|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"ยัม" ชูสูตรเด็ด "อีโคโนมิคโมเดล" ลดต้นทุน 30% สู้ภัยเศรษฐกิจ หวังดันปีนี้เติบโต 25% พร้อมทุ่มงบรวมสองค่ายผนวกกลุ่มเซ็นทรัล 1,800 ล้านบาท ปูพรมเพิ่มอีกทั้งเคเอฟซี-พิซซ่าอัท รวมกว่า 114 สาขาทั่วไทย ลงรากลึกระดับอำเภอมากขึ้น
นายศรัณย์ สมุทรโคจร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารร้านเคเอฟซีและพิซซ่าฮัท กล่าวว่า ปีนี้ยังคงเป็นปีที่ต้องเน้นการพัฒนาระบบการทำงานต่อเนื่อง เนื่องจากว่าสถานการณ์แวดล้อมทั้งภาวะเศรษฐกิจของไทยและโลกยังมีอยู่ รวมทั้งยังมีความผันผวนด้านการเมือง และการแข่งขันในตลาดคิวเอสอาร์ที่รุนแรงขึ้น
โดยเฉพาะสูตรการขยายสาขาที่เรียกว่า อีโคโนมิคโมเดล (Economic Model) ที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว และยังคงต้องพัฒนาต่อเนื่องจากนี้อีก คือเป็นโมเดลการขยายสาขาที่ไม่จำเป็นต้องมียอดขายมาก แต่ใช้งบลงทุนต่ำลงกว่า 30-40% ตัดรายละเอียดบางอย่างในร้านที่ไม่กระทบกับแบรนด์ออกไป พื้นที่เล็กลง หรือเมนูบางอย่างที่ไม่จำเป็น และขยายนอกศูนย์การค้า เน้นต่างจังหวัดมากขึ้น เพราต้องการลงระดับอำเภอให้มากขึ้น ซึ่งเคเอฟซีมีแล้วกว่า 50% จากจำนวน 700 กว่าอำเภอทั่วไทย ส่วนพิซซ่าฮัทยังไม่มาก
"โมเดลนี้ทำให้เราประสบความสำเร็จมากเมื่อปีที่แล้ว เพราะสามารถเปิดร้านในโมเดลนี้ของเคเอฟซีได้ 12 แห่งลงทุนเฉลี่ย 7 ล้านบาท เดิมขนาดใหญ่มากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป และ ร้านพิซซ่าฮัทได้ 10 แห่ง ลงทุนเฉลี่ย 7 ล้านบาท เดิมขนาดใหญ่ลงทุนมากกว่า 7 ล้านบาทขึ้นไป" นายศรัณย์กล่าว
ส่วนในภาพรวมปีที่แล้วลงทุนรวม 1,500 ล้านบาท เปิดสาขาได้รวม เติบโตรวม 14% ทั้งๆที่ตั้งเป้าหมายไว้เพียง 7% ถือเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดของยัมทั่วโลก แบ่งเป็นเคเอฟซีเติบโต 14% เปิดสาขาได้รวม 51 สาขา ถึงสิ้นปีที่แล้วมีรวม 350 สาขา ส่วนพิซซ่าฮัทเติบโต 12% เปิดได้ 12 สาขา ถึงสิ้นปีที่แล้วมีรวม 86 สาขา
รวมปีที่แล้วทั้งสองแบรนด์เปิดได้ 63 สาขา สูงที่สุดเท่าที่เคยทำมากว่า 25 ปีในไทย ทั้งนี้ตัวเลขลงทุนและสาขาทั้งหมด แบ่งเป็นของยัม 70% และของกลุ่มเซ็นทรัล 30%
ทั้งนี้ปีนี้ตั้งงบลงทุนรวมไว้ที่ 1,800 ล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุน 55% และงบการตลาด 45% หรือ 500 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดสาขาได้มากกว่าปีที่แล้ว แบ่งเป็นเคเอฟซีประมาณ 92 สาขา คาดสิ้นปีมีรวม 450 สาขา ขณะนี้มี 360 สาขา ส่วนพิซซ่าฮัทคาดจะเปิดได้ 22 สาขา แบ่งเป็นดีลิเวอรี่ 17 สาขา และร้านแบบนั่งทานและดีลิเวอรี่ 5 สาขา ถึงสิ้นปีมีรวม 108 สาขา ขณะนี้มี 88 สาขาแล้ว คาดว่าปีนี้จะมีอัตราการเติบโตรวมกว่า 25%
"โมเดลใหม่นี้เริ่มที่เมืองไทย และตอนนี้หลายประเทศก็กำลังดูๆและศึกษาของเราอยู่เหมือนกัน ทำให้เรามีความมั่นใจกับโมเดลนี้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละสาขา โดยใช้เงินสดหมุนเวียนของบริษัทลงทุนทั้งหมด ไม่ได้กู้เงินแต่อย่างใด" นายศรัณย์กล่าว
กลยุทธ์การตลาดหลักๆของทั้งสองแบรนด์ยังคงมุ่งเน้นที่นวัตกรรมอาหาร ความคุ้มค่าของเงินที่ลูกค้าใช้จ่าย ความสะดวกในการเข้าถึงของลูกค้า กิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งเคเอฟซีมีเมนูว่าง 60% และเมนูหลัก 40% และดีลิเวอรี่เติบโตถึง 30% โดยในกรุงเทพฯโตถึง 50% ส่วนพิซซ่าฮัท คาดว่าจะเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าได้เป็น 40% จาก 25% จากกลยุทธ์ที่วางไว้
|
|
 |
|
|