|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |

เพื่อนบ้านและผู้คนในละแวกลาดพร้าว 48 สะพานสอง แถวโรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ จะชินตากับเด็กสาวหน้าตาสะสวย เอวบางร่างน้อย เป็นที่สะดุดตา น่ามอง เธอเดินหอบหิ้วสัมภาระออกจากซอยบ้านในช่วงเย็นของทุกๆวัน เพื่อไปแสดงโชว์นาฏศิลป์ที่ร้านอาหารไทยให้ชาวต่างชาติได้ชื่นชมในศิลปวัฒนธรรมไทย เพราะชอบความสวยความงามมาตั้งแต่จำความได้ รวมทั้งสนใจงานทางศิลปะ จึงเลือกเรียนที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ (ปัจจุบันคือสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์)
หลังจากจบการศึกษาจากวิทยาลัยนาฏศิลป์แล้วได้บรรจุเข้าเป็นพนักงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งทำให้มีโอกาสเดินทางไปแสดงนาฏศิลป์ที่เธอชอบเป็นชีวิตจิตใจตามหัวเมืองต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ได้มีโอกาสลิ้มลองอาหารพื้นบ้าน ตลอดจนวัฒนธรรมการกินการอยู่ของชาติต่างๆ อยู่เสมอ
สาวงามนามไพเราะที่พูดถึง เธอคือชมพูนุท ยุกตะนันท์ เตชะไพบูลย์ ผู้ซึ่งมีทั้งความสนุกสนาน ร่าเริง พูดจาไพเราะ มีอัธยาศัยไมตรี ทำให้มีเพื่อนฝูงมากมายในทุกวงการ
ในโอกาสพิเศษหรือว่างจากภารกิจทั้งปวง แจง-ชมพูนุท พร้อมสมัครพรรคพวกจะรวมตัวไปตระเวนหาร้านอาหารอร่อยถูกปาก บรรยากาศดี นั่งคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอยู่เสมอ
ในที่สุด เพื่อนๆ ลงความเห็นว่า เธอน่าจะเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองได้แล้ว แจงจึงตัดสินใจเปิดร้านอาหารซึ่งขายอาหารเวียดนามเป็นหลัก ด้วยความชอบส่วนตัวและกำลังเป็นกระแสนิยม โดยใช้ชื่อว่า "ญาลอง"
"ญาลอง" เป็นชื่อของพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ของชาวเวียดนามในอดีต ทรงครองราชย์ยาวนานกว่า 20 ปี สร้างความเจริญรุ่งเรืองแก่ชาติบ้านเมืองนานัปการ เพื่อความเป็นสิริมงคลและกำลังใจในการดำเนินกิจการร้านอาหาร ก่อนที่จะเปิดดำเนินกิจการก็ได้เชฟอาหารเวียดนามที่มีชื่อหลายคน ซึ่งได้ผ่านการทดสอบแล้วว่ามีฝีมือจริงๆ นอกจากนี้เธอยังเดินทางไปเวียดนามด้วยตนเอง เพื่อไปสัมผัสรสชาติอาหารเวียดนามขนานแท้ และวัฒนธรรมการกินอยู่เพื่อจะได้บริการลูกค้าได้ใกล้เคียงกับความจริงมากที่สุด
ร้านญาลองตั้งอยู่บนชั้น 6 ใกล้ห้างสรรพสินค้า ZEN อาคารเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ (ชื่อในสมัยนั้น)
เมื่อพูดถึงเวิลด์เทรดทำให้ย้อนรำลึกถึงยุคก่อน บริเวณนี้จะเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าราชดำริ ศูนย์การค้าชื่อดังในสมัยนั้นเช่นกัน
อาคารส่วนใหญ่จะเป็นตึกสองชั้น เป็นแนวยาวจากสี่แยกราชประสงค์ ไปจนเกือบจรดคลองแสนแสบ เรียงรายด้วยร้านค้าที่ทันสมัย ร้านเครื่องหนัง กระเป๋าสุภาพสตรี ชื่อบางกอกบุคกิ้ง ห้างขายผ้าจะมีผ้าทั้งในและต่างประเทศให้เลือกสรร และใกล้ๆ กันจะมีโรงเรียนสอนตัดเสื้อ ห้องเสื้อชื่อดัง (จำชื่อไม่ได้) แต่จำได้ว่าเป็นร้านของคุณพ่อสุภาพสตรีท่านหนึ่ง ซึ่งเป็น CEO ของบริษัทที่ผลิตเพลงและนักร้องชั้นแนวหน้าของวงการ
เวลาผมไปเรียนกวดวิชาที่โรงเรียนสมถวิล ราชดำริในตอนเย็น (เรียนเสริมเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย) จะจงใจนั่งรถเลยไปศูนย์การค้าราชดำริก่อนอยู่เสมอ หรือในวันหยุดพวกสาวๆ ก็จะชวนกันไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์เมโทร พาราเมาท์ ซึ่งอยู่บนถนนเพชรบุรี (ข้ามคลองแสนแสบไปหน่อย)
จะสวมใส่ชุดที่เรียกว่า ฮอทแพนท์ ซึ่งฮิตในหมู่วัยรุ่นยุคนั้น (ชุดกางเกงขาสั้นสีสันสดใสแนบเนื้อ โชว์ขาอันสวยและเรียวงามแต่ไม่โป๊) โดยสวมใส่รองเท้าพื้นเรียบ มีสายหนังเส้นยาวไว้ผูกไขว้กันไปมาจนถึงหัวเข่า ดูเซ็กซี่ไม่เบา โดยจะแวะไปเดินเล่นหรือหาอะไรทานที่คอฟฟี่ชอฟ ซึ่งมีแฮมเบเกอร์ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยอย่างวิมปี้ นั่งเล่นนั่งคุยที่ฟอกซ์แอนด์สปูน ก่อนหนังฉาย หรือก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใส "ช้างเผือก" ซึ่งตั้งอยู่แถวๆ หน้าห้าง
ไทยไดมารู เป็นห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเทียบชั้นสยามหรือพารากอนสมัยนี้ โดยมีบันไดเลื่อนไฟฟ้าเป็นห้างแรกของเมืองไทยไว้บริการผู้ที่นิยมมาจับจ่ายใช้สอย ซึ่งลูกค้าทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัดก็ใฝ่ฝันที่จะมาเดินห้างนี้กันทั้งนั้น เพราะสินค้าเป็นที่ถูกใจ ประทับใจของนักชอปทุกวัย และเรื่องที่ผมจำได้ไม่ลืม เห็นจะเป็นเหตุการณ์ที่เป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์ว่า สุภาพสตรีท่านหนึ่งสวมชุดกางเกง ที่เรียกกันว่ากางเกงแปดชิ้นกรุยกรายมาชอป มาขึ้นบันไดเลื่อนโดยไม่ระมัดระวัง ชายกางเกงถูกช่องบันไดเลื่อนหนีบจนเป็นที่ฮือฮา ดังเป็นพลุแตกอยู่หลายวัน
สำหรับในยามค่ำคืนมีสถานบันเทิงยอดนิยม เวทีสำหรับผู้ที่ชอบในลีลา ลีลาศ ด้วยจังหวะเพลงลาติน ชื่อ "สตาร์ดัส" ให้ได้ล่องลอยเหินไปในฟอร์ อย่างสนุกสุดเหวี่ยง ใกล้ๆ กับคลอง ก็จะมีโรงเรียนอาชีวะที่ชื่อการช่างอินทราชัยอีกด้วย
อีกฟากฝั่งถนน ร้านอาหารไทยที่ได้รับความนิยมกันมากชื่อร้าน "เสนาะ" ก่อนที่จะไปสถานบันเทิงที่ขึ้นชื่อ "ซานนิซาโต้" ที่คู่รักใหม่ๆ ในสมัยนั้นนิยมไปกัน จะมีนักร้องชั้นนำของเมืองไทย เช่น ลินจง บุนนากรินทร์ มาขับขานเสียงเพลง "ดวงใจ" "รักปักใจ" ให้ได้ฟัง กระหึ่มในหัวใจ บริเวณนี้ปัจจุบันก็คือ เกษรพลาซ่า
เมื่อก่อนถ้าใครอยากจะซื้อหาหนังสือตำราวิทยาการ โดยเฉพาะหนังสือที่สั่งตรงจากต่างประเทศก็จะไปหาได้ที่ร้านหม่อมหลวงมานิจ ชุมสาย หรืออยากทานเบเกอรี่อร่อยๆ ก็ต้องไปเอราวัณเบเกอรี่ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามที่ทุบทิ้งไปแล้ว
คุยเรื่องเก่า เท้าความหลังเสียยาว ขอกลับมาเล่าเรื่องของแจง-ชมพูนุท กับ "ญาลอง" ต่อดีกว่า
หลังเปิดร้านนี้ไปได้สักพัก กิจการไปได้ดี ผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศนิยมมาใช้บริการ เธอจึงตัดสินใจลาออกจากงานที่ทำประจำ คือ ททท. เพื่อมาดูแลบริหารกิจการร้านอาหารอย่างเต็มตัว พร้อมกับดูแลครอบครัวได้เต็มที่
ปี 2540 สภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยเข้ายุควิกฤติที่เรียกว่าต้มยำกุ้ง เธอจึงปรับเปลี่ยนการตลาดของร้าน จากที่บริการเฉพาะอาหารเวียดนาม ได้เปิดเมนูอาหารไทย อาหารยุโรป เพิ่มขึ้น เพื่อรักษาสถานการณ์ให้เลี้ยงตัวอยู่ได้และลูกน้องจะได้ไม่ตกงาน
มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือครองอาคารเป็นเซ็นทรัลเวิลด์ แจงจึงถือโอกาสปรับเปลี่ยนปรับโฉมให้เข้ากับยุคสมัย ให้เป็นที่นิยมของผู้คนทุกรุ่น ทุกวัย โดยใช้ชื่อใหม่เป็น YALONG CUISINE ด้วยแรงแห่งศรัทธา เมื่อก้าวเข้าสู่ญาลองจะรู้สึกว่าสุขกาย สบายใจ อิ่มบุญ ชุ่มชื่นในหัวใจเป็นยิ่งนัก เมื่อได้พบกับองค์พระพิฆเนศ ที่ตั้งไว้หน้าร้านสำหรับบูชาสักการะกราบไหว้ของผู้คนทั่วไป
ที่มาของพระพิฆเนศองค์นี้ มาจากการที่วิวัฒน์ เตชะไพบูลย์ คู่ชีวิตของแจงได้เดินผ่านร้านขายของเก่า มองเข้าไปในร้าน สะดุดตาและประทับใจในพระพิฆเนศองค์นี้มาก ทำให้คิดถึงภรรยาขึ้นมาทันที จึงเดินเข้าไปในร้านโดยไม่ลังเล และได้ขอเช่าเพื่อไว้บูชา และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่อาชีพและชีวิต (นอกจากบูชาพระพุทธรูปแล้ว ที่บ้านยังบูชาพระพิฆเนศด้วย)
พระพิฆเนศเป็นโอรสของพระอิศวรกับพระนางอุมาเทวี มีรูปกายเป็นมนุษย์ มีเศียรเป็นข้าง เป็นเทพเจ้าแห่งปราชญ์และความสำเร็จในทุกศาสตร์สรรพสิ่ง เป็นเทพแห่งศิลปะทั้งมวล และเทพองค์สำคัญในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ
คราวนี้เข้าไปดูในร้านบ้าง บรรยากาศของร้านจะใช้โทนสีขาวเป็นหลัก มองแล้วสะอาดตา มีมุมต่างๆ ให้เลือกนั่ง มุมหนึ่งจะมีโซฟาพื้นขาวลายดำ ฝาผนังประดับประดาด้วยภาพสีซีเปียเกี่ยวกับพระราชวังแวร์ซายส์ กรุงปารีส งดงามยิ่งนัก หรือจะเลือกนั่งชุดโต๊ะ เก้าอี้สีขาว ในห้องกว้างๆ เพดานมีราวไฟส่องสว่างไปรอบห้อง ราวกับนั่งอยู่ใต้แสงเทียน เคลิบเคลิ้มไปด้วยเสียงเพลงอันแผ่วเบา คลาสสิกเป็นยิ่งนัก
สำหรับอาหารของร้านจะมีมากมายหลากหลายเมนู เช่น เขียวหวานไก่โรตี ปีกไก่บนทอด ส้มตำทอด ออส่วน เฝอ ยำหอยแมลงภู่เวียดนาม เส้นหมี่หมูย่าง ลูกชิ้นหมูปิ้งญวน (แหนมเนือง)
เมื่อเปิดดูรายการอาหารแล้ว วันนี้ผมเลยคิดว่าคงจะต้องทำตัวสบายตามสไตล์ของผมเอง คือสหประชาชาติ ชิมอาหารได้หลายๆ ชาติ และหลากรสในคราวเดียวกัน เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย จึงสั่งยำหัวปลีกับข้าวเกรียบ
หัวปลีเป็นผักที่มีให้ทานได้ทุกฤดูกาล มีคุณสมบัติช่วยแก้ร้อน บำรุงเลือด แก้โรคโลหิตจาง โรคที่เกี่ยวกับลำไส้ และเป็นอาหารชั้นยอดสำหรับบำรุงน้ำนมแม่ลูกอ่อน
เมนูนี้นำหัวปลี กุ้งต้ม เนื้อไก่ฉีกเส้น ยำกับน้ำยำที่ประกอบด้วยพริกชี้ฟ้า กระเทียม มะนาว น้ำตาล น้ำปลา และผัก เวลารับประทานจะได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของผักผสมอยู่ จะออกรสชาติสามรส โดยมีรสเปรี้ยวนำ
ฉู่ฉี่ปลาลาว
เมื่อเห็นอาหารเกี่ยวกับปลา ซึ่งเป็นอาหารจานโปรด วัยอย่างเราจึงต้องขอลองสักหน่อย เพราะปลาเป็นอาหารโปรตีนที่มีประโยชน์ในการซ่อมแซมส่วนต่างๆ ที่สึกหรอและเสริมสร้างร่างกายให้เจริญเติบโตในวัยอันควร ปลายังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด โดยเฉพาะไลซีนและทรีโอนิน มีผลต่อการพัฒนาสมอง เชื่อกันว่าปลาเป็นราชาแห่งโปรตีน ประมาณร้อยละ 17-23 และเป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ปลามีไขมันต่ำและมีความจำเป็นต่อร่างกาย มีกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัว "โอเมกา 3" ที่จำเป็นต่อร่างกายและไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้
นอกจากไขมัน โอเมกา 3 ที่มีอยู่ในปลายังป้องกันคลอเรสเตอรอลอันเป็นสาเหตุเส้นเลือดอุดตัน ซึ่งนำไปสู่โรคหัวใจ เส้นเลือดในสมองแตก กรดไขมัน โอเมกา 3 ยังมีประโยชน์อีกมากมาย เช่น บำรุงสมอง บรรเทาโรคไขข้ออักเสบ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุไอโอดีน โดยเฉพาะในปลาทะเล ป้องกันโรคคอหอยพอก เอ๋อ หรือปัญญาอ่อนอีกด้วย ปลากะพงแดงจะมีค่าไขมันน้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 กรัม ต่อ 100 กรัม (สาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยอันดับต้นๆ คือโรคหัวใจและหลอดเลือด เฉลี่ย 31คน/วัน)
ฉู่ฉี่ปลาลาวจะใช้เนื้อปลากะพงสดๆ หมักด้วยตะไคร้สับพร้อมเติมผงกะหรี่ กระเทียม สุดท้ายต้องเติมน้ำมันพืช โดยจะทานกับน้ำจิ้มกะปิ ซึ่งประกอบด้วยกะปิ กระเทียม พริก น้ำมะนาว น้ำตาล และน้ำจิ้มพริกไทย ส่วนผสมพริกไทย น้ำปลา มะนาว และกระเทียม
กุ้งราดซอสมะขาม เป็นอาหารจานเด็ดอีกจานของร้าน กุ้งราดซอสมะขามจะนำกุ้งแม่น้ำขนาด
กำลังน่าทานไปทอดจนเหลือง ใช้ผักคะน้าที่ซอยแล้วนำไปทอดให้กรอบสำหรับรองกุ้ง ราดน้ำซอสมะขาม จะมีเครื่องปรุงผสมกันระหว่างน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ซอสมะเขือเทศ สั่งที่จะขาดไม่ได้เลยคือน้ำมะขาม โบราณว่ากันว่าช่วยเรื่องระบบขับถ่ายดีแท้
รับประทานอาหารเบาๆ มาหลายเมนูอย่างได้รสชาติถูกปากแล้ว เพื่อให้มีอาหารอยู่ท้อง จึงได้สั่งสปาเกตตีขี้เมาซีฟู้ด ประกอบไปด้วยปลาหมึก กุ้ง หอยแมลงภู่ ใบกะเพรา พริก พริกไทย พริกไทยอ่อน น้ำปลา และเกลือ เวลารับประทานจะได้กลิ่นของปาปริกาให้รสชาติเผ็ดนิดๆ
พอร์คซอพ
อาหารบางอย่างมองดูแล้วเหมือนกับทำกันง่ายๆ แต่แท้ที่จริงแล้ว กว่าจะสำเร็จเป็นอาหารจานที่ดูน่ารับประทานอย่างที่เห็นนั้น จะต้องผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถัน ผ่านขั้นตอน กรรมวิธี กระบวนการต่างๆมากมาย และจะต้องใช้เวลาเป็นอย่างมาก ถึงจะออกมาได้รสละมุนลิ้นเช่นนี้
พอร์คซอพ เชฟจะนำเนื้อหมูพอร์คซอพอย่างดี หมักด้วยเครื่องปรุงและไวน์แดง น้ำแกงใช้กระดูไก่ ซาราลี หอมใหญ่ แล้วต้มและเคี่ยวอย่างน้อย 1 วัน จึงนำมาปรุงรส
สำหรับของหวานและเครื่องดื่ม ก็จะมีคัสตาร์ดไซง่อน กล้วยหอมทอด วาฟเฟิลไอศกรีม พีชเครปไอศกรีม น้ำผลไม้ปั่น เช่น ลูกพีช แตงโม สตรอเบอรี่ โดยจะมีน้ำตะไคร้สำหรับผู้นิยมชมชอบในเครื่องดื่มประเภทสมุนไพรที่จะช่วยในอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลมในลำไส้ แก้โรคทางเดินปัสสาวะหรือบำรุงธาตุ
เมื่อนั่งมองอาหารจานแล้วจานเล่าจากบริกรของร้านเสิร์ฟบนโต๊ะตรงหน้า ซึ่งอาหารแต่ละจานได้เข้าไปเรียงรายอยู่ในท้องเต็มที่ บัดนี้ผมได้อิ่มเอมทั้งบรรยากาศและรสชาติอาหารอันโอชะ
ทำให้ตั้งใจไว้ว่า ถ้ามีโอกาสและเวลาอันอำนวย ผมจะต้องกลับมาที่นี่อีกแน่นอน
|
|
 |
|
|