|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
โลกของความบันเทิงในวันนี้ ถูกทะลายกำแพงกั้นระหว่างชนชาติเกือบหมดสิ้น ความบันเทิงจากฟากตะวันตกที่เคยหลั่งไหลสู่ฟากตะวันออกเพียงทางเดียว ทั้งภาพยนตร์ และเสียงเพลง ปัจจุบันความบันเทิงจากฝั่งตะวันออก เดินสวนทางกลับไปสร้างตลาดในฝั่งตะวันตกได้เช่นกัน ผู้กำกับจากเกาะฮ่องกงกลายเป็นผู้กำกับมือทองของฮอลลีวู้ด ภาพยนตร์ญี่ปุ่นสร้างความสนใจให้กับคนทั่วโลก จนถูกซื้อไปดัดแปลงเป็นเวอร์ชั่นฮอลลีวู้ด หรือศิลปินเกาหลีกลายเป็นศิลปินที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก
มองกลับมาที่ธุรกิจบันเทิงในประเทศไทย ค่ายบันเทิงแนวหน้าอย่าง อาร์เอส กลับมองโอกาสของตลาดต่างประเทศที่ต่างออกไป
สุรชัย เชษฐ์โชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด(มหาชน) เคยกล่าวกับ "ผู้จัดการรายสัปดาห์" ถึงแนวคิดในการขยายธุรกิจว่า จะให้ความสำคัญกับการตอบสนองความต้องการของคนในประเทศเป็นลำดับแรก ขณะที่ตลาดต่างประเทศถือเป็นโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจที่ยังไม่ได้ให้น้ำหนักเต็มที่
ศิลปินนักร้องอินเทรนด์ของค่ายอาร์เอส จึงมีเพียงโอกาสเดินทางไปแสดงต่างประเทศในนามตัวแทนประเทศบ้าง ภาพยนตร์ถูกซื้อไปฉายเป็นโปรแกรมเล็กๆ ในต่างประเทศบ้าง ต่างจากค่ายเพลงคู่แข่งที่มุ่งมั่นส่งศิลปินออกไปเปิดตลาดในต่างแดน จนประสบความสำเร็จในประเทศญี่ปุ่นระดับที่น่าพอใจ
แต่เมื่อสถานการณ์ในประเทศเวลานี้อยู่ในสภาวะมืดมนรอบด้าน ปัญหาการเมืองยืดเยื้อ สภาพเศรษฐกิจที่ผันผวนจากผลกระทบทั้งในประเทศและต่างประเทศ จนถึงปัญหาสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวน น้ำท่วมสร้างความเสียหายทั่วประเทศ รายได้จากผลงานของศิลปินลดน้อยลง ทั้งยอดการขายอัลบัมเพลง จนถึงการตระเวณแสดงคอนเสิร์ต อาร์เอสจึงต้องหันมารุกธุรกิจบันเทิงในต่างประเทศ เพื่อสร้างทางออกให้กับธุรกิจในวันนี้
แผนการรุกตลาดต่างประเทศของอาร์เอสในเวลานี้ ต่างออกไปจากคู่แข่ง ขุนพลที่นำทัพบันเทิงออกจากประเทศไทย ไม่ใช่นักร้องวัยรุ่นอินเทรนด์ อย่าง ฟิล์ม รัฐภูมิ, ลิเดีย หรือโฟร์-มด แต่หากเป็นวงดนตรีลูกทุ่งแนวใหม่ โปงลางสะออน ที่มีแฟนเพลงเกือบทั้งหมดเป็นชาวไทยและชาวลาวบางส่วน
"ปัจจัยลบที่เกิดขึ้นรอบด้าน ทำให้ตลาดเพลงลูกทุ่งที่มีมูลค่าราว 2,000 ล้านบาท ไม่มีการเติบโตในปีนี้ แนวโน้มการซื้อแผ่นซีดี หรือวีซีดีเพลงลูกทุ่งลดลงเรื่อยๆ พฤติกรรมการละเมิดลิขสิทธิ์ที่เคยอยู่แต่ในตลาดเพลงสตริงเริ่มลามเข้าสู่เพลงลูกทุ่ง อาร์เอสจึงต้องมีการหาแนวทางการสร้างตลาดใหม่ๆ ที่จะนำรายได้เข้ามา ซึ่งตลาดต่างประเทศที่มีคนไทยและชาวลาวอาศัยอยู่ ก็น่าเป็นโอกาส ในปีนี้จึงเตรียมนำ โปงลางสะออน เดินสายจัดคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ 7 ประเทศทั่วโลกขึ้น" ศุภชัย นิลวรรณ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ค่ายเพลงอาร์สยาม บริษัท อาร์เอส จำกัด(มหาชน) กล่าว
หนุ่มอี๊ด และ 2 สาว ลาล่า ลูลู่ เตรียมนำโปงลางสะออน ออกแสดงใน 7 ประเทศ ประกอบด้วย เนเธอร์แลนด์ เยอรมัน สวิสเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส นอร์เวย์ เดนมาร์ค และสิงคโปร์ โดยกลุ่มเป้าหมายใหญ่เป็นคนไทยและชาวลาวในประเทศนั้นๆ ที่ทางอาร์เอสมั่นใจแล้วว่า ประเทศเหล่านี้มีกลุ่มเป้าหมายจำนวนมากพอที่จะเข้าไปหารายได้
อาร์เอสลดความเสี่ยงในการโกอินเตอร์ครั้งนี้ ด้วยการชวนสินค้าร่วมเป็นพันธมิตรในการทำตลาด 4 ราย ประกอบด้วย จักรยานยนต์ยามาฮ่า, ปูนอินทรี, ปลากระป๋องซูเปอร์ซีเชฟ และบริษัทขายตรง คังเซน-เคนโก ซึ่งจะทำให้ธุรกิจการแสดงคอนเสิร์ตในปีนี้จะเพิ่มรายได้จาก 20 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 50 ล้านบาทในปีนี้ ขยับตัวเลขรายได้ให้รวมถึง 500 ล้านบาท ซึ่งก็ยังเป็นตัวเลขที่ห่างจากเป้าหมายที่วางไว้ต้นปี 600 ล้านบาท
แต่ในปีหน้า อาร์เอสจะนำโปงลางสะออน โกอินเตอร์อย่างเต็มตัว จัดเวิลด์ทัวร์ใน 3 ทวีป อเมริกา, ยุโรป และเอเชีย ที่ศุภชัยมั่นใจว่า จะเป็นช่องทางสร้างรายได้ส่วนสำคัญที่สนับสนุนรายได้ให้ถึงเป้า 650 ล้านบาทอย่างแน่นอน
แผนการโกอินเตอร์ของอาร์เอสยกนี้ อาจไม่ได้สร้างเสียงฮือฮาเหมือนแนวทางของค่ายคู่แข่ง แต่ในยามที่รายได้ในประเทศมีแต่หดหายจากปัญหารอบทิศเช่นนี้ โกอินเตอร์สไตล์ไทยๆ ของอาร์เอส ดูจะเหมาะเจาะที่ธุรกิจใหม่ๆ สามารถสร้างรายได้กลับคืนได้ทันที ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่ง สอง สาม ให้เสียเวล่ำ เวลา
|
|
 |
|
|