Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์20 ตุลาคม 2551
ชี้บอนด์สั้นผลตอบแทนอุ่นใจรอปลอดภัยก่อนผันเงินลงหุ้น             
 


   
search resources

เผดิมภพ สงเคราะห์
Bond




นักวิเคราะห์ชี้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนกอดบอนด์ระยะสั้น โดยเฉพาะที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปี รอจังหวะตลาดหุ้นฟื้นตัว ชูผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่แห่ออกหุ้นกู้เพิ่มเหตุระดมทุนต่างประเทศยากกว่า-ต้นทุนสูงกว่าในประเทศ ส่งผลดีให้นักลงทุนมีหุ้นกู้คุณภาพดีให้เลือกมากขึ้น

เผดิมภพ สงเคราะห์ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง เปิดเผยว่า ในช่วงที่การลงทุนหุ้นผันผวนมีความไม่แน่นอนสูง นักลงทุนควรเพิ่มพอร์ตลงทุนในตราสารหนี้มากขึ้น เนื่องจากดัชนีตลาดหุ้นไทยอาจจะปรับตัวลงได้ ส่งผลให้ผลตอบแทนที่ได้รับมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากยังมีแรงขายจากนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งต้องการเงินทุนจำนวนมากกลับไปช่วยเหลือประเทศตนเอง

อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนของตราสารหนี้ระยะยาว 3-10 ปีจะปรับตัวลดลงจากช่วงกลางปี 2551 เนื่องจากราคาปรับสูงขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1 วัน(อาร์/พี) ที่ปรับเพิ่มขึ้น 0.25% มาอยู่ที่ 3.75%ในปัจจุบัน จึงเปลี่ยนคำแนะนำให้ลงทุนในตราสารอายุสั้นต่ำกว่า 1 ปีจากเดิมแนะถือตราสารหนี้ระยะยาว

ส่วนผลตอบแทนของกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น 1-2 เดือนอยู่ที่ระดับ 2.9-3.1% ส่วนกองทุนประเภทซื้อขายหน่วยลงทุนเป็นรอบ (โรลโอเวอร์) ระยะเวลา 3-6 เดือนจะมีผลตอบแทนอยู่ที่ 3.4-3.5% ขณะที่กองทุนเพื่อไปลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ (FIF) เช่น เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยหลังจากหักค่าปิดความเสี่ยงแล้วประมาณ 3.7-3.8%

“ผลตอบแทนของตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศคงอยู่ในเกณฑ์ดี และสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ของแบงก์ ทำให้นักลงทุนมีแหล่งพักเงินที่ดีกว่า ซึ่งตลาดหุ้นมีโอกาสรีบาวนด์จากแรงซื้อนักลงทุนในประเทศอยู่ ดังนั้นควรเลือกลงทุนในตราสารอายุต่ำกว่า 1 ปีจะเหมาะสมกว่า”

สำหรับพอร์ตการลงทุนในตราสารหนี้ ควรแบ่งเงินลงทุนในกองทุนรวมที่สามารถไถ่ถอนเงินลงทุนได้ทุกวันเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง และนำเงินมาลงทุนในหุ้นเมื่อตลาดฟื้นตัวดีขึ้นได้ เช่น กองทุนตลาดเงิน(Money Market) 40% และลงทุนในตราสารหนี้ประเภทโรลโอเวอร์ระยะสั้น 3-6 เดือน 30% ส่วนที่เหลือลงทุนในกองตราสารหนี้ต่างประเทศอีก 30%

“การเลือกลงทุนในกองทุนที่ถือตราสารของต่างประเทศที่มีอันดับความเชื่อมั่นดี(เครดิต) และจะต้องมีการปิดความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน100% ด้วย แต่ถ้าไม่ชอบความเสี่ยงสามารถแบ่งเงินลงทุนในหุ้นปันผลสูง 20% และตราสารหนี้ 80% แต่หากรับความเสี่ยงได้มากกว่าควรให้น้ำหนักลงทุนในตราสารหนี้ 70% ตราสารอนุพันธ์ 20% และหุ้น 10% ”

ธวัชชัย อัศวพรไชย ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก กล่าวว่า ปริมาณตราสารหนี้ภาคเอกชน(หุ้นกู้) เริ่มมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนเนื่องจากการออกพันธบัตรในต่างประเทศจะมีราคาสูงกว่าภายในประเทศ ส่งผลให้บริษัทจดทะเบียน(บจ.)ขนาดใหญ่ เช่น บมจ.ปตท.(PTT), บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC), บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC), บมจ.การบินไทย(THAI), บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH)เป็นต้น เริ่มหันกลับมาออกหุ้นกู้ในประเทศมากขึ้น และส่งผลให้การซื้อขายมีความคล่องตัวขึ้น

“นโยบายผ่อนปรนด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายของแบงก์ชาติเริ่มมีมากขึ้น ทำให้มีโอกาสอาจปรับลดดอกเบี้ยได้อีก ซึ่งจะทำให้ภาคเอกชนหันมาออกหุ้นกู้ในประเทศเพิ่มขึ้น และคาดว่าจะดึงดูดนักลงทุนได้ดี โดยแนะนำว่าช่วงนี้ควรให้สัดส่วนลงทุนในตราสารหนี้ 40%ของพอร์ต”   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us