แบงก์กสิกรไทย คาดการณ์แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยแบงก์จะทรงตัวอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องในอีก
1 ปีข้างหน้า แต่ต้องพิจารณาปัจจัยทั้งใน และต่างประเทศ พร้อมรุกลูกค้าบรรษัท ด้วยการเปิดตัว
"ศูนย์ธุรกิจลูกค้าบรรษัท" เคาน์เตอร์พิเศษเป็นช่อง ทางด่วนสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ
นายสุรศักดิ์ ดุษฎีเมธา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายการเงินและควบคุม ธนาคารกสิกรไทย
หรือ KBANK กล่าวถึง แนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยในระบบธนาคารพาณิชย์ ว่าขณะนี้มีสภาพคล่องส่วนเกินจากการเปิดเผยของธนาคารแห่งประเทศไทย
(ธปท.) มีปริมาณ 1 ล้านล้านบาท หากรัฐบาลจัดตั้งกองทุนวายุภักษ์ได้สำเร็จจะทำให้สามารถดึงสภาพคล่องส่วนเกินออกไปได้
2 แสนล้านบาท ทำให้สภาพคล่องส่วนเกินในระบบเหลืออยู่ประมาณ 8 แสนล้านบาท
ดังนั้นทิศทางอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก จะยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นในระยะ
1 ปีข้างหน้า โดยน่าจะทรงตัวอยู่ในระดับปัจจุบัน แต่ทั้งนี้การปรับลดลงของอัตราดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นในช่วง
4 เดือนข้างหน้าหรือไม่ คงจะต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยจากต่างประเทศ เช่น ตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศที่สำคัญ
ได้แก่ สหรัฐฯ รวมทั้งต้องรอดูนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ที่จะส่งสัญญาณให้อัตราดอกเบี้ยไปในทิศทางใด
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารได้เปิดศูนย์ธุรกิจลูกค้าบรรษัท
(Business Banking Center) เป็นธนาคารแรก เพื่อเป็นศูนย์รวมการให้บริการ สำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจเท่านั้น
ซึ่งจะเป็นช่องทางด่วนที่ให้บริการทางการเงินและคำปรึกษาอย่างสมบูรณ์ แบบ ณ จุดเดียว
แบบ One-Stop-Service เช่น เปิดบัญชี ฝากถอน เงินสดและเช็คในปริมาณมากๆ การโอนเงิน
Bahtnet บริการ Check Direct รายงานทางด้านบัญชี รวมไปถึงการให้บริการจ่ายเงินเดือนพนักงานผ่านธนาคาร
ทั้งนี้สืบเนื่องจาก ปัจจุบันการให้บริการหน้าเคาน์เตอร์สาขาของธนาคารมีปริมาณลูกค้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นตลอด
ทำให้ในบางช่วงลูกค้าต้องต่อคิวในการใช้บริการ เป็นเวลานา ซึ่งจากการศึกษาพบว่า
กลุ่มลูกค้าทั่วไปและกลุ่มลูกค้าธุรกิจ มีลักษณะการใช้บริการที่แตกต่างกัน โดยกลุ่มลูกค้าทั่วไปจะทำธุรกรรมเพียง
1-2 รายการ เช่น ฝากถอนเงิน ขณะที่กลุ่มลูกค้าธุรกิจจะทำธุรกรรมมากกว่า และมีความซับซ้อนมากกว่า
จึงจำเป็นต้องมีพนักงานที่เชี่ยวชาญให้บริการเป็นพิเศษ
ด้านนายธีรนันท์ ศรีหงส์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารได้จัดตั้งศูนย์ธุรกิจลูกค้าบรรษัทในกทม.
และปริมณฑลแล้ว 19 แห่ง ซึ่งจะอยู่ในย่านธุรกิจและในพื้นที่ที่มีกลุ่ม ลูกค้าธุรกิจและอุตสาหกรรมตั้งอยู่
และมีแผนที่จะขยายให้ครบ 26 แห่ง รวมทั้งการขยายให้บริการในส่วนภูมิภาคให้ครบทุกภาคที่
เชียงใหม่ นครราชสีมา หาดใหญ่ บางปะกง แหลมฉบัง และมาบตาพุด ภายในปีนี้
"ผลการวิจัยตลาดในเบื้องต้น พบว่า กลุ่มลูกค้าธุรกิจมากกว่า 50% จะเลือกใช้บริการที่ศูนย์นี้
เนื่อง จากปัจจัยความรวดเร็วของบริการ สถานที่เดินทางสะดวกและอยู่ใกล้ออฟฟิศ โดยลูกค้าสามารถนำราย
การ ธุรกรรมการเงินที่จะทำฝากพนักงานให้ทำรายการให้ แล้วสามารถกลับมารับสำเนาคืนในภาย
หลังได้ ทั้งนี้การเปิดศูนย์ธุรกิจลูก ค้าบรรษัท คาดว่าจะช่วยลดงานหน้าเคาน์เตอร์สาขาปกติลงได้
20-30% ซึ่งจะทำให้ลูกค้าทั่วไปที่ใช้บริการที่สาขาของธนาคารได้รับบริการที่รวดเร็วขึ้นด้วย"
ส่วนแผนงานในอนาคต ธนาคารมีโครงการรวมบริการด้านอื่นเข้าไว้ด้วยกันเพื่อความสะดวกในการใช้บริการของลูกค้ากลุ่มธุรกิจ
เช่น บริการด้านสินเชื่อของกลุ่มลูก ค้าบรรษัท บริการด้านธุรกรรมระหว่างประเทศ
บริการจัดการทางการเงิน (Cash Management) ซึ่ง ก็จะทำให้บริการในรูปแบบ One-Stop-Service
ของศูนย์ธุรกิจลูก ค้าบรรษัทของธนาคารกสิกรไทยพัฒนาสู่มาตรฐานอีกระดับหนึ่ง