ควอลิตี้ เฮ้าส์ ออกหุ้นกู้ 3 พันล้านเสนอขายนักลงทุนเดือนนี้ เหลือเพียงขั้นตอนกำหนดดอกเบี้ย
เล็งนำไปรีไฟแนนซ์หนี้ 2 พันกว่าล้าน ที่เหลือซื้อที่ดินขยายโครงการเพิ่มโปรเจกต์ปีหน้ามีที่ดินแล้ว
4 แห่ง ส่วนปลายปีเปิดต่ออีก 3 โครงการ ดันยอดรับรู้รายได้ปีนี้โต 50%
นายรัตน์ พานิชพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท ควอลิตี้
เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้บริษัทออกและเสนอขายหุ้นกู้
ในวงเงินไม่เกิน 3,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมานั้น
หลังคณะกรรมการฯได้พิจารณาแล้วจึงเห็นควรให้ดำเนินการออก และเสนอขายหุ้นกู้ประเภทไม่มีประกัน ทั้งจำนวน 3,000 ล้านบาท อายุ 6 ปี ภายในเดือนนี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำ Book
Build และกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม
"วัตถุประสงค์ในการใช้เงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้จะนำไปรีไฟแนนซ์หนี้เดิม
70-80% ของวงเงิน หรือประมาณ 2,000 กว่าล้าน ซึ่งมีภาระดอกเบี้ยประมาณ 5% หากหุ้นกู้ได้ดอกเบี้ยที่
3% ต้นๆ ก็จะช่วยประหยัดต้นทุนทางการเงินลงได้ส่วนหนึ่ง ส่วนเงินจำนวนที่เหลือจะนำไปขยายธุรกิจ
คาดว่าจะทำให้บริษัทสามารถซื้อที่ดินได้อีกหลายแปลง ถ้าไม่พอเราก็อาจจะกู้ในตลาดเงินเพิ่มเติมได้
ขณะนี้เรียกได้ว่าสภาพคล่องเราไม่มีปัญหาเลย เพราะเพิ่งได้เงินเพิ่มทุนมาอีก 1,500
ล้านเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา"
ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) 1.7 : 1 โดยมียอดภาระหนี้สิน
7,500 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของควอลิตี้ เฮ้าส์ ได้กล่าวว่า ในปีหน้ายอดหนี้จะยังคงอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปีนี้
เพราะบริษัทจำเป็นต้องซื้อที่ดิน เพื่อขยายโครงการเพิ่มอย่างต่อเนื่อง แต่อัตราหนี้สินต่อทุนอาจลดลงเหลือ
1.4 : 1 อันเป็นผลมาจากการเพิ่มทุน
ทั้งนี้ นายรัตน์เปิดเผยแผนงานสำหรับปีหน้าว่า ขณะนี้บริษัทมีที่ดินดิบในมือที่พร้อมจะเปิดโครงการแล้ว
4 โครงการ ได้แก่ 1.ที่ดินแปลงตรง ข้ามมหาวิทยาลัยพายัพ จ.เชียงใหม่ 2.แปลงซอยลาซาล
ตรงข้ามโรงเรียนบางกอกพัฒนา 3.แปลงซอยนวลจันทร์ 4.แปลงถนนสาทรตัดใหม่-เพชรเกษม
จากที่คาดว่าจะเปิด 7 โครงการเป็นอย่าง น้อย
ปีนี้โต 50%
ทิศทางของธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น บริษัทคาดหมายว่าปีนี้จะมียอดรับรู้รายได้จากการขายบ้านเพิ่มขึ้น
50% จากปีก่อนที่มียอดรับรู้รายได้ประมาณ 3,100 ล้านบาท ซึ่งเติบโตจากปี 2544 ประมาณ
40% โดยช่วงครึ่งปีแรกบริษัทโอนบ้านให้ลูกค้าไปแล้วประมาณ 2,000 ล้านบาท
ไม่นับรวมโครงการที่บริษัทยังมีแผนเปิดตัวโครงการบ้านหรูอีก 3 โครงการ ประกอบด้วย
1. โครงการลัดดารมย์ รามคำแหง 2.โครงการพฤกษ์ภิรมย์ เกษตรนวมินทร์ และ3.โครงการลัดดารมย์
อีลีเกนซ์ พระราม 2 ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างบ้านพร้อมอยู่ ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทาง
การ
"ปัจจุบันเรามีบ้านสร้างเสร็จพร้อมขายทุกโครงการรวมกัน 60-70 หลัง และที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างประมาณ
400 หลัง โดยตอนนี้เรามีโครงการที่เปิดขาย 8 โครงการ แต่คาดว่าจะปิดการขายที่รัตนาธิเบศร์ได้เร็วๆ นี้
1 โครงการ เมื่อรวมกับที่จะเปิดใหม่อีก 3 โครงการ เบ็ดเสร็จแล้วก็จะมีโครงการที่เปิดขาย
10 โครงการ"
นายรัตน์ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทจะก่อสร้างบ้านเพื่อโอนให้ลูกค้าได้ประมาณ 500
หลัง ราคาบ้านโดยเฉลี่ยของบริษัทได้ขยับขึ้นเป็นหลังละ 9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก
7-8 ล้านในปีก่อน ส่วนภาวะการแข่งขันของตลาดบ้านระดับบนยังถือว่าบริษัทไร้คู่แข่งขันโดยตรง
ทั้งในแง่ของตัวสินค้า และระดับราคา
"อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี ที่อยู่ระดับ 5% เป็นปัจจัยที่ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นจาก
เมื่อก่อนกว่า 2 เท่าตัว จากที่เมื่อก่อนซื้อบ้านได้ ราคา 3 ล้าน ปัจจุบันสามารถซื้อได้ถึง
8-9 ล้าน คนซื้อบ้านตอนนี้ไม่ได้ซื้อเพราะต้องการเก็งกำไรเหมือนช่วงก่อนวิกฤต แต่ด้วยภาวะดอกเบี้ยที่ไม่จูง
ใจให้ฝากเงิน ทำให้หลายคนนำมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แทนที่จะเก็บไว้ในธนาคาร"
ล่าสุด ควอลิตี้ เฮ้าส์ได้เปิดตัวโครงการบ้านหรูย่านฝั่งธนบุรีอีก 2 โครงการ
คือ โครงการลัดดารมย์ เพชรเกษม 69 และโครงการพฤกษ์ภิรมย์ รีเจนท์ ปิ่นเกล้า ซึ่งเป็นโครงการคฤหาสน์หรู
สไตล์ สแปนิช บนพื้นที่ขนาด 1 ไร่ขึ้นไป ระดับราคาตั้งแต่ 40 ล้านบาท ขณะนี้มียอดขายแล้ว
20% จากจำนวนบ้าน 80 หลัง และคาดว่าจะสร้างยอดรับรู้รายได้ให้บริษัท 500 ล้านบาท
ขณะที่ โครงการลัดดารมย์ เพชรเกษม 69 เป็นโครงการบ้าน สไตล์นิวอิงแลนด์ ขนาด
100 ตร.ว.ขึ้นไป ระดับราคา 7-12 ล้านบาท ภายหลังเปิดโครงการเมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา
ปัจจุบันมียอดโอนแล้ว 60% จากจำนวนบ้าน 109 หลังในเฟสแรก ซึ่งในปีนี้บริษัทได้ตั้งเป้าหมายการรับรู้รายได้จากโครงการนี้ไว้ที่
600 ล้านบาท