|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมดึงบริษัทจดทะเบียนที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งเข้าร่วมลงทุนตั้งกองทุนแมทชิ่งฟันด์ จูงใจด้วยผลตอบแทนในอดีตที่ไม่ต่ำกว่า 22% ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ยังติดเกณฑ์แบงก์ชาติที่ห้ามลงทุนในธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักเกิน 10% ด้านประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมพิจารณารับไทยเบฟเวอเรจ เข้าจดทะเบียน เหตุไม่ขัดต่อพ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์ฯ
นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึง ความคืบหน้าการจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุน (แมทชิ่งฟันด์) ว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแผนที่จะไปชวนบริษัทจดทะเบียนที่มีฐานะการเงินแข็งแรงเข้ามาร่วมลงทุนในกองทุนแมทชิ่งฟันด์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดี แม้ปัจจุบันบจ.สามารถที่จะเข้าไปลงทุนในบริษัทอื่นได้โดยตรง แต่ต้องมีการรายงานข้อมูล แต่หากมาลงทุนในกองทุนร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมีความสะดวกจากมีผู้บริหารกองทุนมาเป็นผู้ดูแลและเลือกลงทุนในบริษัทที่ให้ผลตอบแทนที่ดี และเป็นการโปร่งใส
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะติดตามตรวจสอบบริษัทจดทะเบียนที่มีลงทุนในพอร์ตว่า มีความเหมาะสมหรือไม่ โดยเฉพาะการลงทุนในพอร์ตที่สูงทั้งที่ไม่ได้เป็นธุรกิจหลัก แต่หากมีการลงทุนในสัดส่วนที่เหมาะสมไม่สูงกว่าเงินทุนมากนักและเลือกลงทุนในบริษัทที่ดี ตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะปล่อยให้ลงทุนได้เอง
นางภัทรียา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างการปรับรูปแบบของการลงทุนในแมทชิ่งฟันด์ใหม่ หลังจากที่ประเมินสถานการณ์แล้วภาวะตลาดหุ้นไม่ดีทำให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)ระดมทุนจากนักลงทุนรายย่อยได้ลำบากขึ้น จึงหันมาเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักลงทุนสถาบันมากขึ้น แต่เม็ดเงินการลงทุนรวมยังคงเหมือนเดิมที่จะมีการระดมทุนมูลค่า 8,250 ล้านบาท ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมลงทุน 2,000 ล้านบาท
ด้านนายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยถือว่าช่องทางในการระดมทุน จากการที่ตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวลดลงมามากนั้น ถือว่าเป็นโอกาสในการที่จะตั้งกองทุนเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย จากที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดี ซึ่งหุ้นใน SET 50 นั้น ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลมากกว่า 10%
ทั้งนี้ จากการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมีการตั้งแมทชิ่งฟันด์ นั้นทำให้มีธนาคารพาณิชย์ สนใจที่จะเข้ามาร่วมลงทุน ซึ่งทางบอร์ดของแบงก์ดังกล่าวอนุมัติแล้ว แต่ไม่สามารถที่จะเข้ามาลงทุนได้จากติดเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ห้ามแบงก์พาณิชย์มาลงทุนในธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักเกิน 10%
“การจัดตั้งกองทุนที่จะเข้ามาลงทุนในหุ้นนั้นไม่ได้เป็นการตั้งกองทุนเพื่อมาพยุงหุ้น แต่เป็นการเพิ่มโอกาสในการลงทุน เพราะจากอดีตกองทุนที่ตั้งมาในช่วงวิกฤตเมื่อปี 2540 นั้น ให้ผลตอบแทนต่ำสุดที่ 22% และสูงสุดที่ 29% ซึ่งถือว่าเป็นผลตอบแทนที่ดีมาก”
ด้านนายบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร จำกัด (มหาชน)หรือ PHATRA กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าการที่จะให้บริษัทจดทะเบียนเข้ามาลงทุนในหุ้นนั้นไม่ควรที่จะมีการเสียภาษีกำไร เหมือนกับการลงทุนในหุ้นของบุคคลธรรมดา เพราะหากไม่มีการเว้นการเก็บภาษีดังกล่าวก็จะไม่ทำให้ไม่จูงใจที่จะให้บริษัทจดทะเบียนเข้ามาลงทุน
“ส่วนตัวไม่เห็นด้วยที่จะมีการตั้งกองทุนพยุงหุ้น แต่เห็นด้วยที่บจ.จะเข้ามาซื้อหุ้นคืน แต่รัฐบาลควรที่จะมีการเว้นภาษีแคปปิตอลเกน เพราะหากไม่ยกเลิกจะไม่จูงใจให้บจ.เข้ามาลงทุน ซึ่งหากมีการยกเว้นเก็บแคปปิตอลเกนนั้น ในต่างประเทศนั้นมีการยกเว้นตลอดไป”นายบรรยง กล่าว
ตลท.พร้อมรับเบียร์ช้างเข้าตลาดหุ้น
นายปกรณ์ กล่าวถึง กรณีที่บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ เบียร์ช้าง จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ตลาดพร้อมให้การสนับสนุน แต่ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก่อน เพราะการเข้าจดทะเบียนของเบียร์ช้างในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการเพิ่มทุน แต่เป็นการเอาหุ้นเดิมออกมาขายเท่านั้นซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์พรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์มาตรา 64 ที่เพียงแค่ยื่นไฟลิ่งกลับมาให้พิจารณาใหม่เท่านั้น โดยหากเบียร์ช้างเข้ามาระดมทุนจะทำให้มาร์เก็ตแคปเพิ่ม 1.3 แสนล้านบาท
|
|
 |
|
|