Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน10 กุมภาพันธ์ 2552
"นิสสัน"คาดขาดทุนยับลดคนงาน20,000             
 


   
search resources

นิสสัน มอเตอร์
Automotive




นิสสัน มอเตอร์ ประกาศวานนี้(9)จะต้องปลดพนักงาน 20,000 ตำแหน่ง พร้อมทั้งเตือนว่าปีนี้จะเป็นปีแรกที่นิสสันขาดทุน นับตั้งแต่ที่คาร์ลอส โกสน์ เข้ากุมบังเหียนบริษัทเมื่อเกือบหนึ่งทศวรรษก่อน

นิสสันชี้ว่าวิกฤตเศรษฐกิจโลกเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัทอาจจะต้องขาดทุนถึง 265,000 ล้านเยน (2,900 ล้านดอลลาร์) ในปีการเงินนี้ (เม.ย.2008-มี.ค.2009) ซึ่งเมื่อเทียบกับการได้กำไรถึง 482,000 ล้านเยนเมื่อปีการเงินที่แล้ว ก็นับว่านิสสันดิ่งเหวได้อย่างรวดเร็วมาก

เนื่องจากผลประกอบการที่ย่ำแย่ ปีนี้บริษัทจึงจะงดจ่ายโบนัสให้แก่คณะกรรมการบริหาร รวมทั้งตัดลดเงินตอบแทนที่ให้แก่พวกเขาลง 10% ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป อีกทั้งยังจะลดการลงทุน, ระงับการเข้าร่วมผลิตในโรงงานแห่งใหม่ที่โมร็อกโกกับทางเรโนลต์ ซึ่งเป็นพันธมิตรสัญชาติฝรั่งเศสของบริษัท

โกสน์ซึ่งมีตำแหน่งเป็นซีอีโอของค่ายเรโนลต์ด้วย กล่าวว่าความรุนแรงของวิกฤตเศรษฐกิจโลกนั้นเหนือความคาดหมายของบริษัทอย่างมาก "อุตสาหกรรมรถยนต์โลกกำลังปั่นป่วนอย่างที่สุด และนิสสันก็หนีไม่พ้นวังวนนี้เช่นกัน"

นิสสันรายงานผลประกอบการในไตรมาส 3 ของปีการเงินนี้ (คือระหว่างต.ค.-ธ.ค.08) ว่าขาดทุนสุทธิ 83,200 ล้านเยน และโกสน์แถลงแจกแจงว่า พวกบริษัทญี่ปุ่นต่างกำลังถูกกระหน่ำตีด้วยภัยร้ายถึง 3 ทบ 3 ซ้อน อันได้แก่ ภาวะสินเชื่อตึงตัว, ภาวะเศรษฐกิจทรุดต่ำ, และค่าเงินเยนที่แข็งโป๊ก

"ภาวะเศรษฐกิจถดถอยคราวนี้ ผมขอพูดตรงๆ เลยว่า มีความรุนแรงยิ่งกว่าที่ผมเคยรู้จักมาในอดีต" เขาบอก

นิสสันซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ใหญ่เป็นอันดับสามของญี่ปุ่น โดยมีเรโนลต์เป็นผู้ถือหุ้นอยู่ 44 เปอร์เซนต์ แถลงในคราวนี้ด้วยว่า บริษัทจะลดพนักงานทั่วโลกลง 8.5% ให้เหลือ 215,000 คนในปีการเงินหน้า (เม.ย.09-มี.ค.10)

บริษัทคาดการณ์ว่าในปีการเงินนี้จะขาดทุนจากการดำเนินงานถึง 180,000 ล้านเยน ซึ่งนับว่าเป็นการขาดทุนครั้งแรกตั้งแต่เรโนลต์ส่งโกสน์เข้ามาบริหาร และก็พลิกฟื้นสถานะของนิสสันจากภาวะใกล้ล้มละลายเมื่อปี 2000 ให้เฟื่องฟูขึ้นมาใหม่ได้

"เมื่อปี 1999 นิสสันผจญวิกฤตสาหัส ในขณะที่ผู้ผลิตรถรายอื่น ๆกำลังไปได้สวย แต่ปีนี้ทุกคนมีปัญหากันทั้งนั้น" โกสน์กล่าว ตัวเขาเองขึ้นเป็นประธานกรรมการบริหารของบริษัทผลิตรถญี่ปุ่นแห่งนี้ในปี 2000

ในปี 2005 โกสน์ยังเข้ารับหน้าที่กุมบังเหียนเรโนลต์อีกตำแหน่งหนึ่งด้วย แต่เขาปฏิเสธเสียงวิจารณ์ที่ว่าเขาอาจจะรับงานเอาไว้มากเกินไปในการดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับท็อปของบริษัทใหญ่ถึง 2 แห่งเช่นนี้ และกล่าวโทษปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันว่ามีสาเหตุจากการตกต่ำของทั่วทั้งอุตสาหกรรม มากกว่าเป็นความบกพร่องล้มเหลวทางการบริหาร

นิสสันระบุว่า ในไตรมาส 3 ของปีการเงินนี้ มียอดขาดทุนจากการดำเนินงานเท่ากับ 99,200 ล้านเยน โดยที่รายรับดิ่งลง 34.4% เหลือ 1.82 ล้านล้านเยน ทั้งนี้บริษัทขายรถได้ทั่วโลก 731,000 คันในช่วงสามเดือนดังกล่าว ต่ำลงมา 18.6% จากระยะ 1 ปีก่อนหน้า

เพื่อรับมือกับอุปสงค์ความต้องการที่ตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว นิสสันจึงกำลังลดการผลิตในทั่วโลกลงราว 20% ในปีการเงินนี้ เมื่อเทียบกับเป้าหมายที่วางไว้ก่อนหน้านี้

นิสสันแถลงว่าจะยังคงร่วมมือกับเรโนลต์ในการร่วมผลิตที่โรงงานอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเชนไน ทางตอนใต้ของอินเดีย ทว่าจะชะลอแผนเรื่องการเพิ่มกำลังการผลิตที่โรงงานแห่งนั้น อีกทั้งบริษัทยังจะระงับการให้สปอนเซอร์ด้านกีฬาด้วย

อย่างไรก็ดี โกสน์บอกว่านิสสันไม่มีแผนการที่จะปิดโรงงานต่างๆ ที่มีอยู่แล้วไปอย่างถาวร "เราไม่คิดว่าวิกฤตนี้จะดำเนินต่อเนื่องเรื่อยไปตลอดกาล" เขากล่าว "คุณยังคงมีศักยภาพทางด้านอุปสงค์ที่แข็งแรงมากๆ ในประเทศอย่าง จีน, อินเดีย, รัสเซีย, บราซิล, ตะวันออกกลาง,และยุโรปตะวันออก"   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us