|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
การแข่งขันของยักษ์ใหญ่ตลาดน้ำดำ(น้ำอัดลมชนิดโคล่า)ในปีนี้ ดูจะเพิ่มดีกรีและสมน้ำสมเนื้อยิ่งขึ้น เมื่อเป๊ปซี่ เป็นผู้เปิดเกมก่อน เริ่มตั้งแต่สัปดาห์ที่สองของปี โดยปรับรูปแบบการตลาดมาทำตลาดในเชิงรุก เปิดตัวโกลบอลแคมเปญใหญ่ ผ่าน 5 แนวทาง ที่อยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ "เป๊ปซี่ I Can เต็มที่ให้โลกเห็น" พร้อมทั้งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ "เป๊ปซี่ กรีน" เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
นับว่าการเคลื่อนไหวของ เป๊ปซี่ ครั้งนี้ ถือเป็นการแก้เกมจากปีที่ผ่านมา หลังปล่อยให้ "โค้ก" เป็นผู้เดินเกมบุก ส่งแคมเปญฟอร์มยักษ์เข้ามาชิงตลาดน้ำอัดลมมูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาทอย่างต่อเนื่อง และแม้ว่า เป๊ปซี่ จะมีการทำตลาดผ่านกิจกรรมส่งเสริมการขายในรูปแบบแคมเปญชิงรางวัล เพื่อออกมาสร้างสีสันกระตุ้นตลาดน้ำดำตลอดเวลา ล่าสุดคือแคมเปญส่งท้ายปีนี้ในชื่อว่า "กินกะโอ้ โกเจแปน" เพื่อช่วยขยายฐานผู้บริโภคในร้านอาหาร
ทว่าพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย อาจทำให้การจัดกิจกรรมต่างๆที่อยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์ "เต็มที่เลย" ซึ่งเป็นการนำไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคคนรุ่นใหม่มาเป็นโจทย์เพื่อทำการสื่อสารการตลาด ที่ใช้แนวคิดนี้มาเป็นเวลา 2 ปี จากเดิมที่ใช้แคมเปญเดิม"เต็มที่กับชีวิต"มาเป็นเวลา 7 ปีแล้ว ถึงเวลาจะต้องมีการปรับเปลี่ยนตามกระแสโลกดิจิตอล
นั่นเพราะความสำเร็จของการทำตลาดน้ำดำในยุคนี้คือ การต่อสู้กันด้วยคอนเซ็ปต์ที่มีการลงทุนด้วยแนวทางพื้นฐานเพียง 2 ข้อคือ การตลาดและนวัตกรรม ซึ่งนอกจากรสชาติจะมีความสำคัญเพื่อผูกขาดขาประจำแล้ว ทว่าน้ำอัดลมเป็นสินค้าที่สามารถใช้ทดแทนกันได้ ทำให้การแข่งขัน P Place ในการกระจายสินค้าเพื่อเข้าถึงลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญ ยิ่งไปกว่านั้นจะต้องผสมผสานด้วยคอนเซ็ปต์ทางด้านการสื่อสารกับผู้บริโภคที่เน้นย้ำเรื่องแบรนด์ เพื่อสร้างสาวกให้แบรนด์คงอยู่ต่อไป รวมทั้งการสร้างความโดดเด่นจาก Product Innovation และแพกเกจจิ้งที่ออกแบบได้ถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่
ความรุนแรงของรูปแบบการตลาดแนวนี้ ส่วนใหญ่เป็นการดวลกันในตลาดน้ำอัดลมไร้แคลอรี และน้ำตาลมูลค่า 400 ล้านบาท ซึ่งโค้ก นอกจากจะมีคอนเซปต์ "The Coke Side of Life" หรือ "เลือกโค้ก...ด้านดีๆ ของชีวิต"แล้ว ปีทีผ่านมายังนำมาเป็นวิธีการสร้างกลุ่มลูกค้าให้กับโค้กซีโร่ ผ่านการสื่อสารกับผู้บริโภค "เจนซีโร่ หรือ Generation Zero " ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ด้วยเทรนด์ไลฟ์สไตล์แบบให้กล้าออกนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ ผ่านภาพยนตร์โฆษณา และการตลาดเพื่อสร้างประสบการณ์ ซึ่งเป็นการสร้างความแตกต่างจาก เป๊ปซี่แมกซ์ ด้วยคอนเซ็ปต์ทางด้านการสื่อสารกับผู้บริโภค
มาถึงปีนี้ เป๊ปซี่สร้าง "เจเนอเรชั่น ไอแคน หรือ Generation I Can" ให้กับแบรนด์หลักซึ่งครองความเป็นผู้นำในตลาดน้ำดำ โดยศึกษาจากพฤติกรรมของวัยรุ่นซึ่งชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ค้นหาความท้าทายไร้พรมแดน และพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์เสมอ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ เป๊ปซี่ ใช้เป็นแนวทางในการจะกลับมายึดตำแหน่งผู้คุมเกมตลาดน้ำดำคืนจากคู่แข่งอย่าง โค้ก
อีกทั้งปรับการตลาดมาเป็นในเชิงรุก ที่เคลื่อนทัพบุกตลาดน้ำดำครั้งแรกอย่างรวดเร็ว ด้วยการตลาดฟอร์มยักษ์ที่ผสมผสานกันระหว่างคอนเซ็ปต์การตลาด "เป๊ปซี่ I Can เต็มที่ให้โลกเห็น" ซึ่งจะช่วยปลดล็อกให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงออกถึงพรสวรรค์และศักยภาพที่มีอยู่ในตัวเองให้คนภายนอกได้รับรู้ และกล้าที่จะแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ไร้พรมแดนในสไตล์ของ เจเนอเรชั่น ไอแคน ปลดล็อกให้วัยรุ่นโชว์ความเจ๋งแบบเต็มที่ให้โลกเห็น
พร้อมทั้งนวัตกรรม New Product เพิ่มศักยภาพในการฟื้นชีวิตชีวาการทำตลาดของกลุ่มเครื่องดื่มประเภทโคล่า คือ"เป๊ปซี่ กรีน" ซึ่งเป็นเป๊ปซี่สีเขียวครั้งแรกในประเทศไทยที่ให้รสชาติเต็มที่ของเป๊ปซี่และกลิ่นมินต์อ่อนๆ เครื่องดื่มที่สนับสนุนให้โลกสดชื่น เพื่อต้อนรับในช่วงไฮซีซันหรือหน้าร้อน สะท้อนอีกอินไซด์ของคนรุ่นใหม่ที่พบว่ากว่า 93% ห่วงใยปัญหาสิ่งแวดล้อมและเต็มใจที่จะมีส่วนร่วมในการทำให้โลกน่าอยู่ยิ่งขึ้นด้วย อย่างเช่นการขี่รถจักรยานเพื่อช่วยลดมลพิษทางอากาศ
นอกจากนี้เป๊ปซี่ กรีน ยังเป็นครั้งแรกของการออกนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ของเป๊ปซี่ ที่มีบรรจุภัณฑ์แบบขวดแก้วคืนขวดขนาด 10 ออนซ์ อีกด้วย โดยวางตลาดในระยะเวลา 4 เดือน ทั้งหมด 6 ขนาด อาทิ บรรจุภัณฑ์กระป๋อง 1.25 ลิตร อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นนวัตกรรมน้ำดำในรอบ 5 ปี หลังจากที่ได้เปิดตัวเป๊ปซี่ บลู ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ขณะที่เป๊ปซี่ทวิสต์ นวัตกรรมของครื่องดื่มน้ำดำ ตามแบบฉบับของเป๊ปซี่ทีผสานกับกลิ่นหอมสดชื่นของเลมอน แต่คงเดิมรสชาติของเป๊ปซี่ กลายมาเป็นเครื่องดื่มที่ยังคงวางตลาดอยู่ในปัจจุบัน
เอริค กิจจาธนพันธ์ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า "จุดแข็งที่ทำให้เป๊ปซี่เป็นเครื่องดื่มโคล่าอันดับหนึ่งที่ครองใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างเหนียวแน่นและยาวนานหลายทศวรรษ เกิดจากการที่เป๊ปซี่เข้าใจคนรุ่นใหม่และสามารถถอดรหัสความต้องการของพวกเขาได้อย่างรวดเร็วโดนใจและตรงจุด ซึ่งพบว่า อินไซด์คนรุ่นใหม่ในทุกวันนี้มีเพื่อนคอยเป็นกำลังใจในทุกจังหวะของชีวิต วัยรุ่นแต่ละคนต่างมีความฝัน มีพลังความสร้างสรรค์ซ่อนอยู่ในตัวเอง และพร้อมที่จะแสดงออกให้โลกภายนอกได้รับรู้ สังเกตได้จากกระแสความนิยมในการสมัครออดิชั่นและกิจกรรมประกวดต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น"
จากอินไซด์ดังกล่าว เป๊ปซี่จึงก้าวไปอีกขั้นด้วยการต่อยอดแบรนด์จากผู้อัดฉีดแรงบันดาลใจ (Challenger) มาเป็นผู้ปลดล็อก (Enabler) ให้คนรุ่นใหม่ได้ปล่อยพลังความสร้างสรรค์ ความฝัน และความสามารถที่ซุกซ่อนอยู่ ได้มีโอกาสโชว์ความเจ๋งที่อัดแน่นในตัวเองในแบบเต็มที่ไม่มีกั๊กไปทั่วโลก ผ่านกลยุทธ์การสื่อสารล่าสุด "เป๊ปซี่ I Can เต็มที่ให้โลกเห็น" เพราะวัยรุ่นชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ค้นหาความท้าทายไร้พรมแดน และพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความเจ๋งอยู่เสมอ
แนวทางการตลาดครั้งใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่นี้ ถือว่าเป็นการพลิกบทบาทแบรนด์ครั้งสำคัญของ เป๊ปซี่ ใช้งบประมาณกว่า 50 ล้านบาท เพื่อปลดล็อกพลังความสร้างสรรค์และเต็มที่ให้โลกเห็น "เป๊ปซี่ I Can เต็มที่ให้โลกเห็น" ที่มีการเปิดเวทีปลดล็อกพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ทั่วโลก ให้โชว์ความเจ๋งแบบเต็มที่ไม่มีกั๊กกับ 5 ปฏิบัติการของ Generation I Can คือ
1.การสร้างสรรค์หนังโฆษณาเต็มที่จินตนาการ 2 เรื่อง คือ เรื่อง Wall กำหนดออนแอร์ในเดือนมกราคม และ Notebook ในเดือนกุมภาพันธ์
2.การถอดรหัสไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่เป็นกราฟฟิก บรรจุภัณฑ์ 3 ดีไซน์ ลายแดง-ขาว-น้ำเงิน 3.การสร้างคอมมูนิตี้ในสังคมออนไลน์อวดความเจ๋งให้โลกตะลึง 4.เตรียมกิจกรรมการตลาดปิดสยามสแควร์ ซอย 3 แปลงเป็นเวทียักษ์ให้วัยรุ่นโชว์ออฟทุกความสามารถ 5.การส่งนวัตกรรมล่าสุด "เป๊ปซี่ กรีน" เป๊ปซี่สีเขียวรับหน้าร้อน พร้อมออกหนังโฆษณาที่ถ่ายทอดแนวคิดพลังสร้างสรรค์ด้านสิ่งแวดล้อมของ Generation I Can ในแบบ "กรีนให้โลกเห็น"
ความรวดเร็วในการเคลื่อนไหวทางการตลาดของเป๊ปซี่นั้น ไม่เพียงเป็นการยึดตำแหน่งผู้คุมเกมตลาดน้ำดำคืนจากคู่แข่งเท่านั้น ทว่าปัจจัยตลาดน้ำอัดลมที่ทรงๆในอัตราการเติบโตประมาณ 1% ที่ข้ามปีมาจนถึงปัจจุบัน กอปรกับสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดีส่งผลทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่ายที่น้ำอัดลมเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย กระแสบริโภคเครื่องดื่มสุขภาพ และการแข่งขันอย่างรุนแรงของน้ำอัดลมโลว์คอสต์ที่เข้ามาร่วมวงแบ่งเค้กในตลาดน้ำอัดลมมูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ เป๊ปซี่ ปรับเกมมาเป็นฝ่ายรุกอย่างรวดเร็ว
สำหรับกลยุทธ์หลักเพื่อกระตุ้นรายได้ให้เติบโต ท่ามกลางอุปสรรคดังกล่าวนั้น ปริญญา เพิ่มพานิช ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและปฏิบัติการขาย บริษัท เสริมสุข จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า บริษัทจะเพิ่มความถี่ในการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลักในการทำตลาดน้ำอัดลม เมื่อเทียบกับในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ 2-3 รายการ
ทั้งนี้จิ๊กซอว์ในการกระตุ้นตลาดนั้นมีจุดเริ่มจากนวัตกรรม จากนั้นตลอดทั้งปีจะมีการดำเนินจัดกิจกรรมการตลาดส่งเสริมการขาย แคมเปญโฆษณาโปรโมชั่น เพื่อสร้างสีสันตลาดอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การใช้งบตลาดใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา และจากการเปิดตัวแคมเปญเป๊ปซี่ I Can เต็มที่ให้โลกเห็น คาดว่ากระตุ้นยอดขาย 3-4 เดือน เติบโต 3-5%
|
|
 |
|
|