|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ตลาดลูกอมแผ่ว ปีนี้เติบโตเพียง 1-2% เหตุผู้นำตลาดไม่ทำกิจกรรม การทำตลาดไม่โดนใจ "เยเนอรัลแคนดี้" ทุ่ม 50ล้านบาท บุกตลาดฮาร์ทบีท จัมโบ้ หวังขยายฐานลูกค้าเพิ่ม สิ้นปีรายได้เกินเป้าเติบโต35% ล่าสุดแตกไลน์รับเป็นดิสทริบิวเตอร์ขายลูกอมรสกาแฟ แบรนด์ "เอสเปรซโซ่" จากอินโดนีเซีย ท้าชนโกปิโก้
นายนพดล รุ่งวีรกุลอนันต์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เยเนอรัลแคนดี้ จำกัด หรือ จีซี ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายลูกอมฮาร์ทบีท เปิดเผยว่า ตลาดลูกอมมูลค่า 5,000 ล้านบาทในปีนี้ เชื่อว่าจะเติบโตเพียง 1-2% จากปกติเติบโต 5% เพราะเจ้าตลาดปีนี้ไม่ค่อยมีกิจกรรมส่งเสริมการขาย ไม่มีกลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจ ขณะที่ปัญหาทางการเมืองไม่ได้ส่งผลกระทบกับตลาดลูกอมมากนัก เพราะเป็นสินค้าแมสราคาถูก
ส่วนของบริษัทฯต้นทุนเพิ่มขึ้น 10-15% จากราคาน้ำมันส่งผลให้เม็ดพลาสติกซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในการทำแพกเก็จจิ้ง และน้ำตาลส่วนผสมหลักในการผลิตลูกอม มีราคาสูงขึ้น แต่ทางบริษัทฯมีการปรับขั้นตอนการผลิตให้มีประสิทธิภาพทดแทน เปลี่ยนแพ็กเก็จจิ้งใหม่เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ช่วยให้รักษาระดับต้นทุนไว้ได้ ขณะที่ในส่วนของรสชาติ น้ำหนักของลูกอม ไม่มีการลดปริมาณหรือน้ำตาลลงแต่อย่างไร อย่างไรก็ตามยอดขายของบริษัทฯในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา ยอดขายเติบโต 25% ตามเป้าทั้งปีที่วางไว้ ดังนั้นอีก 3 เดือนที่เหลือ จะปรับยอดใหม่ หรือทั้งปีเชื่อว่าจะมีรายได้เติบโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 35%
บริษัทฯมีแผนขยายฐานตลาดกลุ่มฮาร์ทบีท จัมโบ้มากขึ้น ในไตรมาส 4 นี้ ได้จัดสรรงบการตลาดกว่า 50 ล้านบาท จากเดิมปีนี้ตั้งงบการตลาด 120 ล้านบาท มุ่งเน้นไปยังฮาร์ทบีท จุ๊ยซี่ เป็นหลัก เชื่อว่าจะทำให้ฐานลูกค้าตั้งแต่มัธยมปลายไปจนถึงเฟิร์ส จ๊อบเปอร์ ได้เพิ่มขึ้น หรือสามารถเพิ่มสัดส่วนยอดขายจากฮาร์ทบีท จัมโบ้เป็น 40% ได้ในปีหน้า
ปัจจุบันลูกอมฮาร์ทบีท มี 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1. ฮาร์ทบีท จุ๊ยซี่ 2.ฮาร์ทบีท จัมโบ้ และ 3.ฮาร์ทบีท ฟอร์จูน เลิฟ โดยรายได้กว่า 70% จะมาจากฮาร์ทบีท จุ๊ยซี่ และฮาร์ทบีท จัมโบ้อีกเกือบ 30% ขณะที่ฮาร์ทบีท ฟอร์จูน เลิฟ มีรายได้ที่ยังน้อยมาก
ด้านนางสาวจิราภรณ์ อังคเศกวิไล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท จี.ซี.ดิสทริบิวชั่น จำกัด หรือ จีซีดี หนึ่งในเครือ เยเนอรัลแคนดี้ กล่าวว่า ปีนี้ทางบริษัทฯได้เป็นดิสทริบิวเตอร์ นำเข้าและจัดจำหน่ายลูกอมรสกาแฟ แบรนด์ เอสเปรซโซ่ จากประเทศอินโดนีเซีย ทำสัญญา 5 ปี เริ่มทำตลาดมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนก.ค.เป็นต้นมา ภายใต้งบการตลาดของครึ่งปีหลังนี้กว่า 30 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะมาจากบริษัทแม่ที่ประเทศอินโดนีเซีย ของกลุ่มบริษัท KAPALAPI โดยตั้งเป้าส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 20% ของกลุ่มตลาดลูกอมรสกาแฟมูลค่า 800 ล้านบาท มีโกปิโก้เป็นผู้ครองแชร์กว่า 700 ล้านบาท
"เอสเปรซโซ่ เป็นลูกอมรสกาแฟ ที่นำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย เช่นเดียวกับลูกอมรสกาแฟแบรนด์โกปิโก้ โดยในอินโดนีเซีย โกปิโก้เป็นผู้นำในตลาดลูกอมรสกาแฟ และในภูมิภาคเอเชีย ส่วนเอสเปรซโซ่อยู่ในอันดับ2 ซึ่งในระดับภูมิภาคเพิ่งเริ่มทำตลาด ทั้งในฟิลิปปินส์และเวียดนาม ส่วนไทยเราได้เป็นตัวแทนจำหน่ายให้ เพราะมีศักยภาพในการกระจายสินค้าสู่ประเทศพม่า ลาวและเขมรต่อได้ ขณะที่ตลาดลูกอมรสกาแฟมีผู้เล่นจริงจังเพียงโกปิโก้ซึ่งจับกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ชายเป็นหลัก ส่วนเอสเปรซโซ่ ถึงแม้จะเข้ามาตีตลาดชนกับโกปิโก้ก็ตาม แต่ก็จะเริ่มจากฐานลูกค้าที่เป็นผู้หญิงก่อน โดยนำเสนอผ่านลูกเล่นที่มีการสอดไส้ โดยราคาจำหน่ายจะเท่ากับโกปิโก้"
ปัจจุบัน ตลาดรวมลูกอมมีมูลค่า 5,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ คือ 1.เม็ดแข็ง 54% หรือกว่า 2,700 ล้านบาท แบ่งออกได้เป็น ลูกอมรีเฟรชเม้นท์ 1,400 ล้านบาท และรสผลไม้ 1,300 ล้านบาท ซึ่งฮาร์ทบีทเป็นผู้นำในกลุ่มนี้ ตามมาคือ โอเล่ และฮอลล์ 2.เคี้ยวนุ่ม 25% มีซูกัสและมายมิ้นท์ 3.ลูกอมอื่นๆ 21% เช่น ลูกอมยา ขณะที่กลุ่มลูกอมประเภทรีเฟรชเม้นท์ และรสผลไม้ เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดประมาณ 1-2% โดยมาจากการออกรสชาติใหม่ๆเป็นหลัก
|
|
 |
|
|