Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ พฤศจิกายน 2551








 
นิตยสารผู้จัดการ พฤศจิกายน 2551
Dog Insurance As A New Blue Ocean             
โดย สุภัทธา สุขชู
 

   
related stories

ธุรกิจหมา...หมา มูลค่าที่ไม่อาจมองข้าม Darling Dogs Dollars Biz
ทีคัพสวีทโฮม : อนุบาลสร้างมูลค่าเจ้าตูบ
ธุรกิจหมาแบบนอกกรอบ ต้องมีความบ้า
สัปเหร่อเจ้าตูบ...ทำด้วยรักและสงสาร
หมาจรจัด : สิ่งมีชีวิตที่น่าสงสาร

   
www resources

โฮมเพจ บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด

   
search resources

Pet & Animal
มิตรแท้ประกันภัย, บจก.
สมบัติ พิพัฒนเมธา, น.สพ.




"ผมก็ทำประกันสุขภาพให้ลูกๆ (หมา) ทั้ง 2 ตัว เพราะค่ารักษาแพงเหลือเกิน จ่ายไม่ไหวเลยต้องซื้อประกันให้พวกเขา ถ้าเกิดเขาเจ็บหนักขึ้นมาแล้วต้องผ่าตัด ผมคงต้องขายบ้านขายรถมารักษาลูก" ชายเจ้าของหมาใหญ่ 2 ตัวเล่า นี่อาจพอสะท้อนให้เห็นว่า คนไทยเริ่มยอมรับและเข้าใจความจำเป็นในการประกันหมามากขึ้น

"วันนี้หมาที่มีประกันจะเป็นหมาที่มีราคาแพง แต่ก็เหมือนกับซื้อสินค้าที่มีประกันก็ย่อมมั่นใจกว่า โดยส่วนใหญ่คนที่ซื้อหมาราคาแพงจะเป็นคนที่มีกำลังซื้อสูงและเป็นคนที่รักหมามาก" น.สพ.สมบัติ พิพัฒนเมธา กล่าวโหมโรงในห้องสัมมนาที่มีตัวแทนรุ่นแรกมารอรับฟังเกี่ยวกับกรมธรรม์หมารูปแบบใหม่ ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพิ่งอนุมัติเมื่อกลางปีนี้

ในฐานะสัตวแพทย์ที่ปรึกษาและบริหารโครงการประกันสุขภาพสุนัข แห่งบริษัทมิตรแท้ประกันภัย จำกัด น.สพ.สมบัติมีหน้าที่ดีไซน์รูปแบบกรมธรรม์หมา ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับตัวแทน ทำหน้าที่เช็กใบแอพ (application form) และตรวจเคลม หลายๆ ครั้งเขายังต้องออกไปประเมินทุนประกันให้กับหมาพันธุ์ต่างประเทศที่มีราคาแพงด้วยตัวเอง

ยกตัวอย่างเคสเจ้าหมาพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ด เจ้าของแชมป์ 9 รางวัล ซึ่งเจ้าของยื่นขอทำประกันที่ 1 ล้านบาท โดยทั่วไปบริษัทกำหนดทุนประกันสูงสุดเพียง 5 แสนบาท แต่เคสนี้เขาอนุมัติให้ลูกค้าถึง 80% หมายความว่าเจ้าหมาตัวนี้มี "ทุนคุ้มครองชีวิต" สูงถึง 8 แสนบาท...มากกว่าคนบางคนเสียอีก

จริงๆ แล้ว มิตรแท้ฯ ขายประกันภัยหมามาตั้งแต่ปี 2538 โดยเริ่มต้นจากประกันวัว ส่วนเคสหมาจะรับเฉพาะกลุ่มฟาร์ม แต่เพราะขาดผู้เชี่ยวชาญ บริษัทจึงขาดทุนหนักถึงกับต้องพับโครงการเก็บไว้ กระทั่งเอามาปัดฝุ่นใหม่เมื่อปี 2548 หลังจากได้ น.สพ.สมบัติเข้ามาดูแล

"ท่านประธานมองว่ามันน่าจะมีความเป็นไปได้ในการขายประกันหมา เนื่องจากช่วงนั้นคนไทยมีโอกาสได้เห็นภาพในหลวงกับคุณทองแดงในทีวีบ่อยๆ ก็เริ่มตื่นตัวเรื่องการรักหมากันใหญ่ ท่านก็มองว่านี่น่าจะเป็นอีกตลาดที่ทำได้และถือเป็นการให้สวัสดิภาพแก่สัตว์ไปด้วย" เขาเล่าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นใหม่

ตลอดปี 2549 น.สพ.สมบัติวุ่นกับการทบทวนปัญหาและช่องว่างที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน แล้ววางกรอบใหม่และทำการตลาดอย่างจริงจังในปี 2550 ซึ่งกรมธรรม์หมาที่ได้รับอนุมัติตอนนั้นยังมีเพียงประกันชีวิต หรือก็คือตายสถานเดียวถึงจะเคลมได้ โดยค่าเบี้ยอยู่ที่ 9% ของทุนประกันซึ่งมีตั้งแต่ 5,000 บาท จนถึง 80% ของมูลค่าหมา

"น้องหมูหยอง" พุดเดิ้ลเพศผู้ของเขาเป็นผู้ถือกรมธรรม์หมาตัวแรกของประกันหมายุคใหม่ เพื่อเป็นการทดลองกระบวนการทั้งระบบ ส่วนกลยุทธ์หลักและตลาดหลักของสินค้าตัวนี้อยู่ที่การเข้าหาฟาร์ม รวมถึงกลุ่มศูนย์ฝึกหมา โรงแรมหมา และทัวร์พาหมาเที่ยว

เนื่องจากหมาที่จะมีประกันนี้ได้ต้องอยู่ในช่วงอายุ 3 เดือน-7 ปี ต้องฝังไมโครชิพแล้ว ผ่านการทำวัคซีนครบ และผ่านการตรวจสุขภาพจากสัตว์แพทย์เสียก่อน บริษัทถึงจะยอมทำประกันนี้ให้ ดังนั้นอัตราการตายของหมาที่มีประกันจึงลดลง เจ้าของฟาร์มหลายรายจึงทำประกันตัวนี้แล้วเอาเป็นใบการันตีคุณภาพ โดยเฉพาะฟาร์มที่หมาไม่มีใบเพ็ดดิกรี ทั้งนี้ก็เพื่อเอาไปโฆษณาเป็นจุดขายและขึ้นค่าตัวหมา เหมือนเช่น "ทีคัพสวีทโฮม"

"กรมธรรม์ตัวนี้ไม่ใช่สินค้าที่มีความจำเป็น มันเป็นกระบวนการซื้อของอารมณ์ ฉะนั้นการทำให้สินค้าออกไปเร็วมันจะเกลื่อนแล้วตลาดจะฟุบเร็ว ฉะนั้นเราจะใช้วิธีติดต่อฟาร์มเป็นพันธุ์ๆ ไป เช่น ชิวาว่าก็ติดต่อทีคัพฯ บางแก้วก็ล็อกไว้ที่สวนบางแก้ว เขาจะได้เอาไปทำการตลาดได้ รอจนพวกเขาแข็งแรง หลังจากนั้นเราจะค่อยๆ เปิดกว้าง"

อีกทั้งการปล่อยกรมธรรม์ออกไปมาก โอกาสที่จะพลาดเจอหมาด้อยคุณภาพก็มาก แล้วเมื่ออัตราการตายของหมามีประกันกับไม่มีประกันไม่ต่างกัน นั่นคือความล้มเหลวของการประกันชีวิต...เฉกเช่นเมื่อ 10 ปีก่อน

สำหรับกรมธรรม์รูปแบบใหม่ที่มิตรแท้ฯ เพิ่งได้มาก็คือ การประกันชีวิตเหมือนแบบแรก แต่เพิ่มความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ และความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก แต่ไม่รวมค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วย เนื่องจากคปภ.เห็นว่าตลาดประกันหมายังเป็นตลาดใหม่จึงขอกลับไปศึกษาก่อน

ทั้งนี้ ทางบริษัทจำกัดวงเงินค่ารักษาพยาบาลคุ้มครองสูงสุดไม่เกิน 8,000 บาท ทั้งนี้เพื่อไม่ให้สถานพยาบาลฉวยโอกาสเอาเปรียบเจ้าของหมา ส่วนความคุ้มครองต่อบุคคลภายนอกเพียง 5,000 บาท ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าของหมาขาดความรับผิดชอบในการควบคุมหมาระดับหนึ่ง เพื่อยับยั้งห้ามปรามไม่ให้หมาของตนทำร้ายคนอื่น

"การประกันบุคคลภายนอก เราทำเพื่อลดความเสี่ยงและแบ่งเบาความรับผิดชอบของเจ้าของ แต่ไม่ใช่ ให้เจ้าของโยนความรับผิดชอบมาให้เราเสียทั้งหมด แล้วตนเองก็ไม่แสดงความรับผิดชอบต่อผู้อื่น ข้อนี้เรากังวลมากจึงกำหนดวงเงินแค่นี้" น.สพ.สมบัติ สรุป

นอกจากนี้ มิตรแท้ฯ ยังได้รับอนุมัติกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองชีวิตหมาจากอุบัติเหตุด้วยยานพาหนะ โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพจึงทำได้ง่ายขึ้น แต่ก็ยังไม่เปิดขาย เพราะ น.สพ.สมบัติเกรงว่าความง่ายจะทำให้สินค้าหมด "ความพิเศษ" เขาอยากรอให้ตลาดประกันหมาค่อยๆ "พีค" ไปอีกสักพักจนแตะขีดสูงสุด เมื่อทุกคนเข้าใจประกันหมาเหมือนกับที่เข้าใจประกันรถยนต์ หรือเมื่อคนที่จะซื้อหมาแล้วถามหาประกันกันมากขึ้น สินค้าตัวนี้จึงจะออกมาตีตลาด

จากปี 2550 ถึงกลางปีนี้ จำนวนหมามีประกันกับมิตรแท้ฯ มีกว่า 5,000 ตัว โดยเพียงครึ่งปีของปีนี้ จำนวนกรมธรรม์หมามากเท่ากับทั้งปีของปี 2550 หรือก็คือโตร่วม 200% เลยทีเดียว อย่างไรก็ดี ร่วม 3 ปีที่ผ่านมา น.สพ.สมบัติยอมรับว่าบริษัทยังไม่มีกำไรจากประกันหมา แม้ว่าตลาดจะใหญ่ แต่เมื่อเทียบกับรถยนต์ ค่าเบี้ยก็น้อยกว่ากันเยอะ อีกทั้งยังอยู่ในช่วงการโหมโปรโมตอย่างหนัก แต่เมื่อใดก็ตามที่ประกันภัยหมา เริ่มกลายเป็นสินค้าที่พูดกัน "ปากต่อปาก" เมื่อนั้นก็คงได้กำไรคืน ซึ่งเขาเชื่อว่าไม่น่าจะเกิน 2 ปี

"ท่านประธานมองอยู่ 2 เรื่องคือ การมีประกันภัยหมาเป็นของแปลกใหม่ก็น่าจะเป็นสัญลักษณ์ของมิตรแท้ฯ ได้ดี เพราะที่อื่นไม่มี ท่านมองว่าสินค้าตัวนี้ น่าจะเป็นตัวทำพีอาร์ให้คนรู้จักแบรนด์ "มิตรแท้ฯ" ได้มากขึ้น ที่สำคัญ ท่านไม่ได้หวังว่าประกันภัยหมาจะทำกำไรให้บริษัทมากมาย แต่สินค้าตัวนี้จะเป็นตัวเปิดใจลูกค้ากลุ่มใหม่ ทำให้ตัวแทนเข้าหาคนกลุ่มนี้ได้ง่ายขึ้น" น.สพ.สมบัติพูดถึงวิสัยทัศน์ที่ "สุขเทพ จันทร์ศรีชวาลา" ประธานแห่งมิตรแท้ฯ ให้ไว้ ณ วันนี้ ตลาดประกันภัยหมายังมี "ผู้เล่น" เพียงรายเดียว โดยมีมิตรแท้ฯเป็นผู้เปิดและครองตลาด น.สพ.สมบัติเชื่อว่าภาพสะท้อนนี้จะทำให้ผู้บริโภคเห็นว่ามิตรแท้ฯ มีความเชี่ยวชาญในสินค้าตัวนี้ โดยปัจจุบันมิตรแท้ฯ ยังได้ขยายไลน์ไปสู่สัตว์อื่นอีกด้วย เช่น ม้า วัวนม ฯลฯ โดยมีประกันหมาเป็นโมเดล

เมื่อถึงวันที่เริ่มมีผู้ลงชิง "เค้ก" ก้อนนี้เพิ่มขึ้น ความน่าเชื่อถือและความคุ้นเคยที่สร้างขึ้นมาในฐานะเจ้าแรกก็อาจสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าอยู่กับมิตรแท้ฯ ไปนาน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us