โครงการ Consortium ถือเป็นรูปแบบใหม่ในการระบายทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์
ซึ่งอยู่ในพอร์ตของบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (บบส.) ด้วยการให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาท
เป็นรูปแบบที่ บบส.เพิ่งคิดค้นได้ หลังพยายามขายทรัพย์สินดังกล่าว ที่ประมูลได้มาจากองค์การปฏิรูปสถาบันการเงิน
(ปรส.) เมื่อเกือบ 5 ปีก่อนด้วยตนเอง
โครงการนี้ได้เริ่มประกาศเชิญชวนเอกชน ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ามาร่วมโครงการเมื่อต้นปี
ล่าสุด บริษัทแสนสิริ ก็ได้เป็นบริษัทนำร่อง ที่เซ็นสัญญาใน "กิจการร่วมทำเพื่อพัฒนาและจำหน่ายทรัพย์สินกับบบส."
ไปเมื่อกลางเดือนที่แล้ว
รายละเอียดในสัญญา แสนสิริจะนำที่ดิน ในโครงการเศรษฐสิริ 2 และ 3 ซึ่งตั้งอยู่บนถนนปัญญา-แนเชอรัลพาร์ค
ที่แยกออกมาจากถนนรามอินทรา บริเวณหน้าแฟชั่น ไอร์แลนด์มาพัฒนา และขายให้กับลูกค้าผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัย
ที่ดินทั้ง 2 แปลง เป็นกรรมสิทธิ์ของ บบส. มูลค่ารวมประมาณ 1,400 ล้านบาท
โดยโครงการเศรษฐสิริ 2 มีพื้นที่ 30 ไร่ คิดเป็นมูลค่า 546 ล้านบาท แสนสิริจะพัฒนา
โดยการสร้างเป็น บ้านเดี่ยว จำนวน 110 ยูนิต ใช้เวลาในการก่อสร้าง 38 เดือน
ส่วนโครงการเศรษฐสิริ 3 มีพื้นที่ 55 ไร่ มูลค่า 893 ล้านบาท แสนสิริจะสร้างเป็นบ้านเดี่ยวเช่นกัน
แบ่งเป็น 140 ยูนิตโดยใช้เวลาก่อสร้าง 24 เดือน
รูปแบบการร่วมทุนครั้งนี้ แสนสิริจะลงทุนในเรื่องของการก่อสร้าง แต่จะประหยัดในแง่ของต้นทุนที่ดิน
นอกจากนี้ยังได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น ได้รับการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ
ค่าธรรมเนียมการโอน อากรแสตมป์ ฯลฯ
เมื่อขายบ้านได้ รายได้ที่จะแบ่งกับ บบส.ก็คือการจ่ายคืน ให้ในเฉพาะส่วนที่เป็นค่าที่ดินเท่านั้น
"โครงการนี้เป็นการเพิ่มช่องทางการพัฒนาและจำหน่ายทรัพย์สินของ บบส.อีกรูปแบบหนึ่ง
ซึ่งจะสนับสนุนการขายทรัพย์สินที่กระจายอยู่ทั่วประเทศมูลค่ากว่า 30,000
ล้านบาท ให้ เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้" สิน เอกวิศาล กรรมการผู้จัดการ
บบส.กล่าว
หลังจากเริ่มประกาศเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมโครงการ Consortium เมื่อต้นปี
จนกระทั่งถึงเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา มีผู้สนใจติดต่อสอบถามเข้ามาแล้วถึง
190 ราย แบ่งเป็นผู้สอบถาม ข้อมูลเบื้องต้น 122 ราย และผู้สนใจเข้าร่วมโครงการจริงๆ
68 ราย ซึ่งนอกจากแสนสิริแล้ว ยังมีบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อีก 3 ราย
ที่ได้รับอนุมัติ และอยู่ในขั้นตอนเตรียมเซ็นสัญญา ประกอบด้วยบริษัทบ้านอบอุ่น
บริษัทภัทรค้าที่ดิน และบริษัทศิริณัฐมล
นอกจากนี้ยังมีบริษัทเปรมสิตา ซึ่งได้เข้าไปศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการแล้ว
อยู่ระหว่างการต่อรองเงื่อนไขสัญญา และมีอีก 4 บริษัท ได้แก่ บริษัทสตาร์
ออฟ ซี บริษัทไอแซค คอนส์ บริษัทอคาเดีย เรียลตี้ และบริษัทเอส.เค.อาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล
ที่ได้คัดเลือกที่ดินแล้ว และอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ