Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน14 ตุลาคม 2551
แบงก์เตือนรับวิกฤตศก.ปีหน้า แนะเบรกลงทุน-หดเป้าสินเชื่อ             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารไทยพาณิชย์
โฮมเพจ ธนาคารกสิกรไทย

   
search resources

ธนาคารกสิกรไทย, บมจ.
ธนาคารไทยพาณิชย์, บมจ.
กรรณิกา ชลิตอาภรณ์
Banking and Finance




บิ๊กแบงก์ใบโพธิ์ชี้วิกฤตสถาบันการเงินสหรัฐฯกระทบเศรษฐกิจไทยหนักปี 52-53 แนะเอกชนชะลอลงทุน พร้อมจัดสภาพคล่องรองรับภาคธุรกิจที่มีแนวโน้มหันมากู้เงินในประเทศมากขึ้น ด้านแบงก์กสิกรไทยตั้งเป้าสินเชื่อเอสเอ็มอีปีหน้าลดลงเหลือ 13%หันเน้นสร้างรายได้ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีค่าธรรมเนียม พร้อมดันมาร์เก็ตแชร์เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 30% คุมเอ็นพีแอลปีนี้ไม่เกิน 3%

นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากสภาวะของเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตสถาบันการเงินของสหรัฐฯนั้น น่าจะส่งผลมาถึงเศรษฐกิจไทยซึ่งจะเห็นผลกระทบตั้งแต่ปลายปีนี้ ต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้าและปี 2553 ด้วย โดยภาคธุรกิจจะขายสินค้าได้น้อยลง การส่งออกจะมีการขยายตัวที่น้อยลง ขณะที่การบริโภคภายในประเทศที่ไม่ฟื้นตัว ทำให้จะเกิดปัญหาการชำระคืนหนี้ รวมถึงยอดสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย

"ในส่วนของเศรษฐกิจไทยนั้นเชื่อว่าจะเห็นผลกระทบได้ชัดเจนในตั้งแต่ปลายปี และจะมีผลกระทบอย่างหนัก หรืออย่างที่เรียกกันว่า เผาจริงในปี 2552 รวมทั้งในปี 2553 จะเห็นผลกระทบชัดเจนมากขึ้น"นางกรรณิกากล่าว

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ดังกล่าว ธนาคารไทยพาณิชย์จึงได้เข้าไปดูแลและให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าให้พิจารณาอย่างรอบคอบและระมัดระวังในการขยายการลงทุน หากลูกค้ารายใดที่ยังไม่มีความจำเป็นในการขยายการลงทุน ให้ชะลอการการขอสินเชื่อไปก่อน รวมทั้งเตือนให้ลูกค้าระวังผลกระทบทางเศรษฐกิจครั้งนี้ ซึ่งยังไม่สามารถประเมินระยะเวลา และมูลค่าความเสียหายได้

นอกจากนี้ ธนาคารได้เตรียมสภาพคล่องเพียงพอสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่จะปรับกลยุทธ์มากู้เงินในประเทศมากขึ้น เพ่อทดแทนการกู้เงินจากต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้มีต้นทุนดอกเบี้ยที่สูงกว่าในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ต่างๆได้ระดมเงินฝากจากประชาชนไปแล้ว ดังนั้น จึงเชื่อว่าจะไม่มีการแข่งขันระดมเงินฝากในระยะนี้ ขณะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในประเทศ มีแนวโน้มที่จะปรับลดลงตามตลาดโลก แต่ก็ยังต้องดูสัญญาณของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)อีกทางหนึ่งก่อน

กสิกรฯหดเป้าสินเชื่อเอสเอ็มอีปีหน้า

นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า ในปีหน้าธนาคารตั้งเป้าหมายการขยายตัวของธุรกิจสินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ไว้ที่ 13% ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ลดลงจากในปีนี้ซึ่งตั้งไว้ที่ 18-20% เนื่องจากมองว่าในปีหน้าเศรษฐกิจน่าจะมีการชะลอตัวลงอีกทั้งคาดว่าจะมีส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) เพิ่มเป็น 30%จากปัจจุบันอยู่ที่ 27%

ทั้งนี้ธนาคารจะมุ่งเน้นนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้ค่าธรรมเนียมในกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีมากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันลูกค้าเอสเอ็มอีของธนาคารยังใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่าธรรมเนียมน้อยอยู่ โดยตั้งเป้าหมายจะเพิ่มรายได้จากค่าธรรมเนียมในกลุ่มเอสเอ็มอีเป็น 40-50% จากปีนี้คาดว่าจะเติบโตอยู่ที่ 30%

"การปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีปีนี้คงได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และจากที่ธนาคารได้จัดอบรมในโครงการ K SME Care ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนั้นในจำนวนผู้อบรม 50% เป็นลูกค้าของธนาคารอยู่แล้ว ส่วนที่เหลือซึ่งยังไม่ได้เป็นลูกค้าเมื่อเข้ารับการอบรมแล้วได้หันมาเป็นลูกค้าเราประมาณ 10% จากที่เราไม่ได้มุ่งหวังในส่วนนี้ ส่วนปีหน้าคงเน้นเสนอผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้ค่าธรรมเนียมมากขึ้น เช่น Cash Managementและ Trade Finance เป็นต้น ส่วน Net Margin ของเอสเอ็มอีตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 3-4%"

สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของสินเชื่อเอสเอ็มอีนั้นปัจจุบันอยู่ที่ 2% และเป็นเอ็นพีแอลสุทธิประมาณ 0.6% โดยในปีนี้จะควบคุมให้อยู่ที่ไม่เกิน 3% ทั้งนี้สาเหตุที่เอ็นพีแอลของธนาคารอยู่ในระดับที่ไม่สูงนั้น เนื่องจากได้มีการตั้งทีมที่จะเข้ามาดูแลปัญหาของลูกค้าที่มีสัญญาณการชำระที่ล่าช้าตั้งแต่ 1 วัน ทำให้ธนาคารสามารถแก้ไขปัญหาของลูกค้าได้ก่อน 90 วัน จึงไม่ทำให้ลูกค้ากลายเป็นเอ็นพีแอล ซึ่งหากไม่ได้มีการติดตามอย่างใกล้ชิดเชื่อว่ายอดเอ็นพีแอลของธนาคารอาจจะมีตัวเลขสูงกว่าที่เป็นอยู่

นายปกรณ์ กล่าวว่า จากปัญหาวิกฤตการเงินโลกและการเมืองในประเทศไทยนั้น ทางธนาคารได้พูดคุยกับลูกค้าผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมแล้ว พบว่ายอดจองห้องพักใน จังหวัดท่องเที่ยวต่าง ๆ ลดลงบ้างแต่ไม่มาก แต่หากมีปัญหาธนาคารก็พร้อมจะให้ความช่วยเหลือ และที่ผ่านมาผู้ประกอบการได้มีการปรับตัวไปแล้วค่อนข้างมาก แต่จากปัญหาดังกล่าวแล้วภาคส่วนที่กระทบน่าจะเป็นภาคการส่งออก แต่ที่ผ่านมาไทยได้พึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาลดลง และได้กระจายไปยังประเทศอื่น ดังนั้น จึงยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

"แม้จะมีเหตุการณ์ที่จะมากระทบแต่ปัจจัยที่น่าจะมาช่วยเสริมก็คือเรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มว่าจะไม่ขึ้นแล้ว แต่น่าจะมีการลดลง เนื่องจากในต่างประเทศก็ได้มีการลดดอกเบี้ยลงแล้ว และสัญญาณในบ้านเราก็น่าจะลง ซึ่งจะมีผลบวกต่อต้นทุนของผู้ประกอบการ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันก็เริ่มลดลง ทำให้ผู้บริโภคมีกำลังใช้จ่ายมากขึ้น แต่ที่ต้องติดตามก็คือการส่งออกและอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังมีความผันผวนและมีการไหลออกของเงิน แต่สภาพคล่องของไทยตอนนี้ยังดีอยู่"   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us