Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน30 มกราคม 2552
ยัมงัดอีโคโนมิคโมเดลสู้ศก.ลดทุน30%-ทุ่มงบ1.8พันล.ลุย             
 


   
search resources

ยัม เรสเทอรองต์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บจก.
Food and Beverage




"ยัม" ชูสูตรเด็ด "อีโคโนมิคโมเดล" ลดต้นทุน 30% สู้ภัยเศรษฐกิจ หวังดันปีนี้เติบโต 25% พร้อมทุ่มงบรวมสองค่ายผนวกกลุ่มเซ็นทรัล 1,800 ล้านบาท ปูพรมเพิ่มอีกทั้งเคเอฟซี-พิซซ่าอัท รวมกว่า 114 สาขาทั่วไทย ลงรากลึกระดับอำเภอมากขึ้น

นายศรัณย์ สมุทรโคจร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารร้านเคเอฟซีและพิซซ่าฮัท กล่าวว่า ปีนี้ยังคงเป็นปีที่ต้องเน้นการพัฒนาระบบการทำงานต่อเนื่อง เนื่องจากว่าสถานการณ์แวดล้อมทั้งภาวะเศรษฐกิจของไทยและโลกยังมีอยู่ รวมทั้งยังมีความผันผวนด้านการเมือง และการแข่งขันในตลาดคิวเอสอาร์ที่รุนแรงขึ้น

โดยเฉพาะสูตรการขยายสาขาที่เรียกว่า อีโคโนมิคโมเดล (Economic Model) ที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว และยังคงต้องพัฒนาต่อเนื่องจากนี้อีก คือเป็นโมเดลการขยายสาขาที่ไม่จำเป็นต้องมียอดขายมาก แต่ใช้งบลงทุนต่ำลงกว่า 30-40% ตัดรายละเอียดบางอย่างในร้านที่ไม่กระทบกับแบรนด์ออกไป พื้นที่เล็กลง หรือเมนูบางอย่างที่ไม่จำเป็น และขยายนอกศูนย์การค้า เน้นต่างจังหวัดมากขึ้น เพราต้องการลงระดับอำเภอให้มากขึ้น ซึ่งเคเอฟซีมีแล้วกว่า 50% จากจำนวน 700 กว่าอำเภอทั่วไทย ส่วนพิซซ่าฮัทยังไม่มาก

"โมเดลนี้ทำให้เราประสบความสำเร็จมากเมื่อปีที่แล้ว เพราะสามารถเปิดร้านในโมเดลนี้ของเคเอฟซีได้ 12 แห่งลงทุนเฉลี่ย 7 ล้านบาท เดิมขนาดใหญ่มากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป และ ร้านพิซซ่าฮัทได้ 10 แห่ง ลงทุนเฉลี่ย 7 ล้านบาท เดิมขนาดใหญ่ลงทุนมากกว่า 7 ล้านบาทขึ้นไป" นายศรัณย์กล่าว

ส่วนในภาพรวมปีที่แล้วลงทุนรวม 1,500 ล้านบาท เปิดสาขาได้รวม เติบโตรวม 14% ทั้งๆที่ตั้งเป้าหมายไว้เพียง 7% ถือเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดของยัมทั่วโลก แบ่งเป็นเคเอฟซีเติบโต 14% เปิดสาขาได้รวม 51 สาขา ถึงสิ้นปีที่แล้วมีรวม 350 สาขา ส่วนพิซซ่าฮัทเติบโต 12% เปิดได้ 12 สาขา ถึงสิ้นปีที่แล้วมีรวม 86 สาขา

รวมปีที่แล้วทั้งสองแบรนด์เปิดได้ 63 สาขา สูงที่สุดเท่าที่เคยทำมากว่า 25 ปีในไทย ทั้งนี้ตัวเลขลงทุนและสาขาทั้งหมด แบ่งเป็นของยัม 70% และของกลุ่มเซ็นทรัล 30%

ทั้งนี้ปีนี้ตั้งงบลงทุนรวมไว้ที่ 1,800 ล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุน 55% และงบการตลาด 45% หรือ 500 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดสาขาได้มากกว่าปีที่แล้ว แบ่งเป็นเคเอฟซีประมาณ 92 สาขา คาดสิ้นปีมีรวม 450 สาขา ขณะนี้มี 360 สาขา ส่วนพิซซ่าฮัทคาดจะเปิดได้ 22 สาขา แบ่งเป็นดีลิเวอรี่ 17 สาขา และร้านแบบนั่งทานและดีลิเวอรี่ 5 สาขา ถึงสิ้นปีมีรวม 108 สาขา ขณะนี้มี 88 สาขาแล้ว คาดว่าปีนี้จะมีอัตราการเติบโตรวมกว่า 25%

"โมเดลใหม่นี้เริ่มที่เมืองไทย และตอนนี้หลายประเทศก็กำลังดูๆและศึกษาของเราอยู่เหมือนกัน ทำให้เรามีความมั่นใจกับโมเดลนี้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละสาขา โดยใช้เงินสดหมุนเวียนของบริษัทลงทุนทั้งหมด ไม่ได้กู้เงินแต่อย่างใด" นายศรัณย์กล่าว

กลยุทธ์การตลาดหลักๆของทั้งสองแบรนด์ยังคงมุ่งเน้นที่นวัตกรรมอาหาร ความคุ้มค่าของเงินที่ลูกค้าใช้จ่าย ความสะดวกในการเข้าถึงของลูกค้า กิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งเคเอฟซีมีเมนูว่าง 60% และเมนูหลัก 40% และดีลิเวอรี่เติบโตถึง 30% โดยในกรุงเทพฯโตถึง 50% ส่วนพิซซ่าฮัท คาดว่าจะเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าได้เป็น 40% จาก 25% จากกลยุทธ์ที่วางไว้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us