Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มกราคม 2531








 
นิตยสารผู้จัดการ มกราคม 2531
"เทดเบทส์ เปลี่ยนธาตุ"             
 


   
search resources

ซาทชิ แอนด์ ซาทชิ, บจก
เทดเบทส์
Advertising and Public Relations




เทดเบทส์เป็นยักษ์ใหญ่รายหนึ่งในวงการโฆษณาของโลกในเมืองไทยเทดเบทส์จัดว่าเป็นยักษ์มีอันดับ มียอดบิลลิ่ง 200 กว่าล้านบาทในแต่ละปี

กลางปี 2529 ซาทชิ แอนด์ ซาทชิ ยักษ์ใหญ่อีกรายหนึ่งซื้อกิจการของเทดเบทส์ ทำให้เทดเบทส์ต้องเสียลูกค้ารายใหญ่คือคอลเกต ปาล์มโอลีฟที่มียอดบิลลิ่งประมาณ 2,600 ล้านบาทต่อปี เพราะซาทชิเองเป็นผู้ทำโฆษณาให้กับ พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ล หรือพีแอนด์จี ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ของโลกคู่แข่งสำคัญของคอลเกต

ผลกระทบนี้กระเทือนมาถึงเทดเบทส์ในไทยเมื่อต้องสูญเสียคอลเกต ประเทศไทยไปด้วย ยอดบิลลิ่งของคอลเกตตกประมาณครึ่งหนึ่งของยอดบิลลิ่งที่เทดเบทส์มีอยู่คือ ประมาณ 100 ล้านบาท จากยอดรวม 200 ล้าน คนที่ตกที่นั่งลำบากคือ ไมเคิล ไรอัน กรรมการผู้จัดการที่เป็นลูกหม้อเก่าแก่ถึง 17 ปี ไรอันไม่เห็นด้วยกับการขายกิจการให้ซาทชิ เมื่อต้องเสียคอลเกตไป ไรอันถูกบีบจากบริษัทแม่ให้หารายได้เพิ่ม และลดค่าใช้จ่ายด้วยการลดพนักงานลง ความอึดอัดใจทำให้เขาลาออกเมื่อเดือนมกราคม 2530 พร้อมลูกน้องเก่าจำนวนหนึ่ง และดึงเอาลูกค้าที่ดูแลอยู่ไปด้วยจำนวนหนึ่ง ไปตั้งบริษัทใหม่ ช่วงนั้น เทดเบทส์เกือบจะกลายเป็นบริษัทร้าง ไม่มีผู้บริหารมานั่งทำงาน ทั้งยังเสียยอดบิลลิ่งไปประมาณ 140 ล้านบาท

ใคร ๆ ก็คิดว่า วาระสุดท้ายของยักษ์คืบคลานเข้ามาแล้ว แต่บริษัทแม่อย่างซาทชิ แอนด์ ซาทชิ หรือจะยอมเสียหน้าด้วยเรื่องอย่างนี้

ซาทชิแต่งตั้งปีเตอร์ คูลลิ่ง ซึ่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ในทีมบริหารเดิม เป็นกรรมการผู้จัดการคนใหม่และให้ความช่วยเหลือด้านการเงินอย่างเต็มที่ ปีเตอร์ คูลลิ่ง จดทะเบียนบริษัทใหม่ใช้ชื่อว่า ที. บี. แอล แต่ยังใช้เครื่องหมายคำว่า เทดเบทส์เป็นเครื่องหมายของบริษัทเหมือนเดิม เพื่อตัดปัญหาที่ไมเคิล ไรอัน และผู้บริหารเดิมหลายคนไม่ยอมโอนหุ้นที่ถือเอาไว้คืนในตอนแรก

การจดทะเบียนเป็น ที. บี. แอล ครั้งนี้ เทดเบทส์ได้คุณหญิงชัชนี จาติกวณิช และคนในตระกูลจาติกวณิชอีกหลายคนมาร่วมทุนในนามส่วนบุคคล โดยถือหุ้นในสัดส่วน 45% ที่เหลือเป็นของซาทชิ 49% และของพนักงานในบริษัท 6% ทุนจดทะเบียน 2.5 ล้านบาท

แน่นอนว่าการได้กลุ่มจาติกวณิชมาร่วมทุนในครั้งนี้จะทำให้ เทดเบทส์หรือ ที. บี. แอล ในชื่อใหม่มีความมั่นคงมากขึ้นและสินค้าหลายตัวในเครือของล็อกซ์เล่ย์ที่มีงบโฆษณา 20-30 ล้านบาท ก็คงจะไม่ไปไหนเสีย ถึงแม้คุณหญิงชัชนีจะบอกว่า อยู่ที่ฝีมือของเทดเบทส์มากกว่าความเป็นหุ้นส่วนกัน

ปีเตอร์ คูลลิ่ง ขอเวลา 3 ปีที่จะทำให้เทดเบทส์กลับมาใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us