7 ปี และ 10 ปีที่ผ่านมา แต่ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ดังนั้น จะมีแผนที่จะออกพันธบัตรเป็นระยะสั้นอายุ 3 ปี ที่เป็นที่นิยมของตลาดมากกว่า

นายขรรค์กล่าวว่า ปี2552 ธนาคารได้ผลักดันโครงการประกันสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (มอร์เกจ อินชัวรันซ์ : เอ็มไอ) ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนที่ไม่มีเงินออม สามารถจะมีบ้านเป็นของตนเองได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ธนาคารยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาปรับปรุงภาพลักษณ์และการให้บริการควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการแก่ลูกค้าได้อย่างดีที่สุด โดยจะเพิ่มเครื่องถอนเงิน และเครื่องรับฝากเงินอัตโนมัติให้มากขึ้น   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us