Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ สิงหาคม 2532








 
นิตยสารผู้จัดการ สิงหาคม 2532
ที่นี่ตลาดหุ้นไทย ยินดีต้อนรับเดรสด์เนอร์แบงก์             
 


   
search resources

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ธนาคารเดรสด์เนอร์
ธอร์นตัน กรุ๊ป
Investment




ฉากแล้วฉากเล่า…ภาพแล้วภาพเล่า…ที่สถาบันการเงินต่างชาติเดินทางเข้ามาลงทุนหรือร่วมลงทุนในประเทศไทยนั้นต้องยอมรับกันอย่างหนึ่งว่า สิ่งดึงดูดใจที่สำคัญสำหรับพวกเขาไม่ใช่อะไรอื่นไกลนอกไปจากการขยายตัวเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

มายฮาร์ด คาร์สเตนเซ่นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของเดรสด์เนอร์ แบงก์ เอจี กล่าวประโยคสำคัญหนึ่งไว้ในโอกาสเดินทางเข้ามาเปิดสำนักงานตัวแทนธนาคารเดรส์เนอร์ในไทยว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 81% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2532 นี้เท่านั้น ซึ่งเทียบไม่ได้กับตลาดหลักทรัพย์ในเยอรมนีตะวันตกที่มีอัตราการเติบโตเพียง 10% ในช่วงเดียวกัน

และนี่มิพักต้องพูดถึงดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์ฯที่พุ่งพรวด ขึ้นมาเป็น 606.21 เมื่อสิ้นครึ่งปีแรกหรือเพิ่มขึ้น 214.98 จากเมื่อต้นปีที่ยังอยู่ที่ระดับ 391.23 มูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ยวันละ 992.08 ล้านบาทจากช่วงเดียวกันของเมื่อปี 2531 ที่มีเฉลี่ยวันละ772.85 ล้านบาท

หากจะดูการซื้อขายหลักทรัพย์ของชาวต่างชาติในรอบครึ่งปีแรกนี้ ปรากฏว่มีมูลค่าการซื้อขายรวม 32,600 ล้านบาทหรือคิดเป็น 13.35% ของมุลค่าการซื้อขายทั้งหมด เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งมีมูลค่า 21,556 ล้านบาทหรือคิดเป็น 11.32%

อัตราการเติบโตและการทำกำไรอย่างยั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ของตลาดหลักทรัพย์ไทยเช่นนี้จึงเป็นที่ยั่วยวนใจนักลงทุนชาวต่างชาติยิ่งนัก

ดังนั้น การเข้ามาเปิดสำนักงานตัวแทนในไทยของธนาคารเดรสด์เนอร์ อันเป็นธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากดอยท์ช แบงก์ เอจี ของเยอรมนีตะวันตกจึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดแต่อย่างใด แม้ว่าก้าวของเดรส์เนอร์จะล้าหลังกว่าดอยท์ช แบงก์ที่มีสำนักงานสาขาในไทยไปแล้ว หรือกระทั่งช่วงจังหวะเวลาที่กระทรวงการคลังกำลังเลือกสรรให้ใบอนุญาตเปิดสำนักงานสาขาแก่ธนาคารต่างชาติเพิ่มจากที่มีอยู่ แต่ธนาคารเดรสด์เนอร์กลับไปเปิดเป็นสำนักงานตัวแทนก่อนก็ตาม

ทั้งนี้และทั้งนั้นก็มีเหตุผลเบื้องหลังที่ว่ายเพียงนิดเดียวคือธนาคารเดรสด์เนอร์ประสงค์จะทำธุรกิจด้านหลักทรัพย์นำกองทุนเข้ามาซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทย โดยมอบหมายให้บริษัทธอร์นตัน (THORNTON MANAGEMENT (ASIA) LTD.) เป็นผู้จัดการกองทุน

บริษัทจัดการกองทุนแห่งนี้ไม่ใช่ผู้แปลกหน้าที่ไหนเพราะมีเดรสด์เนอร์ แบงก์ เอจี ถือหุ้นใหญ่อยู่ถึง 74% บริษัทแห่งนี้ทำหน้าที่จัดการกองทุนต่าง ๆ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 1,000 ล้านปอนด์ในตลาดหลักทรัพย์แถบเอเชีย-แปซิฟิก

ธอร์นตัน กรุ๊ปก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2527 มีสำนักงานปฏิบัติการสำคัญ 4 แห่งคือ ฮ่องกง ลอนดอน โตเกียว และซิดนีย์ มีชื่อเสียงในทางเป็นผุ้เชี่ยวชาญที่สำคัญรายหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์เอเชียและเป็นบริษัทจัดการกองทุนบำนาญและกองทุนรวมที่สำคัญรายหนึ่งในอังกฤษด้วย

ธุรกิจการเงินกลุ่มนี้มีปรัชญาความเชื่อว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะมีอัตราการเติบโตเข้มแข็งมากว่าสหรัฐฯ เงินเยนจะมีค่าแข็งกว่า เงินดอลลาร์สหรัฐ และจะเข้าแทนที่เงินดอลลาร์ในฐานะเป็นเงินสกุลมาตรฐานของโลก ซึ่งผลกระทบของมันจะช่วยทำให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเคลื่อนย้ายการลงทุนทางอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นมายังเอเชีย-แปซิฟิกจะทำให้ภูมิภาคนี้มีบทบาทที่โดดเด่นทางเศรษฐกิจมากขึ้นและมีศักยภาพในการพัฒนาทางเศรษฐกิจของตนเองด้วย

ธอร์นตัน กรุ๊ปจะนำกองทุนและหน่วยลงทุนรวม 3 รายเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทยได้แก่ THORNTON TIGER FUND โดยลงทุนประมาณ 6.7% ของวงเงินที่ดูแลอยู่ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนหน่วยลงทุน THORNTON ASIAN EMERGING MARKETS INVESTMENT TRUST (TAEMIT) ซึ่งมีวงเงินมูลค่าประมาณ 200-300 ล้านมาร์คและลงทุนอยู่ในตลาดอังกฤษและเยอรมนีนั้น ก็จะนำเงินกลับมาลงทุนตลาดหลักทรัพย์ไทยประมาณ 15% หรือคิดเป็น 45 ล้านมาร์ค

ตัวเลขวงเงินเหล่านี้แลดูน่าตกใจ เพราะหากคำนวณกันจริง ๆ แล้วก็คิดเป็นเงินไทยกว่า 800 ล้านบาท ไล่ ๆ กับมูลค่าการซื้อขายหุ้นในแต่ละวันของตลาดหลักทรัพย์ไทย

ปัญหาก็คือหากธนาคารเดรสด์เนอร์และธอร์นตัน กรุ๊ป นำเงินทุนและหน่วยลงทุนเหล่านี้เข้ามาจริง ตลาดหลักทรัพย์ไทยมีความสามารถที่จะรองรับเงินทุนเหล่านี้ได้มากน้อยเพียงใด

เกอฮาร์ด ไบเออร์ ผู้อำนวยการแผนกลงทุนและค้าหลักทรัพย์ประจำสำนักงานใหญ่เดรสด์เนอร์ แบงก์ เอจี กล่าวปรารภถึงการขาดแคลนสินค้าในตลาดหลักทรัพย์ไทย ซึ่งก็เป็นปัญหาเดียวกับที่นักลงทุนชาวต่างชาติหลายคนเคยวิเคราะห์ไว้

นอกจากนี้เขายังวิจารณ์ระเบียบข้อจำกัดที่ห้ามนักลงทุนชาวต่างชาติซื้อหุ้นสถาบันการเงินเกินกว่า 25% และหุ้นบริษัทอุตสาหกรรมเกินกว่า 49% ว่าเป็นอุปสรรคในการลงทุนของชาวต่างชาติ

อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะมีอุปสรรคในตลาดหลักทรัพย์ฯแต่คนเหล่านี้ก็หวังว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไขคลี่คลายไปในที่สุด ดรงคริสตอฟ ฟอน เดอร์ เด็คเค่น หนึ่งในกรรมการบริหารของเดรสด์เนอร์ แบงก์ เอจีและเป็นประธานคณะกรรมการบริหารบริษัทเดรสด์เนอร์ (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) จำกัด ในสิงคโปร์กล่าวว่าพวกเขามีความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองของไทย ซึ่งนี่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เกิดการเปิดสำนักงานตัวแทนของธนาคารขึ้นในไทย

ดร.ฟอน เดอร์ เด็คเค่นอธิบายถึงบทบาทของสำนักงานตัวแทนว่าจะทำหน้าที่ 3 ด้านด้วยกันคือ ส่งเสริมการค้าแบบทวิภาคีระหว่างไทย-เยอรมนีและระหว่างไทย-เยอรมนีและระหว่างไทยกับประเทศอื่น ๆ ให้การสนับสนุนด้านเงินทุนแก่โครงการสำคัญต่าง ๆ และทำหน้าที่ส่งเสริมการลงทุน ซึ่งปรากฏว่าภายในปี 2532 นี้ จะมีนักลงทุนเยอรมนีเข้ามาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมของไทยรวม 7 ราย

บทบาทของสำนักงานตัวแทนธนาคารเดรสด์เนอร์ทำได้เพียงการจัดหาข้อมูลและให้คำปรึกษาด้านการเงินและการลงทุนเท่านั้น ไม่สามารถทำหน้าที่รับฝากเงินและการนำเงินเข้า-ออกต่าปงระเทศได้ดังนั้นที่มาแห่งรายได้ของสำนักงานตัวแทนนี้จึงมีเพียงค่าธรรมเนียมเล็ก ๆ น้อย ๆ จากการจัดหาข้อมูลและให้คำปรึกษาแก่นักลงทุนอุตสาหกรรม

ค่าธรรมเนียมเหล่านี้ย่อมไม่ใช่สิ่งหมายปองของธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเยอรมนีตะวันตกเป็นแน่ และถึงจะไม่เปิดสำนักงานตัวแทนขึ้นในไทยเดรสด์เนอร์ แบงก์ เอจีก็มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจการเงินกับไทยได้ โดยในปี 2521 บริษัทเครือข่าย เดรสด์เนอร์ แบงก์เอจีเป็นผู้แนะนำกระทรวงการคลังไทยเข้าสู่ตลาดพันธบัตร DM-EUROBOND ทำการออกพันธบัตรเงินมาร์คในตลาดเงินเยอรมันเพื่อระดมเงินทุนจากต่างประเทศและในปี 2531 ก็เป็นหนึ่งในบริษัทผู้จัดการกองทุนเพื่อการออกพันธบัตร EUROBOND มูลค่า 200 ล้านมาร์ค จนต่อ ๆ มาเขยิบขึ้นมาทำหน้าที่ผู้จัดการกองทุนเพื่อการออกพันธบัตรให้รัฐบาลไทยอีกหลายครั้ง

ว่าไปแล้วเดรสด์เนอร์แบงก์ เอจี จึงไม่ใช่แขกแปลกหน้าของกระทรวงการคลังแต่อย่างใด แต่สิ่งที่แปลกคือเดรสด์เนอร์สามารถช่วงชิงความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่แนบแน่นนี้ไว้ได้ ทั้งที่ไม่มีสำนักงานตัวแทนอยู่ในไทยก่อนหน้านี้

ดังนั้นการมีหรือไม่มีสำนักงานอยู่ในไทยนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญมากมายอะไรสำหรับเดรสด์เนอร์ แต่สำหรับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯนั้นคงเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องเข้ามาดูแลกองทุนทั้งหลายอย่างใกล้ชิด ซึ่งความหมายก็คือ ธอร์นตัน กรุ๊ป ก็จะต้องออนุญาตแบงก์ชาติเปิดสำนักงานวิจัยในกรุงเทพฯ เคียงคู่กับสำนักงานตัวแทนธนาคารอย่างแน่นอน

นี่เป็นสัญญาณที่บอกกันชัด ๆ ถึงความตั้งใจมาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทยของธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเยอรมนีตะวันตก ซึ่งป่านฉะนี้ ดร.มารวย ผดุงสิทธิ์ กรรมการบริหารตลาดฯคงจะได้รับทราบเป็นอย่างดีจากการได้รับเชิญไปดูงานด้านธนาคารและระบบตลาดหลักทรัพย์ของเยอรมันแล้ว

ก็หวังว่าความตระหนักในการเปิดตัวของธนาคารเดรสด์เนอร์ ในวงการธุรกิจการเงินไทยจะทำให้ตลาดหลักทรัพย์ไทยตระหนักถึงปัญหาที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์และพยายามหาทางแก้ไขต่อไป

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us