Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ พฤศจิกายน 2551








 
นิตยสารผู้จัดการ พฤศจิกายน 2551
Order by Jude…เสพงานศิลป์บนรสชาติอาหาร             
โดย ธนิต วิจิตรพันธุ์
 


   
search resources

ชลิต นาคพะวัน
Restaurant
Art
Moddy, ร้าน




ปลายฝนต้นหนาวกำลังมาเยี่ยมเยือน ท้องฟ้าแจ่มใส หากได้ไปนอนกางเต็นท์อยู่บนยอดดอย ผมอาจมองเห็นวงแหวนดาวเสาร์ที่สวยงามและริ้วรอยความสุกสกาวของหมู่ดาวระยิบบนทางช้างเผือกก่อนแสงอรุณจะมาบดบัง

ลมหนาวทำให้ผมรู้สึกซาบซ่านในหัวใจ สมัยที่ผมพักอยู่บ้านตึก 3 ชั้นครึ่งในซอยอารีย์ ผมชอบขึ้นไปนอนเล่นชมดาวบนชั้นดาดฟ้าเสมอๆ แต่หลังจากได้ทำเลใหม่แถวชานเมืองที่มีบรรยากาศดีกว่า ผมก็ไม่ได้กลับมาบ้านตึกหลังนี้อีกเลย

ในซอยอารีย์ ปลายยุคเซเวนตี้ ในความทรงจำของผม เต็มไปด้วยความสุขในวัยเด็ก มีคนใหญ่ คนโต ขับรถเก๋งคันงามเข้า-ออกในย่านนี้ขวักไขว่เป็นปกติธรรมดา บ้านแถบนี้ปลูกสูงไม่เกิน 2 ชั้น มีทั้งแบบฉาบปูนทั้งหลัง บางหลังปลูกแบบครึ่งตึกครึ่งไม้ ประดับด้วยระเบียงสวยๆ ล้อมรั้วโปร่งๆ มองเห็นทรวดทรงของตัวบ้านสวยสง่าเหนือสนามหญ้าเขียวขจี ทุกวันนี้สถานีรถไฟฟ้าปากซอยอารีย์ ได้นำความสะดวกสบายด้านการคมนาคมเข้ามาพร้อมกับอาคารสูง ที่ทำการค้าพาณิชย์เบียดเสียดกันจนล้นซอย แต่เมื่อหลุดเข้าไปในย่านกลางซอยยังคงมีกลิ่นไอวันเก่าๆ ให้ผมคิดถึงอยู่เสมอ

หลายวันก่อนผมแล่นลิ่วจากถนนพหลโยธิน (ขาออก) เลี้ยวเข้าพหลโยธิน 7 (ซอยอารีย์) ตรงดิ่งเข้าไปจนถึงแยกที่ 4 แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปนิดเดียว ได้พบบ้านหลังหนึ่งดูดีมีรสนิยม ผมหลงเสน่ห์ตั้งแต่แรกพบ เป็นบ้าน 2 ชั้นฉาบปูนทาสีขาวทั้งหลังได้รับการตกแต่งใหม่แต่ยังคงเค้าโครงเดิมของบ้าน ยุคปลายเซเวนตี้ไว้ครบถ้วน แทนการใช้อยู่อาศัย เจ้าของได้ให้เช่าทำร้านอาหารประเภท Restaurant and Gallery ขึ้นป้ายชื่อว่า Moddy (มอดดี้) เพิ่งเปิดตัวไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ผมก้าวเข้าไปทำความรู้จักอย่างไม่ลังเล

"ที่จริงผมตั้งใจว่าจะทำห้องกาแฟ มีมุมนั่งเล่นสบายๆ ให้ลูกค้าเข้ามาชมภาพวาด งานศิลป์ ถูกใจชิ้นไหนก็ซื้อกลับไป ไม่ได้คิดเลยเถิดไปไกลกว่านี้"ชลิต นาคพะวัน ศิลปินหนุ่มมากความสามารถ หนึ่งในหุ้นส่วนของ Moddy บอกหลังจากเราทักทายกันตามธรรมเนียม

เขานำหน้าพาเดินชมทั่วบ้านซึ่งตกแต่งภายในสวยโปร่งตา ประดับประดาไปด้วยผลงาน Pop Art ศิลปะแนวใหม่ที่ถูกจับวางอย่างลงตัวเห็นผลงานชุด Party-Lit (ปาร์ตี้-ลิต) ของเขาแล้วนึกนิยมในความร่ำรวยอารมณ์ขัน แฝงแนวคิดที่ลุ่มลึก

"ชีวิตผมเหมือนงานปาร์ตี้ ทำอะไรเยอะแยะ พบปะเจอะเจอเรื่องราวมากมาย ชีวิตเราเหมือนละครโรงใหญ่ มีทั้งความสุขและความทุกข์ แต่ความทุกข์ก็คือความทุกข์ ให้มันอยู่ตรงนั้น แต่ความสุขเอามาอยู่ใกล้ๆ ความทุกข์เป็นเพื่อนทำงาน แต่อย่าคบมันมาก ความทุกข์ของผม ไม่จำเป็นต้องหนีมันไป เป็นเพื่อนกัน เป็นสีสันหนึ่งของชีวิต ถ้าไม่มีความทุกข์ เราก็ไม่รู้ว่าความสุขเป็นยังไง ไม่จำเป็นต้องไปต่อต้านมัน (ความทุกข์) หรอกครับ"

ศิลปะ...ไม่ใช่ชนิดอาหาร แต่เป็นรสชาติอาหารที่เรากิน (เสพ) ได้ทั่วโลก...

จริงอย่างที่อาจารย์สุวิชาญ เถาทอง เคยพูดไว้... ภาพ Semi-Abstract (ความจริงกึ่งนามธรรม) ของชลิต ภาพหนึ่งมีขนาดกว้างราว 2 เมตรสูง 3 เมตร แขวนปิดทับเต็มฝาผนังห้อง ใช้โทนสีร้อนสดใสดูน่ากิน แม้จะกินไม่ได้ แต่ก็ให้รสชาติถึงในอารมณ์ครบ ทั้งเปรี้ยว หวาน เผ็ด ร้อน เค็ม มัน สมราคา 2 แสน 5 หมื่นบาท เสียดายว่าถูกตีตราจองไปเสียก่อนแล้ว

"ภาพนี้ใช้เทคนิคการฉาบสีพื้น แล้วเขียนภาพด้วยยางพารา รอจนยางพาราแห้ง จึงโป้วสีทับลงไปอีกที พอสีแห้งก็ลอกยางพาราออกได้ภาพอย่างที่เห็นนี่แหละครับ คล้ายๆ กับเทคนิคการทำบาติก" ชลิตคุยอย่างสนุกสนาน เปิดเผย

"สีที่ใช้เป็นสีน้ำมันผสมแป้งทาตัว ลองผิดลองถูกมาตั้งแต่สมัยเรียนนานเกือบ 10 ปี เหมือนนักวิทยาศาสตร์ที่ทดลองไปเรื่อยๆ เวลานี้ก้าวไปถึงขั้นลงสีบนผิวกระเบื้องเซรามิกเข้าเตาเผาได้ลวดลายสวยงามถูกใจแล้วครับ"

เรายังคุยกันต่อ ทำให้ผมรู้จักตัวตนของชลิตมากยิ่งขึ้นกว่าที่เคยได้ยินมา เขาเป็นหนุ่มแม่กลองที่นิยมชมชอบงานศิลปะตั้งแต่วัยเด็ก ทันทีที่เรียนจบวิทยาลัยช่างศิลป์ ก็รีบหอบผลงานสีน้ำมันที่เป็นภาพเขียนจิตรกรรมไทยไปอวดหลวงพ่อวัดแคใหญ่ อำเภออัมพวา ถิ่นเกิด หลวงพ่อซื้อไว้ในราคา 500 บาท เป็นภาพแรกที่ทำเงินตั้งแต่วันนั้น สุดปลื้มลืมไม่ลงจนถึงวันนี้

ตลอดเวลาที่ได้ร่ำเรียนจนสำเร็จปริญญาตรีสาขาจิตรกรรม คณะจิตรกรรม-ประติมากรรม-ภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ชลิตมีงานให้หยิบจับเป็นเงิน-ทองสม่ำเสมอ ไม่ว่างานเขียนภาพประกอบแบบเรียนของคุรุสภา หรือปีนบันไดทำงานปูนปั้นหน้าบันพระอุโบสถ เป็นผู้ช่วยฝ่ายศิลป์ ทำฉากภาพยนตร์, มิวสิกวิดีโอ ไม่เคยเกี่ยง จนถูกฉุดเข้าสู่โลกมายาในฐานะผู้ร่วมแสดงภาพยนตร์วัยรุ่นสนุกสนานเฮฮา

"กลิ่นสีและกาวแป้ง" เขายังออกแบบบ้าน, เครื่องเรือนตกแต่งภายใน เป็นอาจารย์พิเศษตามสถาบันการศึกษามีชื่อเสียง, เปิดโรงเรียนสอนศิลปะเป็นของตัวเอง ฯลฯ ชลิตบอกว่าไม่เคยปฏิเสธสิ่งที่ผู้คนหยิบยื่นให้ ตั้งอกตั้งใจทำตามคำสอนของพ่อ ให้ผลงานพิสูจน์ตัวตน ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตชีพจรลงเท้า มีโอกาสเดินทางนำผลงานศิลปะออกแสดงในต่างประเทศบ่อยครั้ง ได้เปิดหูเปิดตา มองเห็นโลกในมุมมองใหม่ๆอยู่เสมอๆ จนเกิดความประทับใจในรสชาติและสไตล์การปรุงอาหารยุโรปในแถบทะเลเหนือ เขาบอกว่ารู้สึกสัมผัสได้ถึงสุนทรียศิลป์จากก้นครัวถึงโต๊ะอาหาร ซึ่งแฝงไว้ด้วยเสน่ห์ในลีลาชวนให้น่าหลงใหล

"ผมว่าอาหารเป็นเรื่องของศิลปะอีกแขนงหนึ่ง ตั้งแต่การดีไซน์ (ออกแบบ) รสชาติ เครื่องปรุง หน้าตา มีลีลาหนัก-เบา เหมือนกับเสียงดนตรีถูกบรรเลงด้วยท่วงทำนองที่เต็มไปด้วยสีสัน มีจังหวะที่ลงตัว" ชลิตบอกถึงที่มาของศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่เขาเพิ่งค้นพบ ก่อนคลอดออกมาเป็น Moddy ที่มาจากคำว่า Modify อันหมายถึงการเปลี่ยนแปลง แก้ไข ซึ่งเป็นไปตามความถนัดในงานศิลปะของเขานั่นเอง

เมื่อแรกตัดสินใจก้าวเข้าสู่ธุรกิจบริการร้านอาหาร ความรู้ในเชิงบริหารจัดการที่ยุ่งยากซับซ้อน สำหรับเขาและเพื่อนๆ หุ้นส่วน ล้วนเป็นของใหม่ แต่ก็ไม่ยากเกินไปจากความพยายามและความสามารถ ที่พวกเขาแสวงหาได้จากเหล่าเพื่อนพ้องน้องพี่ที่แห่กันมาให้การสนับสนุน ช่วยเหลือจนสำเร็จเป็นเรสเตอรองต์ แอนด์ แกลเลอรี ที่ดังคับซอยในเวลาอันรวดเร็ว

ทุกวันนี้ Moddy กลายเป็นแหล่งชุมนุมของนักบริหารรุ่นใหม่ เหล่ากูรู นักคิด นักเขียน ดารา นักร้อง นักแสดงระดับแถวหน้า คนรักศิลปะ และนักชิมทั่วไปมักมากระทบไหล่กันในชั่วโมงส่วนตัว ตั้งแต่ย่ำค่ำจนดึกดื่นอยู่เป็นประจำ ระหว่างที่เราคุยกัน ป๊อป ปริวัฒน์ มาลากุล ณ อยุธยา หุ้นส่วนอีกคนหนึ่ง สาละวนกับการสั่งการคัดสรรเมนูเด็ดอยู่ในครัว เพื่อให้ผมได้ทดสอบฝีมือพ่อครัวที่ได้ไปคว้าตัวมาจากโรงแรมมีชื่อแห่งหนึ่งแถวหัวหิน ถิ่นผู้ดี ผมกะว่าจะดื่มอีกสักแก้ว ชิมกับแกล้มพออยู่ท้อง แล้วก็จะลากลับ แต่เสน่ห์ปลายจวักของพ่อครัว กวักเรียกผมให้อยู่ดื่มต่อไปอีกจนเกือบค่อนคืน ผมทึ่งในฝีมือการปรุงแต่งรสอาหารพอๆ กับสุนทรียศิลป์บนขอบจาน ทุกครั้งที่พนักงานวางอาหารเสิร์ฟตรงหน้า มักทำให้ผมประหลาดใจอยู่เสมอ ลองมาชิมเถอะครับ...

จานนี้น่องไก่ทอดปาปริก้า ผมชอบตรงกระบวนวิธีที่แยบคายของพ่อครัวอายุน้อย บรรจงนำน่องไก่อวบเนื้อหนังนุ่ม มาหมักในโยเกิร์ต กระเทียม เกลือ พริกไทย แล้วจุ่มลงในแป้งสาลีผสมผงปาปริก้าและตะไคร้ซอย ทอดจนกรอบนอกนุ่มเนื้อใน วางบนแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะขาวนวลกรอบ ใส่ใจในความประณีตด้วยการโรยใบมะกรูดและพริกทอดเพิ่มรสชาติให้ฉูดฉาดขึ้นอีก

ผักโขมอบชีส ก็มีรสกลมกล่อมกำลังดี ธรรมชาติของผักโขม มีรสขมแทรกเล็กน้อย เกิดจากสารซาโปนินช่วยลดโคเลสเตอรอลได้อย่างดี ผักขม 100 กรัม มีโปรตีน 5.2 กรัม แคลเซียม 341 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 76 มิลลิกรัม ไนอาซิน 1.8 กรัม วิตามิน 120 มิลลิกรัม และเบต้าแคโรทีน 558.6 ไมโครกรัม

ผมยังสนุกต่อกับการใช้ส้อมจิ้มม้วนเส้นสปาเกตตี้ฉ่ำซอสมะเขือเทศโรยมะกอกดำ ลื่นไหลลงปริ่มกระเพาะ ตบท้ายด้วยค็อกเทล อีก 2-3 แก้วที่บาร์เทนเดอร์เขย่ามาให้ชิมอย่างสนุกปาก

เริ่มจากรสละมุนของไดกีรี (Daiquiri) ตระกูลค็อกเทลที่มีส่วนผสมของไลต์ รัม (Light Rum) และน้ำเชื่อมรสมะนาว 1 ใน 6 ของเครื่องดื่มที่ David A Embury Classic กล่าวถึงใน The Fine Art of Mixing Drink แต่ไดกีรีของ Moddy ฉีกแนวด้วยสีชมพูสดใสของน้ำสตรอเบอรี่ รสชาติซาบซ่านจากส่วนผสมของทริปเปิ้ล เซค (Triple Sec) ซึ่งเป็นเหล้าหวานที่ค้นพบครั้งแรกปี 1834 ในเมืองโซมัวร์ ประเทศฝรั่งเศส จากการกลั่นผลไม้รสเปรี้ยวซ่าและผิวส้มจากเกาะคูราเซา ในทะเลแคริบเบียน

สำหรับสุภาพสตรี ผมขอแนะนำมิโดริ ซาวร์ (Midori Sour) ซึ่งนำเอาเหล้าหวานที่กลั่นจากน้ำแตงโม ผสมกับวิสกี้ซาวร์ และน้ำหวานผสมโซดา ส่วนสาวๆ ที่ชอบความท้าทาย ผมยกแก้วนี้ให้ครับ...The Blue Devil ที่มีส่วนผสมของ Blue Curacao, Vodka และ Triple Sec ให้สีสันสวยเฉียบ รสหวานนุ่ม วูบวาบ เท่าที่ผมคุ้นๆ กับบลูคูราเซา ถือกำเนิดในศตวรรษที่ 19 จากครอบครัวชาวยิว เลือดผสมเชื้อสายสเปน-โปรตุเกส จากความบังเอิญ นำน้ำมันหอมระเหยจากผิวส้ม Lahara Citrus มาตากแห้ง แล้วแช่ในแอลกอฮอล์ผสมน้ำหลายวัน พอเอาเปลือกส้มออก เติมเครื่องเทศแทนที่ทำให้ได้เหล้าหวานไร้สี ต่อมาจึงได้คิดแต่งเติมสีน้ำเงิน ให้ดูแปลกตาน่าดื่มยิ่งขึ้นไปอีก แสงจันทร์สาดฉายเหนือระเบียงบ้านด้านทิศตะวันตก ผมยกแก้วจิบความหวานซาบซ่านอย่างระมัดระวังจนใกล้หมดหยดสุดท้าย ขณะที่ยำไก่ย่างปักตะไคร้ ร้อยเรียงอกไก่สับเนื้อเหลืองนวลมาเป็นพวง คละเคล้าสมุนไพรโอชารสส่งกลิ่นหอมกรุ่นกระตุ้นต่อมความอยากจนเปรี้ยวปากอดใจไม่อยู่ ชิมไปดื่มไป ครึ้มใจสบายอารมณ์ Moddy นำพาให้ผมได้รู้จักกับคุณค่าความงามในงานศิลป์ที่กินได้สวยอย่างครบเครื่อง

กูรูท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า "ความสุขในชีวิตของคนเรามีหลายระดับ..." ในยามตะวันตกขอบฟ้า ระบำหมอกบอกเวลาว่าหน้าหนาว สำหรับคุณและเหล่าผองเพื่อน ถ้าได้แวะไปรู้จักกับ Moddy และบรรดาหุ้นส่วนที่เป็นคนหนุ่มคนสาว มีความกระตือรือร้นกับการทำธุรกิจบริการร้านอาหารและแกลเลอรีจนไฟลุกท่วมตัวอยู่ในขณะนี้จะได้พบกับความสุขอีกระดับหนึ่งที่เกินความคาดหมายจริงๆ...เชื่อเถอะครับ!!!   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us