|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
นายกสมาคมโบรกเกอร์ แจงบริษัทหลักทรัพย์ตอบรับเพิ่มทุน “ทีเอสเอฟซี” แล้ว 15 ราย ส่งผลให้เม็ดเงินเพิ่มทุนรวมแล้วกว่า 550 ล้านบาท ระบุส่วนที่เหลือต้องรอบริษัทแม่–ผู้ถือหุ้นต่างชาติอนุมัติ ขณะที่กระทรวงการคลัง พร้อมใช้สิทธิตามสัดส่วน 100 ล้านบาท ด้าน “กัมปนาท” มั่นใจแผนเพิ่มทุน “ทีเอสเอฟซี” ประสบความสำเร็จแน่ หลังพบผู้ถือหุ้นพร้อมใช้สิทธิเพิ่มทุนแล้ว 70-80% และส่งผลดีภาพรวมธุรกิจหลักทรัพย์
นายกัมปนาท โลหเจริญวนิช กรรมการอำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ จำกัด และในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) เปิดเผยถึง ความคืนหน้าการปรับโครงสร้างบริษัทหลักทรัพย์เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ (TSFC) ว่า ขณะนี้มีบริษัทหลักทรัพย์จำนวน 10-15 แห่ง ตอบรับจะซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ TSFC โดยแบ่งเป็น บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นผู้ถือหุ้นเดิมของ TSFC จำนวน ประมาณ 12-13 แห่ง จาก 20 แห่ง และส่วนที่เหลือเป็นบริษัทหลักทรัพย์ใหม่ที่ยังไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นของ TSFC แต่อย่างใด
สำหรับสาเหตุที่บริษัทหลักทรัพย์บางแห่งที่ยังไม่ได้ตอบรับที่จะซื้อหุ้นเพิ่มทุน TSFC นั้น สืบเนื่องจาก บล. ดังกล่าวมีธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ดังนั้นจึงต้องเสนอให้ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้พิจารณาอนุมัติในการเข้าถือหุ้น เพราะบล.ไม่สามารถที่จะเข้าไปลงทุนได้ จากที่บล.ที่เป็นบริษัทย่อยไม่สามารถที่จะไปลงทุนได้ ต้องให้ทางธนาคารพาณิชย์ถือหุ้นแทน ขณะที่บล.ที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นต่างประเทศจะต้องรอให้ทางให้ผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นผู้พิจารณาอนุมัติก่อนเช่นเดียวกัน
นายกัมปนาท กล่าวต่อว่า การเพิ่มทุนในครั้งนี้ของ TSFC น่าจะประสบผลสำเร็จ เนื่องจากมีผู้ใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน TSFC แล้วประมาณ 70-80% มูลค่าประมาณ 800 ล้านบาท คือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 250 ล้านบาท กระทรวงการคลังที่จะใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสัดส่วนมูลค่า 100 ล้านบาท และบล.ที่เป็นผู้ถือหุ้นเดิมอีกประมาณ 200 ล้านบาท รวม 550 ล้านบาท ที่เหลือจะมาจากส่วนธนาคารรัฐ 2-3 แห่ง ซึ่งจะต้องเพิ่มทุนเข้ามา และยังไม่รวมถึงผู้ร่วมทุนรายใหม่
อย่างไรก็ตาม หาก TSFC สามารถเพิ่มทุนสำเร็จและสามารถที่จะทำธุรกิจต่อไปได้ จะส่งผลดีต่อภาพรวมการทำธุรกิจหลักทรัพย์จากมีบริษัทที่ทำหน้าที่ในด้านการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จิ้นโลน)ให้กับทั้งระบบซึ่งอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบในการปล่อยมาร์จิ้นให้เหมาะสม และจากการที่ TSFC จะมีการทำธุรกรรมใหม่ เช่น การยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (SBL) โดย TSFC จะทำให้ที่ในการให้นักลงทุนรายย่อยยืมหุ้นไปทำการขายชอร์ต ธุรกรรมซื้อคืนภาคเอกชน (ไพรเวทรีโป) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการซื้อขาย และยังสามารถที่จะหาแหล่งเงินทุนที่ต่ำกว่าได้ จะทำให้ธุรกรรมดังกล่าวมีมากขึ้น
"การเพิ่มทุน TSFC น่าจะประสบความสำเร็จจากที่มีโบรกเกอร์ตอบรับที่จะซื้อหุ้นเพิ่มทุนแล้วประมาณ 14-15 แห่ง หลังจากที่มีการหารือกับบล.ต่างๆ มาหลายครั้งแล้ว ซึ่งมีบล.บางแห่งที่ตนโทรศัพท์ไปคุยแล้วตอบรับทันทีจะใช้สิทธิเพิ่มทุน แต่บางแห่งยังไม่ใช้สิทธิจากต้องรอผู้ถือหุ้นใหญ่ที่เป็นธนาคารพาณิชย์ และบริษัทต่างชาติพิจารณา ซึ่งประเมินภาพการเพิ่มทุนของ TSFC จะดีขึ้น "นายกัมปนาท กล่าว
ตลท.อนุมัติ250ล้านอุ้มTFSC
ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 28 มกราคม 52 มีมติเห็นชอบในหลักการในการร่วมลงทุนตามแผนปรับโครงสร้างหนี้และทุนของบริษัทหลักทรัพย์เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ จำกัด (Thailand Financial Securities Corporation หรือ TSFC) ในวงเงิน 200-250 ล้านบาท
โดยคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มอบหมายให้บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำการพิจารณาศึกษาประเด็นรายละเอียดบางประเด็นเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในเร็วๆ นี้ เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจในอนาคตของ TSFC ว่าจะมีผลประกอบการอย่างไร รวมถึงประเมินธุรกิจใหม่ที่จะดำเนินการนั้นจะให้ผลตอบแทนที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มแก่บริษัทอย่างไร
|
|
 |
|
|