Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์24 พฤศจิกายน 2551
ที.ซี. จุดชนวนสงครามรอบใหม่วางหมากท้าชน ฟังก์ชันนัลดริงก์ เต็มรูปแบบ             
 


   
search resources

Health Foods and Food Supplements
ที.ซี.แนลเชอรัล, บจก.




หลังจากส่งบิวตี้ดริงก์ "บลิ๊งค์ คอลลาเจน ดริ๊งค์" แบรนด์เรือธงกรุยทางแข่งขันตลาดแมส กับ สก๊อต คอลลาเจน คู่แข่งรายหลัก ล่าสุดต่อยอดการทำตลาด ด้วยการเปิดเกมท้าชน ฟังก์ชันนัลดริงก์ เต็มรูปแบบ วางแผนปี 53 เตรียมแตกไลน์สินค้ากลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแบรนด์ใหม่ ขยายฐานกลุ่มลูกค้า ที่วางขายผ่านช่องทางคอนวีเนียนสโตร์ตามไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่

จากภาพรวมตลาดอาหารเสริมปี 2551 มูลค่า 1.8 พันล้านบาท ที่แบ่งเป็นรูปแบบน้ำหรือฟังก์ชันนัลดริงก์ สัดส่วน 40% และรูปแบบเม็ด สัดส่วน 60% ทว่ากลุ่มอาหารเสริมในรูปแบบฟังก์ชันนัลดริงก์ โดยเฉพาะกลุ่มบิวตี้ดริงก์ เป็นเซกเมนต์ที่มีการเติบโตสูงสุด และรองลงมาเป็นฟังก์ชันนัลดริงก์ เฉพาะจุดอย่างใดอย่างหนึ่งในร่างกาย ส่วนปัจจัยที่ทำให้ในปีนี้ตลาดอาหารเสริมแบบเก่าที่เป็นรูปแบบเม็ดและวิตามินมีการเติบโตลดลงมาก นั่นเป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดี และเป็นสินค้าที่วางตลาดมานานทำให้ตลาดเริ่มอิ่มตัว

ทว่าแม้เศรษฐกิจจะซบเซาและคนจะมองอาหารเสริมเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย แต่ในอีกด้านก็ทำให้พฤติกรรมการซื้ออาหารเสริมเปลี่ยนจากอาหารเสริมแบบเม็ดที่มีระดับราคาสูง กล่องละเป็นพันบาทนั้น ได้หันมาดื่มแบบขวดที่ราคาลดลง ครั้งละ 25-45 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ไม่กระทบกับกำลังซื้อ และสามารถใช้จ่ายได้ โดยเฉพาะในตลาดแมส ที่เป็นลูกค้ากลุ่มเพศหญิง อายุ 20 ปีขึ้นไป สามารถจ่ายได้ทุกวัน

ประการต่อมา ลักษณะสินค้าฟังก์ชันนัลดริงก์ เอง ก็สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ความสะดวกสบายของคนไทย ซึ่งมีคอนวีเนียนสโตร์เปิดให้บริการครอบคลุมทุกพื้นที่

ความแตกต่างระหว่างกลุ่มลูกค้าอาหารเสริมแบบเม็ดและรูปแบบน้ำ ที่มีการเติบโตลดลงมาก และในทางตรงข้าม กลุ่มบิวตี้ดริงก์ เป็นฟังก์ชันนัลดริงก์ที่น่าสนใจและมาแรงมากที่สุดในตลาด ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ ค่าย ที.ซี. แนชเชอรัล ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพและความงาม โอเม็กซ์ บลิ๊งค์ ยู-สลิม และเวคกี้ ซึ่งมีรากฐานมาจากอาหารเสริมรูปแบบเม็ด ได้เปลี่ยนเกมลงมาเล่นในตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์อย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากจะเปลี่ยนเกมมาเล่นในตลาด เวคกี้ ที่เป็นแบบน้ำแล้ว ล่าสุด บลิ๊งค์ แบรนด์ที่เป็นสินค้าเจาะกลุ่มผู้หญิงที่รักสุขภาพและความงาม ก็ได้วางเป้าหมายจะเปลี่ยนเกมลงมาเล่นในตลาดบิวตี้ดริงก์แบบเต็มรูปแบบ อีกทั้งการทำตลาดอาหารเสริมในแบบน้ำ จากนี้ไปจะต่อยอดความแข็งแกร่งของบริษัทที่มีแบรนด์เฉพาะด้าน หลากหลายแบรนด์ คือ บลิ๊งค์ ตามมาด้วย เวคกี้ กลุ่มลดอาการเมาค้าง โอเม็กซ์ กลุ่มอาหารเสริมทางด้านสมอง และยู-สลิม กลุ่มควบคุมน้ำหนัก

ปิยะ กิตติธีรพรชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ที.ซี. แนชเชอรัล จำกัด ฉายภาพตลาดให้เห็นและกล่าวกับ "ผู้จัดการรายสัปดาห์" ว่า จากการประเมินภาพรวมตลาดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มูลค่าตลาดบิวตี้ดริงก์เติบโต 100% จาก 500 ล้านบาท เติบโตขึ้นไปถึง 1 พันล้านบาท และจากต้นปีนี้มาถึงปัจจุบัน ภาพรวมตลาดบิวตี้ดริงก์มีมูลค่าประมาณ 2 พันล้านบาท

การวางเกมจะขยายฐานมาปักธงในตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์ ให้กลุ่มบิวตี้ดริงค์ เป็นสินค้าเรือธงในการทำตลาดนั้น ตั้งเป้าว่าในปีหน้าว่า บลิ๊งค์ จะกวาดยอดขาย มาได้เกิน 1 ล้านขวด ขณะเดียวการเข้าชิงตลาดในตู้แช่ในคอนวีเนียนสโตร์ที่มีจำนวนคู่แข่งที่หลากหลายแบรนด์ อาทิ สก๊อต คอลลาเจน ไฮติ คิวเทน จากค่ายสหพัฒน์ และบิวตี้ ชอต ของทรัพย์อนันต์ จะทำตลาดโดยต่อยอดจุดแข็งของ "บลิ๊งค์" ที่เป็นสินค้า ซึ่งมีความเป็นผู้เชี่ยวชาญอาหารเสริมที่เกี่ยวกับผิว ซึ่งทำให้มีโอกาสเติบโตอีกมากนั้น เข้ามาเป็นแต้มต่อผลักดัน บลิ๊งค์ ให้สามารถเผชิญกับสินค้าแบรนด์คู่แข่งได้

เนื่องจากสินค้าคู่แข่งที่เข้ามาในตลาดบิวตี้ดริงก์ส่วนใหญ่นั้น จะมีความแข็งแกร่งมาจากการทำตลาดอื่น เช่น สก๊อต มีความเชี่ยวชาญด้านรังนก และซุปไก่ เป็นรากฐาน

"หากบอกว่าจะใช้จุดแข็งความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่อยู่ในตลาดอาหารเสริมรูปแบบน้ำมานานมาเล่นในตลาด โดยวางตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวกับผิวคงไม่ใช่ หากเปรียบเทียบกับ บลิ๊งค์ เริ่มต้นมาจากผิว ไม่เคยทำด้านอื่นที่นอกเหนือจากผิว ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาเป็นที่หนึ่ง"

ในแง่ยอดขายแต่ละช่องทางที่ผ่านมา การขยับขยายช่องทางการขายมาอยู่ในตู้แช่ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น นับว่าเป็นจุดที่ช่วยสร้างศักยภาพในการทำตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์ ของ บลิ๊งค์ ให้เข้ามาใกล้ชิดกับลูกค้าเป้าหมาย และเข้ามาท้าชิงกับคู่แข่งได้เป็นอย่างดี

เพราะการจับคู่บิวตี้ดริงก์ กับคอนวีเนียนสโตร์นั้น จะเป็นการทำให้สินค้ามีการเติบโตมาก เพราะสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ซึ่งในปีหน้าวางแผนจะขยายช่องทางเพิ่มขึ้นจาก บลิ๊งค์ชอป และบลิ๊งค์คอลเซนเตอร์ ที่เป็นเทเลมาร์เกตติ้ง ในรูปแบบไดเรกต์เซล ซึ่งเริ่มทดลองตลาดมา 1 ปี โดยจะขยายเพิ่มอีกเท่าตัว จากปัจจุบันมี 21 สาขา ส่วนคอลเซ็นเตอร์ จะเพิ่มจำนวนพนักงาน ปรับปรุงระบบเทคโนโลยีการสื่อสาร

ส่วนแผนการทำตลาดด้านการสื่อสารในการเอ็ดดูเคตความแตกต่างของสินค้า ขณะที่แบรนด์คู่แข่งใช้กลยุทธ์การแบรนดิ้งตราสินค้า ผ่านสื่อ Above the Line ทางบริษัทเองก็มีการเปิดตัวภาพยนตร์ บลิ๊งค์ คอลลาเจน ด้วยเช่นกัน โดยใช้งบการตลาดสำหรับช่วงไตรมาสสุดท้าย 20 ล้านบาท จากก่อนหน้านี้ บริ๊งค์ มีการออกภาพยนตร์โฆษณาหลายชุด แต่สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของการเข้ามาในตลาด ฟังก์ชันนัลดริงก์ ที่เป้าหมายเพื่อรีมายด์แบรนด์ในตลาดบิวตี้ดริงก์

ไม่เพียงตลาดบิวตี้ดริงก์ ที่ ที.ซี. แนชเชอรัล ลงมาเล่น เพราะภายในปีหน้านั้น วางเป้าหมายจะส่งสินค้าใหม่ลงมาเล่นในตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์ อีกหลายประเภท สำหรับแผนการออกสินค้าใหม่เพื่อมารับกับกระแสตลาดนี้ จะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ ที่มีการวางตำแหน่งสินค้าที่แตกต่างกัน

"ตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์ เป็นตลาดที่น่าสนใจ และกว้างมาก เพราะมีกลุ่มลูกค้าครอบคลุมตั้งแต่ลูกค้าระดับกลางไปถึงระดับล่าง โดยหลังจากบริษัทแตกไลน์บลิ๊งค์ ออกมาทำตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์ ทำให้มีลูกค้าตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัยที่ซื้อสินค้าทุกวัน ขณะเดียวกันกลุ่มลูกค้าที่เป็นระดับผู้บริหารก็กินทุกวัน"

นับตั้งแต่ช่วงโค้งสุดท้ายของปีในเดือนพฤศจิกายนจะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ "บลิ๊งค์ นาโน โคคิว เทน" ซึ่งสินค้าตัวใหม่นี้จะเข้าไปแข่งขันในตลาด บิวตี้ ดริงก์ และเป็นการต่อยอดการทำตลาดจาก บลิ๊งค์ คอลลาเจน ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ 1 ปี ส่วนการขยับแนวรุกไปเน้นตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์ หลากหลายประเภท ในปีหน้า ทีซี ยูเนี่ยน เตรียมพร้อมจะขยายไลน์สินค้ากลุ่มใหม่ ที่อยู่ภายใต้แบรนด์ บริ๊งค์ และฟังก์ชันนัลดริงก์ แบรนด์ใหม่เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ที่ไม่ใช่ความสวยงาม ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา อย่างไรก็ตาม จากพฤติกรรมการดื่มของกลุ่มลูกค้า บิวตี้ ดริงก์ ที่เป็นสาวทันสมัย ห่วงสุขภาพ พฤติกรรมการดื่มเพื่อดับกระหายสดชื่นด้วย ทำให้บริษัทมองจังหวะที่จะส่งสินค้าใหม่เข้าตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์ ที่เป็นรีเฟรชเมนต์ด้วย

ทางด้าน เตรียมความพร้อมในการออกสินค้าใหม่เพื่อจะเข้าไปท้าชนกับเจ้าตลาดในกลุ่มฟังชันนันดริงก์ แบบรีเฟรชเมนต์ แม้ว่าที่ผ่านจะมีรากฐานมาจากรูปแบบเม็ดก็ตาม ทว่าที่ผ่านมามีการพัฒนาสินค้าในกลุ่มฟังก์ชันนัลดริงก์ เฉพาะด้านที่หลากหลาย โดยเฉพาะการออกสินค้าฟังก์ชันนัลดริงก์ กลุ่มสมองได้มีการพัฒนาสินค้าออกมาแล้ว แต่มองว่าตลาดยังไม่เปิดรับ แม้ว่าบริษัทจะมีโอเมก้า ทรี ซึ่งอยู่ภายใต้แบรนด์โอเม็กซ์ ที่เป็นแคปซูลรองรับการขยายไลน์ตลาดแบบน้ำอยู่แล้วก็ตาม

"การทำตลาดไม่ใช่หยิบแบรนด์ดังที่ติดตลาดแล้วมาขาย เพราะไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรมการบริโภคไม่เหมือนกัน เพราะสิ่งที่จะต้องเผชิญ นั่นก็คือ จะต้องไปแข่งกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ซุปไก่ ซึ่งมีมานาน และในทัศนคติความเชื่อของคนไทย เชื่อว่าผลิตภัณฑ์ซุปไก่เป็นอาหารเสริมเฉพาะด้านสำหรับสมอง ซึ่งถ้าหากจะต้องไปเปลี่ยนความคิดผู้บริโภคคนไทยนั้นเป็นไปได้ยาก"

สำหรับการขยายไลน์สินค้าเข้ามาเล่นในตลาดรูปแบบน้ำมากขึ้นนั้น จะทำให้ปีหน้ายอดขายของบริษัทที่มาจากรูปแบบน้ำจะเพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น 80% จากปัจจุบันที่ยอดขายมาจากแบบน้ำ 70% และแบบเม็ด 30% และมีสัดส่วนยอดขายบริษัท มาจากแบรนด์ บลิ๊งค์ 80% เวคกี้ และแบรนด์อื่นๆ 20%

"ส่วนยอดขายรวมปีนี้ตั้งเป้าโต 50% ไตรมาสสุดท้ายโตกว่าปีที่ผ่านมาช่วงเดียวกันไม่ต่ำกว่า 30% และปีหน้าตั้งเป้าโตกว่าปีนี้ 50% ส่วนการวางแผนในแง่ของการผลิต แม้ว่าจุดเริ่มต้นระยะแรกที่ทำตลาดเวคกี้ แบบน้ำ จะเป็นการจ้างผลิต ทว่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาบริษัทมีการปูทางด้วยการเพิ่มไลน์ผลิตที่เป็นเครื่องดื่ม ด้วยงบลงทุนร่วม 70 ล้านบาท ซึ่งจากนี้ทุกแบรนด์ที่เป็นฟังก์ชันนัลดริงก์ ที่ออกมาทำตลาดจะผลิตมาจากโรงงานของบริษัทเอง และหากจะต้องขยายไลน์การผลิตโดยเพิ่มเครื่องจักรอีก จะใช้งบเพิ่ม 10 ล้านบาท " ปิยะ กล่าว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us