คุณนายสายพิณศรีภรรยาของนายห้างเทียมคงไม่นึกไม่ฝันว่าลูกในท้องที่อุ้มมาเกือบ
9 เดือนนั้นจะเป็นคู่แฝด แต่ก้คงดีใจไม่น้อยที่การคลอดครั้งสุดท้ายได้ลูกชายทีเดียวถึงสองคนบุญชัยคลอดออกมาก่อนจึงมีศักดิ์เป็นพี่
บุญเกียรติออกมาที่หลังเป็นน้อง
เป็นธรรมดาที่คู่แฝดโตมาด้วยกัน ทำอะไรด้วยกัน จะรักกันมากเป็นพิเศษ และเป็นที่เอ็นดูของครอบครัว
"ตอนเล็ก ๆ เรียนหนังสือที่อัสสัมชัญด้วยกัน จำได้เลยว่าเวลาไปโรงเรียน
คุณพ่อจะให้น้องสองคนนั่งขาคนละเข่า เป็นประจำพี่คนหนึ่งเล่า
ครั้นโตขึ้นทั้งสองถูกส่งไปเรียนมัธยมปลายที่อังกฤษ แล้วจึงบินข้ามฟากไปคว้าปริญญาตรีที่อเมริกา
บุญชัย จบบริหารการตลาดจาก WISCONSIN STATE UNIVERSITY
ส่วนบุญเกียรติ เรียนจบวิศวกรรมศาสตร์จาก WORLESTER POLYTECHNIC INSTITUTE,
MASSACHUSETTE
ความที่เป็นลูกคนเล็ก อายุห่างจากพี่คนโตกว่า 10 ปี บทบาทของเขาทั้งสองจึงไม่ใช่งานบุกเบิก
แต่เป็นการเข้ามาสานต่อกิจการจากพ่อและพี่ ๆ
บุญชัยเรียนจบกลับมาก่อนเขาทำงานที่ฟาร์อิสท์แอ๊กเวอร์ไทซิ่งจนขึ้นเป็นกรรมการผู้อำนวยการ
และเมื่อเศรษฐกิจตกต่ำไม่มี 2526-2527 อันเป็นผลให้สหพัฒนพิบูลขาดทุนในปี
2526 ถึง 17 ล้าน บุญชัยซึ่งขณะนั้นเป็นกรรมการของสหพัฒนพิบูลอยู่แล้วถูกวางตัวให้ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการเข้าบริหาร
และกอบกู้สถานการณ์ จนกระทั่งผลประกอบการดีขึ้นเป็นลำดับ
ช่วงที่บุญชัยเข้าบริหารเมื่อ 4-5 ปีก่อนนี้เองเป็นช่วงเดียวกับที่นายห้างเทียมเริ่มวางมือจากการดูแลสหพัฒนฯเกือบ
100%
ปัจจุบันบุญชัยเป็นผู้อำนวยการของสหพัฒนพิบูลและฟาร์อีสท์แอ๊ดเวอร์ไทซิ่ง
เป็นผู้จัดการของบริษัทโชควัฒนา ซึ่งเป็นบริษัทส่วนตัวของนายห้างเทียม และเป็นกรรมการบริษัทอีกหลายแห่งในเครือ
บุญเกียรติกลับมาแล้วก็ถูกส่งตัวไปฝึกวิทยายุทธ์โดยตรงจากบุณยสิทธิ์ทีไอซีซี
จนกระทั่งได้รับการจัดวางในตำแหน่งผู้อำนวยการไอซีซีภายใต้การบริหารของบุญเกียรติและบุณยสิทธิ์เติบโตรวดเร็วยิ่ง
พี่น้องแฝดคู่นี้มีอะไรหลายอย่างที่คล้ายกัน เช่น ชอบร้องเพลงทั้งคู่ ชอบซ่อมรถ
แต่บุญชัยชอบซ่อมรถมากกว่า เรียกว่าได้กลิ่นน้ำมันเครื่องจะมีความสุขมาก
บุญเกียรติชอบตีกอล์ฟก็จะชวนบุญชัยไปตีด้วย ดูเหมือนคนหนึ่งชอบอะไรก็มักจะชวนอีกคนไปด้วย
เพราะความที่รักกันมาก "ยังมีความรู้สึกเลยว่าบุญเกียรติไปเป็นกรรมการที่ไหนก็มักจะดึงบุญชัยไปด้วย
บุญชัยก็เช่นกัน มันเป็นไปเอง ดึงกันไปดึงกันมาปลัพกันไปปลัพกันมา แต่เห็นลงท้ายก็ไปด้วยกันได้"
คุณนายสายพิณเคยบอกลูก ๆ ว่าถ้าเห็นสองคนนี้ทะเลาะกันละก็อย่าไปยุ่งเชียว
เพราะในที่สุดคนที่ไปยุ่งนั้นจะขาดทุน "เพราะถ้าคุณบอกว่าเข้าข้างใคร
พอเดี๋ยวเขาดีกันคุณแย่เลย"
ความที่เป็นคู่แฝดหน้าตาจึงละหม้ายกันมาก ๆ จนแยกความแตกต่างลำบาก จึงมีการทักผิดทักถูกกันเป็นประจำ
แม้แต่ผู้จัดการซึ่งหลังจากสัมภาษณ์บุญเกียรติที่ไอซีซีแล้ว มีนัดสัมภาษณ์บุณยสิทธิ์ที่สหพัฒนพิบูล
บังเอิญวันนั้นบุญเกียรติมาสหพัฒนฯ "ผู้จัดการ" นึกว่าเป็นบุญชัย
เพราะที่นั่นคือสหพัฒนฯ ก็มีอันหน้าแตก "ผมบุญเกียรตินะครับ เพิ่งเจอกันวันก่อนจำไม่ได้หรือ"
"จำได้ แต่แยกไม่ออกว่าสองคนนี่ต่างกันตรงไหน" เป็นเหตุให้ต้องถามคนใกล้ชิดว่า
สองคนนี่ต่างกันตรงไหน เพราะเหมือนกันเหลือเกิน
"ถ้าเดินมาด้วยกัน คนหนึ่งยิ้ม อีกคนไม่ยิ้ม คนยิ้มคือบุญเกียรติ
ไม่ยิ้มคือบุญชัย"
"ถ้าเห็นเดินมาแต่ไกล คนที่ใส่เสื้อสีโทนออกหนัก ๆ ขรึม ๆ ก็บุญชัย
ถ้าออกสีเบา ๆ หวาน ๆ ก็บุญเกียรติ"
คนที่สังเกตละเอียดลออที่สุดบอกด้วยใบหน้าจริงจังมากว่าบุญชัยหนึ่งเซนต์
นี่คิดเอาเองนะ ไม่เคยบอกใคร"