Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน21 ตุลาคม 2551
ดีเอสไอสั่งฟ้อง“ประชัย”คดียักยอกทรัพย์ทีพีไอ             
 


   
www resources

โฮมเพจ อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย (TPI) - ทีพีไอ

   
search resources

อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย, บมจ.
ประชัย เลี่ยวไพรัตน์




ดีเอสไอส่งสำนวนฟ้อง “ประชัย” กับพวกถ่ายเททรัพย์ทีพีไอให้บริษัทลูก เสียหาย 1.3 หมื่นล้าน อัยการฝ่ายคดีพิเศษนัดสั่งคดี 20 พ.ย.

วานนี้ (20 ต.ค.) เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้นำสำนวนการสอบสวนจำนวน 57 แฟ้ม รวม 14 ลัง พร้อมความเห็นสั่งฟ้องนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือทีพีไอ, นายประทีป เลี่ยวไพรัตน์, นายประมวล เลี่ยวไพรัตน์ นายชัยณรงค์ แต้ไพสิฐพงษ์ และนายประหยัด เลี่ยวไพรัตน์ เป็นผู้ต้องหาที่ 1-5 ในความผิดตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 307, 311 ,312, 313, 315 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 มอบให้กับ นายรุจ เขื่อนสุวรรณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ไว้เพื่อพิจารณาสั่งคดี

นายรุจ กล่าวภายหลังจากได้รับสำนวนดังกล่าวว่า จะนำสำนวนการสอบสวนเสนอต่อนายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ เพื่อให้มีคำสั่งตั้งคณะทำงานขึ้นพิจารณาสำนวน โดยเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 5 คนมาพบพนักงานอัยการครบทั้งหมด โดยอัยการนัดฟังการสั่งคดีในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ เวลา 10.00 น.

สำหรับคดีนี้สืบเนื่องจาก บริษัท อุตสาหกรรมปิโตเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC) โดย พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ และนายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา กรรมการผู้มีอำนาจ ผู้กล่าวหาให้ดำเนินคดีต่อผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ว่า ระหว่างปี 2538-2543 ขณะที่ผู้ต้องหาที่ 1-4 เป็นกรรมการและผู้บริหารบริษัททีพีไอ มีพฤติการณ์ถ่ายเทเงิน ด้วยการปล่อยกู้ให้กับกลุ่มบริษัทที่พวกตนเองร่วมเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น และเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประกอบด้วย บริษัท พรชัยวิสาหกิจ จำกัด บริษัท ทีพีไอ โฮลดิ้ง จำกัด บริษัท ทีพีไออีโออีจี จำกัด และบริษัท โรงงานฝ้ายสระบุรี จำกัด ต่อมามีการทำเอกสารระบุว่า บ.พรชัยวิสาหกิจ บ.ทีพีไอโฮลดิ้ง และบ.ทีพีไออีโออีจี ได้ซื้อหุ้นของบริษัทเลี่ยวไพรัตน์ วิสาหกิจ ในราคาหุ้นละ 5,500 บาท จนเป็นเหตุทำให้บริษัททั้ง 3 แห่งซึ่งเป็นลูกหนี้เงินกู้ของบริษัททีพีไอมีหนี้สิน ความสามารถในการชำระหนี้ลดน้อยลง จนทำให้บริษัททีพีไอได้รับความเสียหายถึง 13,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ อดีตผู้บริหารบริษัททีพีไอขาดความระมัดระวัง และมีการลงบัญชีไม่ถูกต้อง เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของนิติบุคคล กระทำการหรือไม่กระทำการเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อตนเองหรือผู้อื่นอันเป็นการเสียหายแก่นิติบุคคล กระทำหรือยินยอมให้กระทำการเปลี่ยนแปลงบัญชีเอกสาร และทำบัญชีไม่ตรงต่อความเป็นจริง เพื่อลวงบุคคลใดๆเป็นกรรมการหรือผู้จัดการ ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการของนิติบุคคลที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ดีเอสไอจึงมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 1-4 ในความผิดตามมาตรา 307 และมาตรา 311 และ 312 พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และฟ้องผู้ต้องหาที่ 5 ฐานกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่กรรมการหรือผู้จัดการซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการของนิติบุคคลให้กระทำความผิด   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us