|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
แท็กส์หาพันธมิตรนำเข้ารถเข็นกระเป๋าแบบใหม่เร่งด่วน คาด 1-2 สัปดาห์เสนอรูปแบบพร้อมรายละเอียดเจรจากับทอท.ได้ เผยราคารถเข็นสูงกว่าเดิมแต่ทอท.ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ขณะที่พันธมิตรผู้จัดหารถเข็นจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายแลกโฆษณาข้างรถ ส่วนแท็กส์เตรียมเสนอขอเพิ่มอายุบริหารจัดการ ยันที่ผ่านมาไม่เคยผิดสัญญา ด้านทอท.เตรียมรื้อข้อมูลสอบกรรมการตรวจการจ้าง ตั้งประเด็นสงสัย รถเข็นไม่ครบแต่ทำไมตรวจรับงาน
แหล่งข่าวจากบริษัท ไทย แอร์พอร์ต กราวด์ เซอรวิส จำกัด หรือ แท็กส์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัทได้มีการประชุมโดยให้เร่งศึกษารูปแบบรถเข็นกระเป๋าใหม่ที่เหมาะสมตามที่คณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. ได้มีนโยบายให้มีการปรับเปลี่ยนรถเข็นกระเป๋าใหม่ทั้งหมด โดยคาดว่าภายใน 1- 2 สัปดาห์นี้จะสามารถนำเสนอรูปแบบและรายละเอียดทั้งหมดต่อทอท.ได้ โดยคาดว่าจะใช้วิธีการนำเข้าแทนการผลิต เพราะเป็นความต้องการเร่งด่วนในขณะที่ใช้วิธีการผลิตใหม่ต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก
แหล่งข่าวจากแท็กส์ กล่าวว่า รูปแบบของรถเข็นกระเป๋าในปัจจุบันนั้นเป็นไปตามที่ทอท.กำหนด เนื่องจากในขณะนี้ทอท.ต้องการให้ใช้รูปแบบเดียวกับรถเข็นที่สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ที่มีลักษณะทางกายภาพเหมือนสนามบินสุวรรณภูมิคือมีบันไดเลื่อนมาก ดังนั้นจึงต้องการใช้รถเข็นกระเป๋าที่สามารถขึ้นบันไดเลื่อนได้ด้วย จึงมีการทำรูปแบบออกมาดังกล่าว
“ตอนประมูลบริษัทไม่ได้เสนอรูปแบบรถเข็นกระเป๋าแบบที่ใช้อยู่ในขณะนี้ แต่ทอท.ต้องการให้ปรับเป็นแบบที่ใช้กับบันไดเลื่อนได้จึงเปลี่ยนใหม่ แต่พอใช้งานจริง พบว่ามีการใช้รถเข็นกับบันไดเลื่อนน้อยมาก จึงไม่ได้ประโยชน์ตามที่ออกแบบไว้”
อย่างไรก็ตาม รถเข็นรูปแบบใหม่จะมีน้ำหนักเบา สวยงาม ลักษณะใกล้เคียงกับที่สนามบินฮ่องกงราคาคันละกว่า 20,000 บาทสูงกว่ารถเข็นปัจจุบันที่ราคาคันละประมาณ 17,000 บาท แต่ทั้งนี้ ทอท.ไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเบื้องต้นพันธมิตรที่เข้ามาเป็นผู้ผลิตหรือจัดหารถนั้นจะเป็นผู้รับผิดชอบโดยจะเสนอสิทธิรายได้จากโฆษณาข้างรถเข็นกระเป๋าเป็นการแลกเปลี่ยนกับค่ารถเข็นใหม่ ส่วนแท็กส์ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการ ก็จะทำหน้าที่เช่นเดิม โดยอาจจะเสนอเงื่อนไข ขยายระยะเวลาในการเป็นผู้บริหารจัดการจาก 7 ปีออกไปเพื่อแลกกับค่าใช้จ่ายเพิ่มในส่วนของบริษัท
ยันรถเข็นกระเป๋าครบตามสัญญา
แหล่งข่าวจากบริษัทแท็กส์ กล่าวยืนยันว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้จัดหาและให้บริการรถเข็นกระเป๋าตามสัญญา โดยหากมีการตรวจพบว่ามีรถเข็นกระเป๋าขาด ก็จะสามารถจัดหาเข้ามาครบภายใน 30 วันตามที่สัญญากำหนดทุกครั้ง แต่ยอมรับว่า 2-3 เดือนที่ผ่านมา รถเข็นกระเป๋าหายไปเป็นพันคันเพราะถูกขโมย ทำให้ในขณะนี้จึงมีปัญหาอย่างมาก เพราะรถเข็นไม่ได้ชำรุด แต่ถูกขโมยไปแยกชิ้นส่วนขาย
ดังนั้นในช่วงระหว่างการเจรจาเพื่อจัดหารถเข็นแบบใหม่ จำนวนรถเข็นจะมีจำนวนไม่เพียงพอต่อการให้บริการแน่นอน ซึ่งอาจจจะต้องขอความร่วมมือกับทอท. เพื่อนำรถเข็นกระเป๋าบางส่วนจากสนามบินดอนเมืองมาใช้งานที่สนามบินสุวรรณภูมิ เสริมในช่วงที่อยู่ระหว่างการจัดหารถเข็นแบบใหม่ และเพื่อเป็นการป้องกันรถเข็นถูกขโมยซ้ำอีก บริษัทจะติดตั้งระบบอิเลกทรอนิกส์ RFID ฝังไว้ในตัวถังรถเพื่อติดตามโดยระบบจะมีสัญญาณเตือนเมื่อรถเข็นถูกนำออกนอกพื้นที่ที่กำหนดด้วย
สอบ กก.จ้างฯ สงสัยรับงานทั้งที่รถเข็นไม่ครบ
นายสุรธัส สุธรรมมนัส ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานพัฒนาธุรกิจ) ทอท. ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบคณะกรรมการตรวจการจ้างสัญญาบริษัท แท็กส์ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการให้บริการรถเข็นกระเป๋าภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ในวันนี้ (2 ต.ค.) คณะกรรมการจะประชุมโดยนำสัญญาและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาตรวจสอบความถูกต้อง เพื่อสรุปผลรายงานต่อฝ่ายบริหารโดยเร็วที่สุด โดยประเด็นที่ตั้งเป็นโจทย์สำคัญคือ มีกรณีรถเข็นกระเป๋าหาย และจำนวนไม่เพียงพอต่อการให้บริการ แต่ทำไมถึงมีการตรวจรับงานและจ่ายค่าจ้างให้บริษัทแท็กส์เดือนละกว่า 6 ล้านบาท โดยไม่มีการปรับ เป็นต้น
นายสุรธัส กล่าวว่า เบื้องต้นได้ตรวจสอบเอกสารการจ่ายค่าจ้างให้แท็กส์ ตั้งแต่ ต.ค.50- ก.ค. 51 ไม่พบการติดค้างค่าจ้าง โดยคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ รายงานผลว่าจำนวนรถเข็นกระเป๋าครบตามจำนวนถูกต้องตามสัญญา จึงไม่มีการปรับใดๆ แต่มีการปรับเล็กๆน้อยๆ กรณีการหมุนเวียนของรถเข็นโดยมีรถเข็นค้างอยู่ในที่ใดที่หนึ่งเกิน 10 นาที ซึ่งถือเป็นเรื่องเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามฝ่ายบริหารมอบหมายให้ตนทำหน้าที่ตรวจสอบ และอาจจะขยายไปถึงการพิจารณาถึงเงื่อนไขในสัญญาเช่น การให้เวลา บริษัทแท็กส์ในการติดตามรถเข็น 30 วัน ถือเป็นช่องว่างหรือไม่ ความตั้งใจในการบริหารให้เป็นไปตามสัญญา และการปรับเปลี่ยนรถเข็นแบบใหม่ให้มีน้ำหนักเบา ได้มาตรฐานและสวยงาม เพื่อให้มีความสะดวกในการใช้งานมากที่สุด เป็นต้น
ราคารถเข็นสูงเกินไป
แหล่งข่าวจาก ทอท. กล่าวว่า บริษัทแท็กส์ เป็นผู้ดำเนินการให้บริการรถเข็นกระเป๋าในสนามบินสุวรรณภูมิระยะเวลา 7 ปี เริ่มตั้งแต่ 28 ก.ย.2549 – 28 ก.ย.2556 ในวงเงินว่าจ้างทั้งสิ้น 532,860,600 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)ซึ่งตามสัญญาบริษัทแท็กส์ต้องจัดการรถเข็นกระเป๋าจำนวน 9,034 คัน แบ่งเป็นรถเข็นกระเป๋าขนาดกลาง 7,000 คัน รถเข็นกระเป๋าขนาดเล็ก 2,000 คัน และรถเข็นกระเป๋าขนาดใหญ่ จำนวน 34 คันและต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ในการให้บริการด้วยซึ่งแท็กส์จะได้ค่าบริหารจัดการประมาณ 200 ล้านบาท และค่าจัดหาและผลิตรถอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งคิดตามราคารถเข็นที่ผลิตแล้วสูงเกินไป แต่ที่ผ่านมาไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ เพราะอยู่ในช่วงของการเร่งรัดเปิดสนามบินสุวรรณภูมิ
บอร์ด ทอท.ตั้งกรรมการตรวจสอบอีกชั้น
นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและรักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า บอร์ด ทอท.ที่มีนายวุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณเป็นประธานได้ตั้งคณะกรรมการจากบอร์ดลงไปตรวจสอบกรณีปัญหารถเข็นกระเป๋าของสนามบินภูมิเป็นการเร่งด่วนเนื่องจากเป็นปัญหาสำคัญที่เกี่ยวกับการให้บริการและภาพพจน์ของสนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีนายถาวร พานิชพันธ์ และ นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ และนายอภิชาติ สายะสิต เป็นกรรมการตรวจสอบ
|
|
 |
|
|