Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน26 สิงหาคม 2546
"ประชัย"ติง"พละ"ไม่เหมาะเป็นกก.ทีพีไอ             
 


   
search resources

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
ประชัย เลี่ยวไพรัตน์
พละ สุขเวช




ประชัยชี้ "พละ สุขเวช" ไม่เหมาะสมเป็นกรรมการปรับโครงสร้างหนี้ทีพีไอ เนื่องจากเป็นบอร์ดในหลายบริษัทที่ดำเนิน ธุรกิจใกล้เคียงกัน ส่วนทีพีไอโพลีน เตรียมขายหุ้นเพิ่มทุนใหม่อีกครั้งในช่วงพฤศจิกายนนี้ จำนวน 180 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) (TPI) เปิดเผยว่า ตัวเองยอมที่จะวางมือจากทีพีไอ แต่ยังถือว่ามีตำแหน่งในฐานะผู้บริหารอยู่ ดังนั้นอะไรที่เห็นว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องก็จำเป็นต้องออกมาทักท้วงบ้าง อย่างกรณีที่กระทรวงการคลังแต่ง ตั้งนายพละ สุขเวช มานั่งเป็น 1 ในคณะกรรมการผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการทีพีไอนั้น เรื่องนี้ ไม่เห็นด้วยอย่างเด็ดขาด เพราะถือว่านายพละ มีตำแหน่งเป็นผู้บริหารในหลายๆ บริษัทที่เป็นคู่แข่งของทีพีไอ เช่น เป็นกรรมการ บริษัท ไทย ออยล์ จำกัด , บริษัท ไทยโอเลฟินส์ จำกัด (มหาชน) , บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อะโรเมติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ดังนั้น การมานั่งบริหารของนายพละ จึงมีความขัดแย้งกันและอาจขัดต่อหลักธรรมภิบาลด้วย

สำหรับทิศทางของผลประกอบการของทีพีไอนั้น ช่วงที่ตัวเองเข้ามาบริหารแผนชั่วคราวนั้นสามารถทำให้อัตราส่วนกำไรก่อนหักภาษี ค่าเสื่อมและดอกเบี้ย(อีบิด้า) เพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 800 ล้านบาทต่อเดือน จากก่อน หน้านี้ซึ่งอยู่ที่ระดับ 600 ล้านบาทต่อเดือนและยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 1,000 ล้านบาทต่อเดือนได้ เนื่องจากราคาน้ำมันมีโอกาสขยับสูงขึ้น

นายประชัย กล่าวต่อไปว่าขณะนี้บริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทีพีไอมีแผนฯจะดำเนินการขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 180 ล้านเหรียญสหรัฐอีกครั้ง ในช่วงพฤศจิกายนนี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่าง คัดเลือกที่ปรึกษาทางการเงินและน่าจะสรุปได้ในเร็วๆ นี้

ภายหลังจากขายหุ้นเพิ่มทุนเสร็จ ทีพีไอโพลีนจะกู้ยืมเงินจากธนาคารกรุงไทยจำนวน 750 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อนำไปปรับโครงสร้างหนี้

ส่วนประเด็นการถือหุ้นไขว้กันระหว่าง ทีพีไอ กับ ทีพีไอโพลีน นั้น ทีพีไอจะขายหุ้นจำนวน 49% ที่ถืออยู่คืนให้ทีพีไอโพลีนทั้งหมด ขณะเดียวกันทีพีไอโพลีนก็จะนำโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกทั้ง แอลดีพีอี และ อีวีเอ แลกขายให้กับทีพีไอ ซึ่งจะทำให้การถือหุ้นของทั้ง 2 บริษัทไม่มีการทับซ้อนกัน

ก่อนหน้านี้ ทีพีไอโพลีนเคยเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 180 ล้านเหรียญ ราคาหุ้นละ 17 บาทให้กับประชาชนทั่วไป แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากในช่วงดังกล่าวเกิดภาวะสงครามสหรัฐฯ-อิรัก ทำให้นักลงทุนไม่มีความมั่นใจในตลาดทุน

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us