Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน5 มกราคม 2552
ท่องเที่ยวยังจ่อปากเหว หืดขึ้นคอรับปีวัวชนแน่             
 


   
www resources

โฮมเพจ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

   
search resources

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
Tourism




ท่องเที่ยวปีฉลู ไม่ฉลุย ปัจจัยลบเพียบ ทั้งการเมืองในประเทศและผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก รัฐบาลเดินหน้าใช้นโยบายขาดดุลบัญชีเดินสะพัดกระตุ้นเศรษฐกิจ ททท. เข็นประเทศไทยชูจุดขาย แวลูฟอร์มันนี่ เฉือนคู่แข่ง ขณะที่ภาคเอกชน ทั้งสายการบิน บริษัทนำเที่ยวปลงตลาดระยะไกลชะลอตัว หันอัดแคมเปญกระตุ้นยอดขาย กระหน่ำสงครามราคาสิ้นปีทำได้อย่างดีแค่ 14 ล้านคน

นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก จะมีผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การปิดกิจการของบริษัทห้างร้านใน ยุโรป และ สหรัฐอเมริกา ทำให้ ทำให้ดีมานด์การเดินทางท่องเที่ยวในตลาดลดลง หรือปรับเปลี่ยนแผน เป็นการเดินทางอยู่ในเขตภูมิภาคเดียวกันเท่านั้น

ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) จะต้องช่วยกันวางนโยบายและจัดทำแผนส่งเสริมการตลาดแบบรุกหนัก เพราะในสถานการณ์ที่ทั่วโลกได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจเช่นนี้ จะยิ่งทำให้ภาวการณ์แข่งขันทวีความรุนแรง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของแต่ละประเทศ ที่จะคิดกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อช่วงชิงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศของตน ดังนั้นในส่วนของประเทศไทยมีความจำเป็นอย่างสูงที่ต้องมีการลงทุน เพิ่มแหล่งท่องเที่ยวและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรม ไปพร้อมกับจัดกิจกรรมการตลาดบูมประเทศไทยให้เหนือคู่แข่งขัน

“ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว รัฐบาลต้องใช้นโยบายขาดดุลบัญชีเดินสะพัด อัดฉีดเงินงบประมาณผ่าน เมกกะโปรเจกต์ และโครงการต่างๆ เพื่อให้เกิดเงินหมุนเวียนภายในประเทศ ก่อเกิดรายได้ และการจับจ่ายสู่ภาคประชาชน เชื่อว่ารัฐบาลต้องใช้นโยบายนี้ประมาณ 5 ปี เศรษฐกิจจึงพลิกฟื้นกลับสู่ภาวะปกติ”

ยันอะเมซิ่งแวลูช่วยดูดนักท่องเที่ยว

นางพรศิริ มโนหาญ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ปี 2552 น่าจะดุเดือด เพราะทุกประเทศต่างก็หวังพึ่งรายได้จากการท่องเที่ยว แต่ททท.ยังมั่นใจถึงความโดดเด่นของประเทศไทย เมื่อเทียบกับคู่แข่งขัน โดยกลยุทธ์หลักของ ททท. ที่จะใช้ในปี 2552 คือ อะเมซิ่งไทยแลนด์ อะเมซิ่งแวลู ตอกย้ำความคุ้มค่าเงินที่นักท่องเที่ยวจะได้รับเมื่อมาเที่ยวประเทศไทย สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ เพราะมาเที่ยวประเทศไทย เสียค่าใช้จ่ายเท่ากับหรือใกล้เคียงกับการท่องเที่ยวในกลุ่มภูมิภาคยุโรปด้วยกันเอง

นอกจากนั้น ยังเน้นต่อยอดแคมเปญ เซเว่นวันเดอร์ ให้เจาะลึกเป็นรายสินค้า แยกกลุ่ม จัดเป็นแพกเจชัดเจนและหลากหลาย ให้ดูน่าท่องเที่ยวมากขึ้น โดยปีนี้ได้ปรับลดเป้าหมายจากฐานนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป โดยจากเดิมประมาณการณ์ไว้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประเทศไทยที่ 16 ล้านคนปรับลดเหลือ 15.183 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้น 5% จากปี 2551 ที่ น่าจะทำได้ 14.464 ล้านคน เท่ากับปี 2550

ธุรกิจโรงแรมเบรกลงทุน

นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายมสมาคมโรงแรมไทย(ทีเอชเอ) กล่าวว่า จากภาวะที่บ่งบอกว่า ในปี 2552 วิกฤตการเงินโลก จะกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดไกล ที่เดินทางจากยุโรปและอเมริกา ประกอบกับไม่มีใครกล้ารับประกันว่า สถานการณ์การเมืองในประเทศไทย จะสงบได้จริง ส่งผลให้ภาคลงทุนเกิดการชะลอตัว โดยรายงานล่าสุดระบุว่าขณะนี้ โรงแรมขนาดใหญ่ระดับ 5 ดาว จำนวนรวมกว่า 8,000 ห้อง ทั้งที่ ภูเก็ต กระบี่ เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ คิดเป็นวงเงินลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท ได้ชะลอแผนการลงทุน และแผนการเปิดดำเนินการออกไปก่อน โดยไม่เร่งเปิด หรือ เร่งก่อสร้างเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งบางรายอาจเลื่อนไป 2 ปี หรือ ไม่มีกำหนดแน่นอน เพราะต่างกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจโลก และ การเมืองประเทศไทยที่ยังไม่นิ่งจริง

ทั้งนี้ ทีเอชเอประเมินว่า ในปีนี้ อัตราเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีจะลงมาอยู่ที่ 65-70% จากทุกปีจะเฉลี่ยที่ 67-80% เนื่องจากตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลหดตัว ซึ่งผู้ประกอบการก็ต้องวางแผนกลยุทธ์การตลาดให้รอบคอบ และคงไม่มีการปรับขึ้นราคาห้องพัก จากทุกปีที่จะปรับขึ้นเฉลี่ย 5-10% ขณะเดียวกันยังต้องถูกดราคาค่าห้องพักจากตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ เพื่อนำไปจัดโปรโมชั่น ดึงนักท่องเที่ยวด้วย

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติตลอดปี 52 น่าจะอยู่ที่ 13-14 ล้านคน ใกล้เคียงกับที่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประเมินไว้ แต่ไม่ถึง 15 ล้านคน ตามที่ ททท.ตั้งไว้แน่นอน เพราะ ช่วงไตรมาสแรกของปีซึ่งเป็นไฮซีซั่น จำนวนนักท่องเที่ยวได้ลดลงจากทุกปีจำนวนมาก

นายอภิชาติ สังฆอารี นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ปัจจัยลบที่จะทำให้นักท่องเที่ยวในปีนี้ชะลอตัวที่นอกเหนือจากการเมืองในประเทศไทย คือ ผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก ค่าเงินในหลายประเทศที่อ่อนตัวลง ซึ่งตลาดไมซ์หรือตลาดประชุมสัมมนาและท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจาก ในปี 2551 ที่ผ่านมา มีการปิดบริษัทและเลิกจ้างงานจำนวนมาก ตลาดระยะไกลที่ลดลงแน่นอน ได้แก่ สแกนดิเนเวียลด 10-15% และยุโรป ในกลุ่มประเทศ อิตาลี รัสเซีย อังกฤษ เยอรมัน เป็นต้น ส่วนตลาดเอเชีย ยังไม่น่าห่วง เพียงแต่ต้องเร่งทำตลาดเพิ่มช่วงชิงนักท่องเที่ยว ที่มีกำลังซื้อ เช่น จีน อินเดีย และ ตะวันออกกลาง ซึ่งโดยภาพรวม จำนวนนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปีไม่น่าจะเกิน 13-13.5 ล้านคน

ปั้นทัวร์ราคาถูกรักษาลูกค้า

นายยงยุทธ จุลินตานนท์ ผู้จัดการ ฝ่ายขายและการตลาด ประจำประเทศไทย และพม่า สายการบิน คาเธ่ย์ แปซิฟิก กล่าวว่า ปี 2552 เป็นอีกหนึ่งปีที่ยากลำบากสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวและสายการบิน ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากภาวะเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่นิ่งเท่าที่ควร ทำให้ การเดินทางของนักท่องเที่ยวชะลอตัว ทางรอดของแต่ละสายการบิน คือ คิดกลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ และ การปรับลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น จับตาดูผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออกให้สมดุล

ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง บวกกับการแข่งขันทำให้ปีนี้ลูกค้าจะได้ซื้อแพกเกจการเดินทางที่ถูกลง แต่ทั้งนี้ก็ต้องคอยจับตาดูให้ดีว่า ราคาน้ำมันจะปรับสูงขึ้นอีกเมื่อใด เพราะหากมาตรการเยียวยาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของแต่ละประเทศเป็นยาที่ให้ผลการรักษาที่ดี เศรษฐกิจก็จะฟื้นไว กำลังซื้อก็จะกลับมาเร็ว ราคาน้ำมัน ก็จะปรับตัวสูงขึ้นตามดีมานด์ของตลาด

“ผมเชื่อว่าช่วงเทศกาลตรุษจีน ท่องเที่ยวจะเริ่มกลับมาคึกคัก โดยช่วงไตรมาสแรก คาเธ่ย์ เตรียมแคมเปญกระตุ้นตลาดด้วย แพกเจทัวร์ราคาประหยัดลดจากราคาปกติ 30% เส้นทางที่ทำโปรโมชั่นได้แก่ กรุงเทพฯ -ฮ่องกง 3 วัน 2 คือ ราคา 11,000 บาท ,กรุงเทพฯ-ปักกิ่ง 4 วัน 3 คือ ราคา 18,000 บาท เป็นต้น ส่วนช่วงไตรมาส 2-4 จะประเมินสถานการณ์จากไตรมาสแรก เพื่อจัดทำแพกเกจทัวร์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์

คอปอเรทลดงบทำลูกค้าหาย

นายธนวัฒน์ เด่นนภาสุรพงศ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย สายการบิน แอร์ฟรานซ์- เคแอลเอ็ม กล่าวว่า ตลาดระยะไกลแถบยุโรปอเมริกาที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง สายการบินระหว่างประเทศที่บินในเส้นทางดังกล่าว จึงได้รับผลกระทบ เนื่องจากลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ ชะลอการเดินทาง บางบริษัทก็ลดงบประมาณที่ใช้สำหรับการเดินทางเพื่อประชุมสัมมนา ดูงาน และเจรจาธุรกิจลง 15-20% โดยหันมาใช้การประชุมทางโทรศัพท์ หรือการประชุมแบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ทดแทน

ทั้งนี้ยอมรับว่าลูกค้าหลักของสายการบิน แอร์ฟรานซ์ และ เคแอลเอ็ม เกือบ 30% เป็นกลุ่มคอปอเรท ดังนั้นจึงได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินค่อนข้างมาก ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับแผนธุรกิจ ซึ่งเชื่อว่าหลายสายการบินก็กำลังคิดเช่นนี้ และมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นสายการบิน ลดเที่ยวบินในเส้นทางที่มีผู้โดยสารน้อย และโปรโมชั่นตั๋วราคาถูก เพื่อดึงลูกค้า ส่วนแอร์ฟรานซ์ และ เคแอลเอ็ม ปัจจุบัน บินสัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน ทั้ง 2 เส้นทาง จึงยังไม่มีการปรับลด แต่หันมาลดต้นทุนส่วนอื่นก่อน

สงครามราคาชิงลูกค้าระห่ำ

นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบิน ไทยแอร์เอเชีย ซึ่งเป็นสายการบินราคาประหยัด(โลว์คอสต์) กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจสายการบินจะชะลอตัวในครึ่งปีแรก โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 1 ซึ่งเป็นผลกระทบที่ต่อเนื่องมาจากผลกระทบในปี 2551 ขณะเดียวกันผลกระทบจากวิกฤตการเงินในสหรัฐอเมริกาและยุโรป จะยิ่งทำให้ นักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล หรือ ลองฮอลล์ ลดจำนวนลง จึงเป็นไปได้ที่ธุรกิจการบินจะเข้าสู่ภาวการณ์แข่งขันที่รุนแรง และอาจได้เห็น สงครามราคา

ทั้งนี้ผู้ประกอบการสายการบิน ที่มีเส้นทางบินระยะใกล้ (ช็อตฮอลล์) จะได้เปรียบ เพราะ นักท่องเที่ยวตลาดนี้ยังพอมีกำลังซื้อ เช่น จีน อินเดีย เป็นต้น อีกทั้งการท่องเที่ยวภายในภูมิภาคเดียวกัน ยังเป็นเทรนด์ใหม่ที่มาแรง

นอกจากนั้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ตามนโยบายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) จะทำให้สายการบินต้นทุนต่ำหรือโลว์คอสต์แอร์ไลน์ได้เปรียบ เพราะ สามารถจัดแคมเปญส่งเสริมเส้นทางบินภายในประเทศให้เติบโตได้มากขึ้น

“เชื่อว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวของประเทศไทยจะพลิกฟื้นได้เร็ว จากแผนการทำงานของ ททท.และกระทรวงการท่องเที่ยว ซึ่งเสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยวเมืองไทย เช่น พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ เกาะสมุย หรือแหล่งชอปปิ้ง อย่าง มาบุญครอง สวนจตุจักร ยังดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเลือกที่จะตัดสินใจเดินทางเข้ามาประเทศไทย หาก เหตุการณ์ในประเทศสงบเรียบร้อย”

สำหรับไทยแอร์เอเชีย ยังเน้นกลยุทธ์เรื่องราคาเป็นตัวนำ ในการดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ โดยจะเพิ่มความถี่ของการจัดแคมเปญ เป็น เดือนละ 2 ครั้ง และเตรียมแผนเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ อีก 6 เส้นทางไปต่างประเทศ บินจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปสู่ หลายเมืองในประเทศ อินเดีย และ จีน เป็นต้น ซึ่งเส้นทางบินใหม่ จะช่วยขยายฐานลูกค้าให้ธุรกิจเติบโต โดยตั้งเป้าหมายปีนี้ จะขนผู้โดยสารทั้งปีได้ 5.1 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ราว 1 ล้านคน โดยยอมรับว่า ในปี 2551 ไทยแอร์เอเชีย ขนส่งผู้โดยสารทั้งปีได้รวมประมาณ 4.1 ล้านคน ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะขนส่งผู้โยสารได้ 4.6 ล้านคน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us