Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน3 ตุลาคม 2551
ททท.โคแบรนดิ้งบินไทยสู้วิกฤติโลกลามท่องเที่ยว             
 


   
www resources

โฮมเพจ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

   
search resources

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
Tourism




วันชัย เป็นพ่อสื่อสำเร็จ ดึง 2 องค์กร การบินไทย และ ททท. จับมือโคแบรนด์ดิ้ง มั่นใจยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ทั้งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทย และ ความแข็งแกร่งทางการตลาด ด้าน ททท.เผย ช่วยลดงบประมาณได้ฝ่ายละ 50% แต่ได้ผลลัพธ์ทางการตลาดที่ดีขึ้น เผยปีหน้าตั้งงบตลาดต่างประเทศ 500 ล้านบาทเพิ่มจากปีนี้ 15% รับมือวิกฤตโลก ด้านเอกชนระบุเพิ่งตื่น ทั้งที่ควรร่วมมือกันตั้งนานแล้ว

นายวันชัย ศารทูลทัต ประธานคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(บอร์ดททท.) เปิดเผยว่า จากนี้ไปการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะร่วมกับบริษัท การบินไทย จำกัด จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดร่วมกันแบบโคแบรนด์ดิ้ง จุดประสงค์เพื่อโปรโมตประเทศไทยเรื่องการท่องเที่ยวให้เกิดการรับรู้ในวงกว้างไปทั่วโลก และยังช่วยประหยัดงบประมาณ โดยจะติดตราสัญลักษณ์ทั้ง 2 องค์กรทุกที่ที่โฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ หนังโฆษณา ทั้งของ ททท. และ การบินไทย

รวมทั้งใช้เครือข่ายสำนักงานในต่างประเทศของทั้งสององค์กร ส่งเสริมประชาสัมพันธ์ประเทศไทย การร่วมสนับสนุนในการทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ทุกครั้งที่ ททท. ออกงานเทรดโชว์ และ โรดโชว์ ก็จะมีพื้นที่ให้แก่การบินไทยไปร่วมด้วย ล่าสุด จับมือจัดเมกกะแฟมทริป เชิญสื่อมวลชน และบริษัทนำเที่ยวในต่างประเทศกว่า 1,029 คนจากทั่วโลก เดินทางมาสำรวจแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย ช่วง 8-15 ต.ค.51 ใน 3 ภูมิภาคคือ เหนือ อีสาน และใต้ รวมกว่า 28 เส้นทาง

“ทั้ง 2 องค์กร เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่มีภาระกิจหน้าที่ในการส่งเสริมประเทศไทย โดย ททท.เน้นส่งเสริมด้านการตลาด ส่วนการบินไทยก็เป็นสายการบินแห่งชาติ ที่จะนำชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวประเทศไทย หากทั้งสองหน่วยงานจับมือร่วมกันทำงาน นอกจากเกิดภาพลักษณ์ที่ดีในเรื่องของความสามัคคี ยังเพิ่มแรงขับเคลื่อนที่จะกระตุ้นตลาดได้มากขึ้น ในภาวะวิกฤตเช่นนี้”

นางพรศิริ มโนหาญ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยเรื่องการประหยัดงบประมาณของทั้ง 2 องค์กรได้อย่างน้อยฝ่ายละ 50% แต่ได้ผลงานที่ดีกว่าเดิมเท่าตัว โดยเฉพาะเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ให้แก่ประเทศไทย ขณะที่งานเมกกะแฟมทริปที่จะถึงนี้ ประหยัดงบ ททท.ได้มากถึง 30 % ทำให้มีเหลือเงินไปใช้จ่ายในด้านอื่นๆได้เพิ่มขึ้น

สำหรับงบโฆษณาประชาสัมพันธ์ ตลาดต่างประเทศปี 2552 ตั้งไว้ที่ 500 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2551 ราว 75 ล้านบาท หรือ15% ทั้งนี้เพราะ จากวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นและสถานการณ์การเมืองของประเทศไทย ทำให้ ททท.ต้องทำตลาดเชิงรุกอย่างหนักขึ้น ทั้ง ทำเอง และ ร่วมกับการบินไทย

เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย กล่าวว่า จากนี้ไป การบินไทย จะร่วมมือกับ ททท. กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวมายังประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยที่ผ่านมา ททท.กับการบินไทยก็มีการร่วมมือกันบ้างในบางโอกาส โดยเฉพาะช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ที่จะเข้ามากระทบการท่องเที่ยว แต่จากนี้ไปให้ถือว่าทั้งสองหน่วยงานจะร่วมมือกันโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้กันและกัน ภายใต้ แคมเปญ Visit Thailand Year 2009 ภายใต้แนวคิด 7 Wonders of Amazing Thailand ล่าสุดยังออกแคมเปญ บัตรโดยสารราคาพิเศษ Amazing Thailand Fare จำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่จะเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศไทย โยคิดราคา 3 คูปอง แรกรวม 150 ดอลล่าห์สหรัฐ ส่วนที่ซื้อเพิ่มคิดในราคา 60 ดอลล่าห์สหรัฐต่อคูปอง เริ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มี.ค.52 มั่นใจช่วยกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในไฮซีซั่นปีนี้

ด้านนายอภิชาต สังฆอารี นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว(แอตต้า) กล่าวว่า ทั้งสององค์กรหน้าจะร่วมมือกันทำงานมาตั้งนานแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาภาคเอกชนก็เรียกร้องมาโดยตลอด ดังนั้น เมื่อทั้งสององค์กรจับมือร่วมกันทำงาน เชื่อว่าจะเกิดผลเป็นรูปธรรมในทางที่ดีขึ้นกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างแน่นอน   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us