การหาตัวผู้ลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่ควรจะเสร็จสิ้นเมื่อเดือนมีนาคม
จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะลงเอยกันได้เมื่อไร
กลุ่มลาวาลินซึ่งได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการทางพิเศษฯ ให้เป็นผู้ดำเนินโครงการเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วเสนองบลงทุนในโครงการนี้
42,000 ล้านบาท เป็นเงินกู้ต่างประเทศ 23,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินกู้จากรัฐบาลแคนาดา
16,000 ล้านบาท ที่เหลือเป้นเงินกู้จากญี่ปุ่น เงินกู้จากแคนาดานั้นเป็นเงินที่ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยจำนวน
6,240 ล้านบาทส่วนที่เหลือเสียดอกเบี้ยในอัตรา 5.7% และ 8.3% ชำระคือใน 50
ปี โดยมีระยะปลอดหนี้นับจากวันเริ่มโครงการ 10 ปี
นับว่าเป็นเงินกู้ที่มีเงื่อนไขดีมาก ๆ เพียงแต่ว่ารัฐบาลแคนาดาต้องการให้ลาวลินตั้ง
SECVRITY PACKAGE ในรูปของเงินทุนสำรอง 6,000 ล้านบาท เพื่อสำรองไว้ในกรณีที่การดำเนินโครงการมีปัญหาสภาพคล่อง
จะได้เอาเงินทุนสำรองนี้มาหมุนเวียนเงิน 6,000 ล้านบาทนี้เป็นเงินกู้ในประเทศ
ซึ่งลาวาลินมีเงื่อนไขว่า การทางพิเศษฯ หรือรัฐบาลต้องเข้ามาค้ำประกัน
นโยบายของรัฐบาลต่อโครงการรถไฟฟ้านี้คือ จะไม่เข้าไปค้ำประกันใด ๆ โดยเด็ดขาด
นอกเหนือไปจากการร่วมลงทุนไม่เกิน 25% ดังนั้นแม้ลาวาลินจะยอมลดวงเงินที่ต้องการการค้ำประกันจาก
6,000 ล้านบาทเหลือ 2,000 ล้านบาท การทางพิเศษฯก็ยังถือว่าผิดหลักการที่วางไว้ตั้งแต่แรก
และมีมติเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมาให้ยุติการเจรจากับทางลาวาลินไว้เพียงนี้
และให้เรียกกลุ่มเอเชีย ยูโร คอนซอร์เตี้ยม ซึ่งเป็นอันดับสองในการคัดเลือกรอบแรกมาเจรจาใหม่
ถ้าการเจรจากับกลุ่มนี้มีปัญหาก็ให้เรียกกลุ่มฟรังโกแจแปนิสมาเจรจาเป็นกลุ่มสุดท้าย
เงื่อนไขที่ทำให้กลุ่มเอเชียยูโร ไม่ได้รับการคัดเลือกในครั้งแรกทั้ง ๆ ที่ที่ปรึกษาของการทางฯจัดอันดับให้อยู่ในลำดับที่หนึ่ง
โดยดูจากความเหมาะสมด้านการเงินและเทคนิคก็คือ ในข้อเสนอของเอเชีย ยูโร เสนอให้รัฐบาลตั้งบริษัทใหม่ขึ้น
7,000 ล้านบาท ซึ่งผิดหลักการให้สัมปทานในครั้งนี้ที่รัฐบาลไม่ต้องการรับภาระการลงทุนมากกว่า
25% ของเงินลงทุนทั้งหมด
การเจรจารอบใหม่กับการทางพิเศษฯ เอเชีย ยูโรจึงต้องหาทางออกด้วยการขอกู้เงินดอกเบี้ยต่ำจาก
KFW สถาบันการเงินเพื่อการลงทุนในเยอรมันตะวันตก 200 ล้านมาร์ก และจกาแหล่งอื่น
ๆ ให้ครบ 7,000 ล้านบาทเพื่อนำมาซื้อหัวรถไฟฟ้าเอง
เงินกู้จาก KFW นั้น โดยปกติจะต้องให้รัฐบาลค้ำประกันด้วย เอเชีย ยูโร
จึงอาจจะพบปัญหาเดียวกับลาวาลิน ถ้าเป็นเช่นนั้นกลุ่มที่มีความหวังรายต่อไปคือ
กลุ่มฟรังโก แจแปนิส ซึ่งเสนอเงื่อนไขออกมาชัดเจนว่า ไม่ต้องการให้รัฐบาลค้ำประกันในส่วนไหนทั้งสิ้น
และยังมีเงินที่รัฐบาลฝรั่งเศสให้เปล่าอีกจำนวนหนึ่ง
สิ่งที่ไม่อาจจะมองข้ามไปได้คือ ผู้ร่วมทุนรายหนึ่งในกลุ่มฟรังโก แจแปนิสนั้น
คือกลุ่มอิตัลไทยของหมอชัยยุทธ กรรณสูตฝีไม้ลายมือของหมอชัยยุทธ ในการดึงโครงการใหญ่
ๆ มาทได้เป็นที่ประจักษ์กันแล้วว่าเป็นเช่นไร กลุ่มเอเชียยูโร ก็คงเป็นหนึ่งที่ประจักษ์ในผลงานของหมอชัยยุทธ
ความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดจึงได้มีการปรับโครงสร้างใหม่โดยรวมกลุ่มเอเชีย
ยูโร และฟรังโก แจแปนิส เข้าด้วยกัน โดยมีบริษัทเลห์ตันจากลุ่มเอเชีย ยูโร
รับผิดชอบด้านการเงิน กลุ่มมิตซุย ซึ่งอยู่ในกลุ่มฟรังโก แจแปนิส รับผิดชอบหาหัวรถจักร
และอิตัลไทยรับผิดชอบด้านการก่อสร้าง
ภารกิจสำคัญคงตกอยู่กับหมอชัยยุทธที่จะเป็นหัวหอกกรุยทางดึงโครงการนี้มาให้ได้