|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
กรรมการผู้จัดการคนใหม่ บลจ.นครหลวงไทยเครื่องร้อน รุกปรับองค์กรขนานใหญ่ ผนึกบริษัทในเครือสานต่อนโยบาย “SCIB FAMILY” เบื้องต้นรับพอร์ตบริษัทประกันชีวิตมาบริหาร แถมร่วมมือบล.นครหลวงในด้านข้อมูล พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพมาร์เกตติ้งและฝ่ายขาย ตั้งเป้าภายใน 3ปีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารโต 1 แสนล้านบาท จากปัจจุบัน 4.1 หมื่นล้าน
นายธีรพันธุ์ จิตตาลาน กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) นครหลวงไทย จำกัด กล่าวว่าจากภาพรวมธุรกิจที่เป็นอยู่ ขั้นแรกที่จะดำเนินการ นั่นคือการคงระดับสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) ภายในปีนี้ให้อยู่ที่ประมาณ 4.1 หมื่นล้านบาท โดยจะพยายามไม่ให้ปรับตัวลดลง และเป้าหมายต่อไปคือต้องเพิ่มAUM.shเป็น 1 แสนล้านบาทภายในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกอย่างภาวะเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยหากดีขึ้นเรื่องดังกล่าวอาจสามารถทำได้ภายในเพียง 2ปีกว่าเท่านั้น
ปัจจุบัน บลจ.นครหลวงไทย อยู่ในขั้นตอนการจัดระเบียบองค์กรใหม่ เพื่อให้มีความละเอียดถี่ถ้วนในการทำงานมากขึ้น และให้เป็นมาตรฐานที่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ และในปี 2552ทางบริษัทจะเน้นการประชาสัมพันธ์ และวางรากฐานข้อมูล รวมถึงระบบการให้บริการลูกค้าที่สะดวกยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) นครหลวงไทย จำกัด ในส่วนของสถาบันวิจัยนครหลวงไทย เพื่อนำข้อมูลทางด้านนี้ใช้กับการตลาดและธุรกิจ รวมถึงนำไปใช้ในเรื่องของการลงทุน โดยเชื่อว่าจากความร่วมมือนี้จะช่วยให้ต้นทุนทางธุรกิจของบริษัทลดลงไปได้ในระดับหนึ่ง
ขณะเดียวกัน บริษัทจะร่วมกับบริษัทในเครือ เช่น บริษัทประกันภัย บริษัทประกันชีวิต โดยเบื้องต้นบริษัทได้นำเอาพอร์ตลงทุนของบริษัทประกันชีวิตมาดูแล และเตรียมนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ในการลงทุน และให้ความช่วยเหลือในด้านยูนิตลิงก์
"สิ่งที่จะทำคือสร้างความเป็น Scib Familly ให้กับบริษัทและอุปมาธนาคารพาณิชย์เปรียบเสมือนซูเปอร์มาร์เก็ต หากนักลงทุนเข้ามาแล้วจะมีสินค้าที่ต้องการครบครันทุกสิ่งนั่นเอง อีกทั้งและจะเน้นสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร (Brand Image) เป็นหลักด้วย "
นายธีรพันธุ์ กล่าวว่า กล่าวถึงบลจ.นครไทย ซึ่งได้เข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการว่า เป็นบลจ.ที่ศักยภาพ แม้จะเพิ่งให้บริการได้ไม่นาน แต่ก็มีผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอลูกค้าได้ครบรูปแบบ โดยในส่วนของธุรกิจกองทุนรวมบริษัทจะไม่นำผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงมากมาออกกองทุน แต่จะเน้นออกเสนอขายผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้าใจง่าย และปลอดภัยให้กับลูกค้าเพื่อให้เหมาะสมกับภาวะในช่วงนี้
ส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูงจะมีความเหมาะสมกับกองทุนส่วนบุคคลมากกว่า ซึ่งได้แก่นักลงทุนประเภทองค์กรที่มีความรู้มาก และไม่ใช่การเข้าไปขายของตัวแทนขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) แต่เป็นการขายผ่านบริษัทโดยตรง ทำให้สามารถอธิบายให้นักลงทุนดังกล่าวเข้าใจได้ ส่วนการไปลงทุนในต่างประเทศจะอาศัยสายสัมพันธ์ที่มีอยู่แล้วด้วย
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนจะแยกฝ่ายการตลาด (Marketing) ออกจากฝ่ายขาย (Sell) โดยฝ่ายการตลาดจะทำการเก็บข้อมูลวิจัย สร้างกลยุทธ์และแผนการตลาดสำหรับลูกค้าแต่ละกลุ่มโดยตรง และปล่อยให้ฝ่ายขายทำหน้าที่ติดต่อประสานงานกับลูกค้าทั้งกลุ่มลูกค้าเก่า และกลุ่มลูกค้าใหม่ที่จะเพิ่มเข้ามาจากแผนการตลาดใหม่ที่กำลังศึกษาอยู่ ณ ขณะนี้
"บริษัทจะเน้นเพิ่มฐานลูกค้ารายย่อย หลังจากที่ผ่านมาฐานลุกค้าเหล่านี้ในธุรกิจกองทุนรวม โดนธนาคารพษณิชย์ดึงเม็ดเงินออกไปจากการระดมเงินฝากอย่างรุนแรง รองรับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถาบันประกันเงินและต้องการรักษาฐานลูกค้ารายย่อย แต่พอมีการประกาศคุ้มครองเงินฝากไปอีก 3 ปี ทำให้ธนาคารพาณิชย์ไม่ต้องแข่งขันกันระดมเงินฝากอีกต่อไป โดยในปี 2552 เชื่อว่าธนาคารพาณิชย์จะไม่มีการขยายสินเชื่อ ทำให้เงินฝากเป็นต้นทุนของธนาคารพาณิชย์เอง ดังนั้นเชื่อว่าเม็ดในส่วนนี้จะกลับเข้าสู่อุตสาหกรรมกองทุนอีกส่วนหนึ่ง"
|
|
 |
|
|