Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน7 พฤศจิกายน 2551
นครหลวงลั่น3ปี AUMโต1แสนล. รุกปรับองค์กรสู้             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนนครหลวงไทย

   
search resources

นครหลวงไทย, บลจ.
Funds
ธีรพันธุ์ จิตตาลาน




กรรมการผู้จัดการคนใหม่ บลจ.นครหลวงไทยเครื่องร้อน รุกปรับองค์กรขนานใหญ่ ผนึกบริษัทในเครือสานต่อนโยบาย “SCIB FAMILY” เบื้องต้นรับพอร์ตบริษัทประกันชีวิตมาบริหาร แถมร่วมมือบล.นครหลวงในด้านข้อมูล พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพมาร์เกตติ้งและฝ่ายขาย ตั้งเป้าภายใน 3ปีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารโต 1 แสนล้านบาท จากปัจจุบัน 4.1 หมื่นล้าน

นายธีรพันธุ์ จิตตาลาน กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) นครหลวงไทย จำกัด กล่าวว่าจากภาพรวมธุรกิจที่เป็นอยู่ ขั้นแรกที่จะดำเนินการ นั่นคือการคงระดับสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) ภายในปีนี้ให้อยู่ที่ประมาณ 4.1 หมื่นล้านบาท โดยจะพยายามไม่ให้ปรับตัวลดลง และเป้าหมายต่อไปคือต้องเพิ่มAUM.shเป็น 1 แสนล้านบาทภายในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกอย่างภาวะเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยหากดีขึ้นเรื่องดังกล่าวอาจสามารถทำได้ภายในเพียง 2ปีกว่าเท่านั้น

ปัจจุบัน บลจ.นครหลวงไทย อยู่ในขั้นตอนการจัดระเบียบองค์กรใหม่ เพื่อให้มีความละเอียดถี่ถ้วนในการทำงานมากขึ้น และให้เป็นมาตรฐานที่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ และในปี 2552ทางบริษัทจะเน้นการประชาสัมพันธ์ และวางรากฐานข้อมูล รวมถึงระบบการให้บริการลูกค้าที่สะดวกยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) นครหลวงไทย จำกัด ในส่วนของสถาบันวิจัยนครหลวงไทย เพื่อนำข้อมูลทางด้านนี้ใช้กับการตลาดและธุรกิจ รวมถึงนำไปใช้ในเรื่องของการลงทุน โดยเชื่อว่าจากความร่วมมือนี้จะช่วยให้ต้นทุนทางธุรกิจของบริษัทลดลงไปได้ในระดับหนึ่ง

ขณะเดียวกัน บริษัทจะร่วมกับบริษัทในเครือ เช่น บริษัทประกันภัย บริษัทประกันชีวิต โดยเบื้องต้นบริษัทได้นำเอาพอร์ตลงทุนของบริษัทประกันชีวิตมาดูแล และเตรียมนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ในการลงทุน และให้ความช่วยเหลือในด้านยูนิตลิงก์

"สิ่งที่จะทำคือสร้างความเป็น Scib Familly ให้กับบริษัทและอุปมาธนาคารพาณิชย์เปรียบเสมือนซูเปอร์มาร์เก็ต หากนักลงทุนเข้ามาแล้วจะมีสินค้าที่ต้องการครบครันทุกสิ่งนั่นเอง อีกทั้งและจะเน้นสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร (Brand Image) เป็นหลักด้วย "

นายธีรพันธุ์ กล่าวว่า กล่าวถึงบลจ.นครไทย ซึ่งได้เข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการว่า เป็นบลจ.ที่ศักยภาพ แม้จะเพิ่งให้บริการได้ไม่นาน แต่ก็มีผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอลูกค้าได้ครบรูปแบบ โดยในส่วนของธุรกิจกองทุนรวมบริษัทจะไม่นำผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงมากมาออกกองทุน แต่จะเน้นออกเสนอขายผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้าใจง่าย และปลอดภัยให้กับลูกค้าเพื่อให้เหมาะสมกับภาวะในช่วงนี้

ส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูงจะมีความเหมาะสมกับกองทุนส่วนบุคคลมากกว่า ซึ่งได้แก่นักลงทุนประเภทองค์กรที่มีความรู้มาก และไม่ใช่การเข้าไปขายของตัวแทนขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) แต่เป็นการขายผ่านบริษัทโดยตรง ทำให้สามารถอธิบายให้นักลงทุนดังกล่าวเข้าใจได้ ส่วนการไปลงทุนในต่างประเทศจะอาศัยสายสัมพันธ์ที่มีอยู่แล้วด้วย

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนจะแยกฝ่ายการตลาด (Marketing) ออกจากฝ่ายขาย (Sell) โดยฝ่ายการตลาดจะทำการเก็บข้อมูลวิจัย สร้างกลยุทธ์และแผนการตลาดสำหรับลูกค้าแต่ละกลุ่มโดยตรง และปล่อยให้ฝ่ายขายทำหน้าที่ติดต่อประสานงานกับลูกค้าทั้งกลุ่มลูกค้าเก่า และกลุ่มลูกค้าใหม่ที่จะเพิ่มเข้ามาจากแผนการตลาดใหม่ที่กำลังศึกษาอยู่ ณ ขณะนี้

"บริษัทจะเน้นเพิ่มฐานลูกค้ารายย่อย หลังจากที่ผ่านมาฐานลุกค้าเหล่านี้ในธุรกิจกองทุนรวม โดนธนาคารพษณิชย์ดึงเม็ดเงินออกไปจากการระดมเงินฝากอย่างรุนแรง รองรับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถาบันประกันเงินและต้องการรักษาฐานลูกค้ารายย่อย แต่พอมีการประกาศคุ้มครองเงินฝากไปอีก 3 ปี ทำให้ธนาคารพาณิชย์ไม่ต้องแข่งขันกันระดมเงินฝากอีกต่อไป โดยในปี 2552 เชื่อว่าธนาคารพาณิชย์จะไม่มีการขยายสินเชื่อ ทำให้เงินฝากเป็นต้นทุนของธนาคารพาณิชย์เอง ดังนั้นเชื่อว่าเม็ดในส่วนนี้จะกลับเข้าสู่อุตสาหกรรมกองทุนอีกส่วนหนึ่ง"   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us