Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์28 ตุลาคม 2551
บจ.ไทยลงทุนเขมรน้อยโบรกฯชี้ไม่สะเทือนสัดส่วนรายได้             
 


   
search resources

Investment




จากกรณีที่มีการปะทะกัน ที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา สร้างความวิตกต่อผลกระทบที่จะมีต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน(บจ.)ในไทย แต่อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคิน ได้ประเมินผลกระทบเบื้องต้นต่อบริษัทจดทะเบียนในไทย พบว่า มีบริษัทที่ไปลงทุน หรือ ร่วมลงทุน ในกัมพูชาไม่มากนัก โดยบริษัทที่มีไปลงทุน มีทั้งกลุ่มธนาคาร, พลังงาน, สื่อสาร,โรงพยาบาล,วัสดุก่อสร้าง และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ก็ได้รับผลกระทบไม่มากนัก

สำหรับกลุ่มธนาคารพาณิชย์ คือ ธนาคารกรุงไทย(KTB) ซึ่งมีสาขาของธนาคารจำนวน 2 สาขา อยู่ที่เสียมเรียบ และพนมเปญ รวมถึง ธนาคารไทยพาณิชย์(SCB) ที่มีธนาคารในเครือโดย SCB ถือหุ้น 100% ได้แก่ ธนาคารกัมพูชาพาณิชย์ มี 3 สาขาที่ พนมเปญ พระตะบอง และเสียมเรียบ

นอกจากนี้ยังมีบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชา ได้แก่ บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง(RATCH) และ บมจ.ผลิตไฟฟ้า(EGCO) ซึ่งมีโครงการโรงไฟฟ้าเกาะกง ขนาดกำลังการผลิต 3,660 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเริ่มดำเนินงานประมาณปี 2559 ซึ่ง 3 บริษัทถือหุ้นในสัดส่วนบริษัทละ 35% ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ส่วน บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม(PTTEP) มีโครงการสำรวจปิโตรเลียมในประเทศกัมพูชา ในแหล่ง กัมพูชา B ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการสำรวจแหล่งปิโตรเลียมไปแล้ว 1 หลุม เป็นโครงการที่คาดว่าจะใช้เวลากว่า 8-12 ปี ในการพัฒนาให้สามารถดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้

รวมถึงบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อาทิ บมจ.ช.การช่าง(CK) ที่มีโครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้าง มูลค่า 1,153 ล้านบาท ส่วน บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์(ITD) มีสัดส่วนการลงทุนในบริษัทย่อย โดยมีสัดส่วนการถือหุ้น 30% ของโครงการโรงไฟฟ้าเกาะกง ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ เบื้องต้น บริษัทมีเงินลงทุนจากการพัฒนาและกู้ยืมระหว่างกันประมาณ 280 ล้านบาท โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ซึ่งถ้ามีการหยุดชะงักของโครงการ ฝ่ายวิจัยประเมินความเสียหายเบื้องต้นจากลงทุนที่ประมาณ 280 ล้านบาท

ทั้งนี้ ยังมีบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ได้แก่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย(SCC) ซึ่งมีการลงทุนในธุรกิจปูนซีเมนต์ เงินลงทุนโดยรวมราว 3,450 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนการถือหุ้น 90% และเป็นผู้ประกอบการในประเทสกัมพูชา 10% ประเมินว่าจะไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากบริษัทมีประกันความเสียหาย

อย่างไรก็ดี บริษัทจดทะเบียนในกลุ่มสื่อสาร อาทิ บมจ.ไทยคม(THCOM) เข้าไปลงทุนธุรกิจโทรศัพท์พื้นฐาน และโทรศัพท์เคลื่อนที่ในกัมพูชา โดยปัจจุบัน THCOM มีสัดส่วนรายได้จากบริการโทรศัพท์ในกัมพูชา และลาว ประมาณ 25% หรือประมาณ ไตรมาสละ 400 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากบริการโทรศัพท์ในกัมพูชาประมาณ 60% ส่วน บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น (SAMART) ที่เข้าไปลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าขนาด 23 เมกกะวัตต์ โดยเป็นการผลิต และจำหน่ายกระแสฟ้าให้แก่โรงงานกัมปอตซีเมนต์ ในกัมพูชา มีรายได้ต่อปีประมาณ 200 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 1% ของรายได้รวม

รวมถึง บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ(BGH) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มโรงพยาบาล ที่เข้าไปลงทุนโรงพยาบาล 2 แห่งในกัมพูชา อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 แห่งเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก มีจำนวนเตียงรวมประมาณ 85 เตียง และมีสัดส่วนรายได้เพียง 0.5-0.6% ของรายได้รวมเท่านั้น   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us