|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
อีลิทบักโกรก ขาดทุนพุ่งเดือนละกว่า 20 ล้านบาท เหตุยอดขายไม่คืบหน้า หลังองค์กรสั่นคลอนเพราะแผนธุรกิจไม่ชัดเจน แถมยังขาดผู้นำองค์กร ส่งผลต่างชาติขาดความเชื่อมั่น ขณะที่การทำงานยังถลุงงบแบบฟุ่มเฟื่อยไม่คุ้มค่า ล่าสุด ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบตัวแทนจำหน่าย ประเดิม "แอคทีฟ" เอเยนต์ใหญ่ พบสินค้าไม่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจริง ด้าน "วีระศักดิ์" เผยแผ่วๆที่ผ่านมาได้แค่ให้คำแนะนำ แต่ของจริงต้องรอดูแผนธุรกิจที่ร่างใหม่
แหล่งข่าวจากบริษัทไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด (ทีพีซี)จำกัด หรือ ทีพีซี ผู้บริหารโครงการบัตรไทยแลนด์อีลิท เปิดเผยว่า สถานการณ์ล่าสุดของทีพีซีขณะนี้ยังขาดทุนอย่างต่อเนื่องทุกเดือน โดยจากบัญชีรายรับรายจ่ายพบว่า ทีพีซีมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนประมาณ 30 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าจ้างพนักงาน ค่าบริหารจัดการองค์กร และค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลสมาชิกที่เข้ามาใช้บริการสปากอล์ฟเป็นต้น ตามเงื่อนไขสัญญา
ขณะที่รายรับของทีพีซีมีประมาณเพียงเดือนละ 10 ล้านบาท ดังนั้นทีพีซีจะขาดทุนในแต่ละเดือนไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท เพราะทีพีซีไม่สามารถจำหน่ายบัตรสมาชิกรายใหม่ๆได้ แต่กลับต้องมีค่าใช้จ่ายประจำ เช่น เงินเดือนพนักงาน
"เข้าใจว่าทีพีซีขายสมาชิกใหม่ไม่ได้เกิดจากความไม่ชัดเจนในเรื่องของแผนการดำเนินธุรกิจและแผนการตลาดและยังขาดผู้นำ คือตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรับสมัคร ทำให้ต่างชาติขาดความเชื่อถือในบัตร กลัวว่าจะต้องสูญเงินเปล่า ประกอบกับหลายโครงการของอีลิทการ์ด มีการใช้งบเกินความจำเป็นโดยตรงสอบไม่ได้ว่าผลหรือประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้งบนั้นคุ้มค่าแค่ไหน หากเป็นเช่นนี้เงินสดที่มีอยู่ในมือของอีลิทก็คงต้องหมดในเร็วๆนี้"
จากข้อมูลดังกล่าว เชื่อว่าจะมีการนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด)ของทีพีซี ที่คาดว่าจะกำหนดให้มีขึ้นในเร็วๆนี้จากที่ยกเลิกไปเมื่อสัปดาห์ก่อนโดยเหตุผลว่าไม่ครบองค์ประชุม แต่ล่าสุดบอร์ดได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบระบบผูกขาดตัวแทนจำหน่าย โดยมีนายสงขลา วิชัยขัตถะ กรรมการบอร์ดทีพีซี เป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้ เบื้องต้นได้เริ่มตรวจสอบบริษัทแอคทีฟ ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ของทีพีซี เพราะที่ผ่านมาพบว่าผลของการจำหน่ายบัตรไม่ได้กระจายเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง
พร้อมกันนี้บอร์ดได้สั่งปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจ โดยให้เพิ่มช่องทางจำหน่ายในระดับภูมิภาคให้มีเพิ่มขึ้น และหากลูกค้าจะซื้อบัตรโดยตรงจากทีพีซีเองก็สามารถทำได้ แต่เงื่อนไชการทำงานต้องโปร่งใสตรวจสอบได้
ทางด้านนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(บอร์ด์ททท.) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่100%ในทีพีซี กล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่ได้มีการมอบหมายการทำงานอย่างเป็นทางการให้แก่ทีพีซี แต่ได้เสนอแนวคิดให้แก่ทีพีซีไปแล้วว่า ให้ไปศึกษากฎระเบียบในเรื่องการเปิดกว้างจำหน่ายบัตรสมาชิกให้แก่ลูกค้าคนไทยในกลุ่มผู้บริหารระดับสูง หรือกลุ่มคอปอร์เรท
นอกจากนั้นยังได้แนะนำวิธีการหารายได้เสริม เช่น การรับบริการที่สนามบินให้แก่ลูกค้าวีไอพีของสายการบินต่างๆเป็นต้น แต่ทั้งนี้การสั่งการหรือวางแผนใดๆนั้นจะต้องรอดูแผนธุรกิจ ที่ขณะนี้ทางทีพีซีอยู่ระหว่างการจัดทำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและมองไปในอนาคต เพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจได้
|
|
 |
|
|