|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
PFP เผยยอดการผลิตและจำหน่ายอาหารแปรจากซูริมิ ยอดขายปีหนูไฟลดลง 15% ปัจจัยจากราคาน้ำมันดันต้นทุนการผลิตสูง และถูกแรงกระแทกซ้ำจากวิกฤตสถาบันการเงินสหรัฐอเมริกา ทำให้กระทบต่อตลาดส่งออกหลักอย่างเช่นญี่ปุ่น ปีฉลู ปรับกลยุทธ์ใหม่ลุยตลาดต่างประเทศ ทั้งเกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์ รวมถึงตลาดล่างภายในประเทศ พร้อมเตรียมหันมาใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงเพื่อลดต้นทุน และรักษายอดขายคงที่ 2.9 พันล้านบาท
นายทวี ปิยะพัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัทแปซิฟิกแปรรูปสัตว์น้ำ จำกัด (PFP) ซึ่ง ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป พร้อมปรุงที่ทำจากเนื้อปลาบดแช่แข็ง (ซูริมิ) เปิดเผยว่า ตลอดปี 2551 เศรษฐกิจมีความผันผวนเนื่องจากการขึ้น-ลงของราคาน้ำมัน ส่งผลต่อการปรับตัวของผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก ประกอบกับประเทศทั่วโลกได้รับแรงกระเพื่อมจากวิกฤตสถาบันการเงินของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยโดยตรง
ผลกระทบดังกล่าวทำให้ผลประกอบการในปี 2551 ซึ่งมาจากการส่งออกต่างประเทศ 60% ในตลาดญี่ปุ่นเป็นหลัก และ จำหน่ายในประเทศ 40% ลดลงเหลือ 2,800 ล้าน จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2,900 ล้าน เนื่องจากยอดการผลิตลดลงในครึ่งปีแรกด้วยปัจจัยราคาน้ำมันถีบตัวสูง โดยเฉพาะในเดือนก.พ. – ก.ค. น้ำมันขึ้น 140 เหรียญ/บาร์เรล และขาดแคลนวัตถุดิบ แต่หลังจากราคาน้ำมันตกต่ำตลาดหลักกลับมีกำลังซื้อลดลง ทำให้ยอดขายลดลง 15% ขณะที่กำลังซื้อภายในประเทศได้รับผลกระทบจากปัจจัยราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยลบทั้งสิ้น
“ปีนี้เศรษฐกิจทั่วโลกมีความผันผวนมาก เราสามารถประคับประคองตัวได้เท่านี้ก็ถือว่าพอใจแล้ว และต้องจับตาการเปลี่ยนแปลงต่อไป เพราะวันนี้ทุกอย่างยังไม่นิ่ง โดยเฉพาะวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ซึ่งเหมือนโรคอหิวาห์ระบาด ฉีดยาก็ไม่หาย ผู้ประกอบการก็มึน ต่อไปคงต้องวางแผนดำเนินธุรกิจแบบเดือนต่อเดือนแทนการทำแบบไตรมาส” นายทวีกล่าวต่อและว่า
เป้าหมายยอดขายในปี 2552 นั้นยังเท่าเดิมที่ 2,900 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์ความผันผวนต่างๆ ยังไม่น่าไว้วางใจ โดยจะมีการปรับกลยุทธ์เพิ่มขึ้น ทั้งหาตลาดใหม่ในเอเชียมากขึ้น เช่น เกาหลี สิงคโปร์ ไต้หวัน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยจะมีไส้กรอกปลาออกใหม่ทิ้งทวนปี 2551 และเจาะตลาดล่างมากขึ้น โดยรักษาคุณภาพสูงสุด พร้อม รวมทั้งการเจาะตลาดในโรงแรมมากขึ้น ซึ่งเริ่มได้รับการตอบรับมากขึ้น เนื่องจากโรงแรมสามารถลดพนักงานซึ่งมีค่าแรงแพงขึ้น โดยผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปมีราคาถูกกว่าการจัดเตรียมเอง อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญของการทำตลาดในกลุ่มโรงแรมนั้นยังมีขั้นตอนยุ่งยากซับซ้อนกว่าการเข้าสู่ตลาดในห้างสรรพสินค้ามาก
“สำหรับการใช้เชื้อเพลิงซึ่งถือเป็นต้นทุนที่สำคัญของโรงงาน PFP มีแนวโน้มเลือกใช้ถ่านหินเป็นพลังงานทางเลือกอย่างแน่นอน เพราะประเทศไทยยังมีถ่านหินอีกหลายแห่งที่ยังไม่นำมาใช้ ประกอบกับถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงที่มีราคาถูก สามารถสั่งซื้อจากต่างประเทศได้ด้วย และอยากให้คนไทยเปิดรับกับการใช้ถ่านหินเพราะปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ต่างกับอดีตที่ยังมีน้อย ทำให้มีผลกระทบต่อชุมนุมและความปลอดภัย”
ด้านแนวโน้มตลาดในปีหน้า นายทวีกล่าวว่า อำนาจการซื้อต่างประเทศและในประเทศซบเซา ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับการบริหารจัดการขนานใหญ่เพื่อปรับลดต้นทุนให้มากที่สุด และหันมาเจาะตลาดล่างมากขึ้น ทำให้แนวโน้มการแข่งขันด้านราคามีความดุเดือดอีกปีหนึ่ง ถือเป็นปีทองของผู้บริโภคก็ว่าได้ที่จะได้สินค้ามีคุณภาพและราคาไม่แพง
|
|
 |
|
|