|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ตลาดเสื้อผ้าแฟชัน ตั้งการ์ดรับวิกฤตเศรษฐกิจ บริษัทแม่แบรนด์ดังปรับนโยบาย – สินค้าไทย พาเหรดระเบิดสงครามราคา 70% คอลเลกชันใหม่ ก่อนหน้าขาย แข่งชิงกำลังซื้อนักชอปเดือด “ไอ.ซี.ซีฯ” ชูนโยบายเพิ่มความถี่กิจกรรมส่งเสริมการขาย ด้าน”ควิกซิลเวอร์” จ่อคิวอัดโปรโมชันก่อนหน้าร้อน ปลายปีแตกไลน์ควิกซิลเวอร์ผู้หญิง สิ้นปีโต 15-20%
นายบุณยเกียรติ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจเสื้อผ้าแฟชัน เครื่องสำอาง เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดเสื้อผ้าในปีนี้ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตลดลง ผู้บริโภคซื้อสินค้าลดลงอย่างแน่นอน เพราะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย จึงมีความระมัดระวังการจับจ่าย สำหรับแผนการตลาด ปีนี้ของบริษัท เพิ่มความถี่ในการทำแคมเปญ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ลด แลก แจก แถม
ทั้งนี้จากในปีที่ผ่านมา ผลประกอบการสิ้นปีนี้ของบริษัทเติบโต 2% ต่ำกว่าเป้าหมายซึ่งตั้งเป้ามีอัตราการเติบโต 10% ทั้งนี้ นับว่าเป็นการเติบโตที่ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี เมื่อเทียบกับวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 เพราะสินค้าเรือธงสร้างรายได้หลัก ได้แก่ แบรนด์วาโก้ ลาคอส แอร์โรว์ บีเอสซี การเติบโตชะลอตัวลงในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม จากฐานลูกค้าจากนักท่องเที่ยวลดลง โดยสิ้นปี 2551 มีรายได้ 1.2 หมื่นล้านบาท จากปี 2550 มีรายได้ 1.1หมื่นล้านบาท
ด้านนายสุรเชษฐ์ มุ้งทอง ผู้จัดการฝ่ายห้างสรรพสินค้าและเมอร์ชันไดส์ซิ่ง บริษัท ควิกซิลเวอร์ รี เทล ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปีนี้ตลาดเสื้อผ้าทางห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า มีอัตราการเติบโตลดลง เพราะได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอย ส่งผลกระทบต่อการซื้อสินค้าลดลง โดยคาดว่าแบรนด์สินค้าเจาะกลุ่มเป้าหมายระดับกลาง จะได้รับผลกระทบอย่างหนัก ส่วนแบรนด์ระดับไฮเอนด์ไม่ได้รับผลกระทบ
สำหรับการเคลื่อนไหวทางการตลาดเสื้อผ้าโดยรวม จากวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก บริษัทแม่จึงเริ่มวางนโยบายทางการตลาด เลื่อนระยะเวลาการทำโปรโมชันจากปกติเป็นเดือนกุมภาพันธ์ มาเป็นเดือนมกราคม และยังมีการทำโปรโมชันด้วยการลดราคาเพิ่มขึ้น จากปกติ 30-50% เพิ่มเป็น 60-70% นอกจากนี้ยังพบว่า บริษัทแม่บางประเทศออกคอลเลกชันใหม่เร็วขึ้น และเพิ่มความถี่มากขึ้น
“ปีนี้การแข่งขันตลาดเสื้อผ้าจะทวีความรุนแรง โดยเฉพาะสงครามราคา และคอลเลกชันใหม่ๆ ที่จะมีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเสื้อผ้าแฟชัน การเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ ช่วยผลักดันในแง่ของยอดขายได้มากกว่าแบรนด์ที่ไม่ใช่เสื้อผ้าแฟชัน และช่วยกระตุ้นยอดขายในส่วนของผู้ที่มีกำลังการซื้อได้เหมือนเดิม”
ผู้สื่อข่าวรายงาน จากทิศทางตลาดเสื้อผ้าแฟชั่นที่ส่งสัญญาณไม่สู้ดีมากนัก ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาทำให้ตามศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า เริ่มมีการทำโปรโมชัน โดยการลดราคาสินค้าสูงถึง 70% ได้แก่ แชป เอ็มเอ็นจีเป็นต้น ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นยอดขายกันตั้งแต่ต้นปี
นายสุรเชษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสินค้าของบริษัททั้งควิกซิลเวอร์ และร็อกซี่ นโยบายของบริษัทขณะนี้ยังไม่เน้นการทำโปรโมชันหรือว่าลดราคาสินค้ามากนัก เนื่องจากพบว่าทุกแบรนด์เริ่มเปิดสงครามราคาตั้งแต่ต้นปี ทำให้ไปช่วงชิงกำลังการซื้อของผู้บริโภคในเวลาเดียวกัน โดยได้เตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในช่วงก่อนฤดูร้อน
อย่างไรก็ตาม จากผลพวงภาวะเศรษฐกิจทำให้ปีนี้ บริษัทชะลอแผนการนำเข้าแบรนด์ใหม่เข้ามาในประเทศไทย ได้แก่ แบรนด์เสื้อผ้าและรองเท้า DC Shoe จากประเทศอเมริกา ซึ่งตามแผนเดิมนำเข้าปลายปี 2551 แต่ขณะนี้ยังไม่มีแผนเปิดตัวสินค้าเลย พร้อมกันนี้กำลังรอดูทิศทางตลาดที่เหมาะสม เพื่อแตกไลน์ ควิกซิลเวอร์ สำหรับผู้หญิง ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวปลายปีนี้
นอกจากนี้ ปีนี้เน้นการทำซีอาร์เอ็มหรือการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค โดยใช้กลยุทธ์การกระตุ้นการซื้อให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งบริษัทเน้นรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ สำหรับยอดขายควิกซิลเวอร์และร็อกซี่ ในปีนี้หรือรอบบัญชีเดือนตุลาคม ปี 2551 ถึง พฤศจิกายน 2552 ตั้งเป้าเติบโต 25-30% แต่จากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี จึงตั้งเป้าหมายการเติบโต 15-20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาเติบโต 35% โดยไตรมาสแรกของปีนี้เติบโต 8%
|
|
 |
|
|